Welcome to World Class

จัดอันดับ 5 กองกลางตัวรุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก 2021 - RANKED

ชิดชนก เชอร์มา
facebooktwitterreddit

นักฟุตบอลทุกคนคิดว่าตำแหน่งที่พวกเขาเล่นนั้นยากที่สุด

แต่ตำแหน่งที่ยากที่ยากที่สุดที่จะประสบความสำเร็จคือการเป็นกองหน้า อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งว่ากองกลางตัวรุกเองก็เป็นบทบาทที่หินไม่แพ้กันเลย

จริงอยู่ที่ประตูเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเกมฟุตบอล แต่กับผู้เล่นหมายเลข 10 หน้าที่ความรับผิดชอบของพวกเขาหนักหนากว่ามากโข

พวกเขาจะต้องเป็นเพลย์เมคเกอร์ พวกเขาต้องเป็นผู้ทำประตู พวกเขาต้องคอยหาช่องและวิ่งเติมเข้าไปในเขตโทษ และทุกวันนี้พวกเขาถูกคาดหวังให้เพรสซิ่ง เพรสซิ่งและเพรสซิ่ง พวกเขาเปรียบเสมือนมีดพับสวิส ที่เลือดเนื้อและจิตวิญญาณ

และนั่นคือเหตุผลที่มิดฟิลด์ตัวรุกระดับโลกสมควรได้รับการยอมรับมากกว่านี้

ว่าแต่นิยามของคำว่า 'ระดับโลก' คืออะไร?

พวกเราทีมงาน 90min พยายามที่จะเจาะจงหาคำจำกัดความของมันและออกมาได้ดังนี้

  • นักฟุตบอลในระดับโลกคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเป็น 1 ใน 5 ของตำแหน่งนั้นๆ
  • บทบาท ตำแหน่งในสนามในเกณฑ์ของเราคือ GK, RB, LB, CB, DM, CM, AM, RF, LF และ ST
  • นักเตะทุกคนได้รับการลงคะแนนใน 10 หัวข้อ
  • พิจารณาผลงานทั้งในระดับสโมสรและในทีมชาติ

#WCW21 เริ่มต้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคมไปจนถึงวันศุกร์ที่ 24 ธันวาคมนี้โดยคุณสามารถติดตาม รายละเอียดเกณฑ์การวัดทั้งหมดที่นี่

มาเริ่กันเลยว่าจากมาตรวัดที่กล่าวมาข้างต้น - ใครจะถูกจัดว่าเป็นกองกลางตัวรุกระดับโลกกับเขาบ้าง


กองกลางตัวรุก

5. แบร์นาโด ซิลวา (New Entry)

จำนวนนัด: 47
นาทีที่ลงเล่น: 3706
ประตู: 9
แอสซิสต์: 11
โอกาสที่สร้าง: 51
โอกาสยิง: 54
ยิงเข้ากรอบ: 25
ร้อยละของโอกาสยิงที่เป็นประตู: 17.7
นาทีต่อประตู: 412


เราขอให้คุณตัดสินใจว่าใครควรได้อันดับ 5 ฟิล โฟเดน โดดเด่นทีเดียว แต่เป็น แบร์นาโด ซิลวา เพื่อนร่วมทีมของเขาที่เอาชนะไปได้จากการโหวตของแฟนๆ

หลังมีข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายทีมของเขาและการเข้ามาของ กรีลิช ที่อาจกระทบโอกาสของเขาโดยตรง กระนั้น ซิลวา ก็ระเบิดฟอร์มอย่างจังในช่วงปลายปี 2021 ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

การจะสร้างชื่อในแนวรุกที่อุ่นหนาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ซิลวา ก็ทำให้ดูเหมือนมันเป็นเรื่องปอกกล้วยเสียอย่างนั้น

4. เนย์มาร์ (New Entry)

จำนวนนัด: 33
นาทีที่ลงเล่น: 2556
ประตู: 11
แอสซิสต์: 8
โอกาสที่สร้าง: 80
โอกาสยิง: 90
ยิงเข้ากรอบ: 30
ร้อยละของโอกาสยิงที่เป็นประตู: 12.2
นาทีต่อประตู: 232


เนย์มาร์ ดาวยิงทักษะแพรวพราวเปลี่ยนจากตำแหน่งกองหน้าด้านซ้ายไปสู่ตำแหน่งกองกลางตัวรุก

มันอาจเป็นปีที่ยากลำบากตามมาตรฐานของเขา หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถูก ลีลล์ ปาดหน้าเค้กคว้าแชมป์ ลีก เอิง ไปครอง ตามมาด้วยการโดน แมนฯ ซิตี้ บุกถล่มในรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก และ บราซิล ของ เนย์มาร์ พ่ายต่อ ลิโอเนล เมสซี ในรอบชิงชนะเลิศโคปา อเมริกา

แล้วเหตุใดเขาจึงยังเกาะแน่นอยู่ในการจัดอันดับนี้เล่า? เพราะเขาพร้อมที่จะ เมค อิท แฮปเพ่น ได้เสมอ

3. บรูโน แฟร์นันดส์ (-)

จำนวนนัด: 54
นาทีที่ลงเล่น: 4328
ประตู: 18
แอสซิสต์: 17
โอกาสที่สร้าง: 129
โอกาสยิง: 150
ยิงเข้ากรอบ: 53
ร้อยละของโอกาสยิงที่เป็นประตู: 12.0%
นาทีต่อประตู: 240


อีกปีหนึ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกเขาแบกอยู่บนบ่า และแม้จะยังไม่เคยคว้าถ้วยรางวัลใดๆ แต่ บรูโน ก็ยังคงยืนโดดเด่นท้าทายทุกคนอยู่บนโพเดียม

แข้งระดับปรากฏการณ์ชาว โปรตุเกส มีอิทธิพลในทุกเกมที่เขาเล่นให้กับ ปีศาจแดง - และสถิติของก็เหลือเชื่อมาก

กับการมี คริสเตียโน โรนัลโด้ อยู่ข้างหน้าเขาและโค้ชระดับอ๋อง มันคงอีกไม่นานที่เจ้าตัวจะได้ลิ้มรสความรุ่งโรจน์ที่จับต้องได้ใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด

2. โธมัส มุลเลอร์ (-)

จำนวนนัดน: 45
นาทีที่ลงเล่น: 3594
ประตู: 12
แอสซิสต์: 23
โอกาสที่สร้าง: 124
โอกาสยิง: 70
ยิงเข้ากรอบ: 29
ร้อยละของโอกาสยิงที่เป็นประตู: 17.1%
นาทีต่อประตู: 300


โธมัส มุลเลอร์ ในปี 2020 ชอบสองสิ่ง - ทำลายบาร์เซโลนา และค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการพลิกโฉมตัวเองในฐานะผู้เล่น

รอมดอยเตอร์ ชื่อก้องปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์เกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ ยุโรป (ไม่เชื่อก็ลองดูสถิติเหล่านั้นสิ) และเป็นเพื่อนคู่คิดที่สมบูรณ์แบบให้กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ปัจจุบัน มุลเลอร์เป็นแชมป์ 10 สมัยของลีก เยอรมนี และยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งรสดีเหมือนไวน์ชั้นเลิศ

1. เควิน เดอ บรอยน์ (-)

จำนวนนัด: 37
นาทีที่ลงเล่น: 2547
ประตู: 11
แอสซิสต์: 8
โอกาสที่สร้าง: 87
โอกาสยิง: 87
ยิงเข้ากรอบ: 29
ร้อยละของโอกาสยิงที่เป็นประตู: 12.6%
นาทีต่อประตู: 232


ในแง่ของเกมที่เล่นและนาทีในสนาม นี่เป็นหนึ่งในปีที่เงียบเชียบของ เควิน เดอ บรอยน์ เลยก็ว่าได้

แต่ในแง่ของความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ เขาได้ นำแมนฯ ซิตี้ ไปคว้าอีกแชมป์ พรีเมียร์ลีก และเคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน โดยกลายเป็นเพียงผู้เล่นคนที่สามรองจาก เธียร์รี อองรี และ โรนัลโด้ ที่คว้ารางวัลดังกล่าวมาได้สองปีซ้อน

อาการบาดเจ็บส่งผลกับเขาไม่น้อย แต่ทุกครั้งที่เขาก้าวลงสนาม เขาก็ดูอันตรายเหมือนเคย ควบคุมจังหวะของแมตช์ได้ตามที่ใจหวังเสมอ


facebooktwitterreddit