แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เจ็บแต่จบ! เมื่อการย้ายออกจาก แมนยู ของ โรนัลโด้ อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป - OPINION

ชิดชนก เชอร์มา
Manchester United v Tottenham Hotspur - Premier League
Manchester United v Tottenham Hotspur - Premier League / Naomi Baker/GettyImages
facebooktwitterreddit

จนถึงตอนนี้มันคงชัดเจนแล้วว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ต้องการย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหวังว่าคงจะไม่มีใครบอกว่าเป็นเขาหิวเงินหรอกนะ เพราะในตอนนี้เขาก็รับค่าเหนื่อยไปถึงครึ่งล้านปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่แล้ว

แม้จะต้องเสียทั้ง เนมานยา มาติช, คาวานี่ ไปจนถึง ป็อกบา และ ฆวน มาต้า แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีบิ๊กเนมสวนทางกันกลับเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนดีลของ เฟรงกี้ เดอ ยอง ก็มัวแต่ใช้เวลาเจรจากันนานร่วมสองเดือนเข้าไปแล้วเพราะเอาแต่ต่อรองราคากันอยู่ จนทำให้หลายๆคนสงสัยว่าทำไมตอนไปคว้าตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาจาก เลสเตอร์ ด้วยค่าตัว 80 ล้าน ไม่ยักจะเขี้ยวกับคู่ค้าขนาดนี้เลย

การเสริมทัพที่ล่าช้าประกอบกับการพลาดคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ดูจะเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจของ โรนัลโด้ เป็นอย่างมาก - เขาเคยพูดอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าต้องการเล่นฟุตบอลในระดับสูงไปจนถึง 40 ปีเลยหากทำได้ และในวัย 37 เขายังดูฟิตปึ๋งปั๋งไม่มีเปลี่ยน

จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายทีมใน ยุโรป ถึงยังต้องการตัวเขาอยู่เมื่อทราบว่าแข้งชาว โปรตุเกส พร้อมสำหรับการมูฟออนจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงหน้าร้อนนี้

การจากไปขอ โรนัลโด้ อาจจะเจ็บแต่มันจะจบปัญหาที่คาราคาซังมานานตั้งแต่ยุคของ ราล์ฟ รังนิค - อดีตกุนซือที่ย้ายออกไปคุมทีมชาติ ออสเตรีย ระบุชัดว่าต้องการวางระบบเกเก้นเพรสซิ่งให้กับ ยูไนเต็ด แต่ก็จำต้องยอมแพ้เพราะมันไม่ใช่สไตล์ที่เหมาะสมกับ โรนัลโด้ ที่มีค่าเฉลี่ยการวิ่งไล่เพรสใส่คู่แข่งเพียงเกมละ 6.7 ครั้งเท่านั้น ซึ่งนับว่าอยู่ในกลุ่มที่น้อยที่สุดใน ยุโรป แล้วก็ว่าได้และการจะให้ โรนัลโด้ ไปนั่งสำรองตบยุงพร้อมรับเงินแพงที่สุดในลีกก็คงไม่ใช่เรื่อง

โรนัลโด้ มีจำนวนการวิ่งไล่เพรสซิ่งในลีกที่ 182 ครั้ง นั่นน้อยกว่า โอบาเมยัง ที่ 201 ครั้งกับ อาร์เซนอล ทั้งๆที่ในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาเล่นอยู่ใน ลอนดอน แค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้นเอง หรือเทียบกับคนที่มีจำนวนการลงสนามที่ใกล้เคียงกับเขาอย่าง ติโม แวร์เนอร์ หรือ คริส วู้ด ก็ยังมีจำนวนการไล่เพรสซิ่งที่ 248 ครั้งเท่าๆกัน

แม้ เอริค เทน ฮาก จะกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจในงานแถลงข่าวว่า โรนัลโด้ จะมีบทบาทสำคัญในทีมของเขาอย่างแน่นอน แต่ทุกคนรู้ดีว่า อาแจ็กซ์ ของ เทน ฮาก เองก็จะมีรากฐานที่การเพรสซิ่งเป็นหลักเหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็น ดูซาน ทาดิช เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาจนถึง เซบาสเตียน อัลแลร์ ในฤดูกาลล่าสุด ทั้งคู่ต่างก็มีบทบาทในการช่วยไล่กดดันกองหลังคู่แข่งเพื่อเปิดทางให้ตัวรุกทางริมเส้นสามารถหุบเข้ามาเล่นได้ง่ายขึ้น

การย้ายมาทำงานที่ใหม่ก็ไม่อาจเปลี่ยนปรัชญาของกุนซือชาว ดัตช์ ได้เลยและอย่างที่เห็นในคลิปฝึกซ้อมที่สโมสรปล่อยออกมาให้ชมกันทางโซเชียลมีเดีย มันก็ชัดเจนว่าการวิ่งเป็นส่วนสำคัญในการฝึกซ้อมของเขา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งกลับตัวหรือการวิ่งทำทางและวิ่งระยะสั้นๆด้วยความเร็วสูงอย่างสปริ้นท์เองก็มีให้เห็นแทบจะทุกวัน

นอกจากการไล่เพรสซิ่งแล้ว กองหน้าสไตล์ เทน ฮาก ต้องสร้างสรรค์เกมได้ด้วยและนี่ก็ไม่ใช่จุดแข็งของ โรนัลโด้ อีกเช่นเคย เมื่อเขาสร้างโอกาสให้เพื่อนได้แค่ 24 ครั้งในลีก มากเป็นอันดับที่ 103 ในลีกเท่ากับ จูเนียร์ ฟีร์โป แบ็คซ้ายของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมที่รอดตกชั้นมาอย่างหวุดหวิด

โอเค อาจมีคำถามว่าเขาทำประตูได้มากมายแล้วทำไมเราต้องเอาเรื่องการสร้างสรรค์เกมมาวัดด้วยล่ะ คำตอบง่ายมาก นั่นก็เป็นเพราะว่าทั้ง เดอ บรอยน์, ซาลาห์, เคน และ ซน เฮือง มิน ที่ถูกยกให้เป็นแข้งระดับท็อปของลีกต่างก็ทำได้ทั้งสองอย่างน่ะสิ แล้วหาก แมนฯ ยูไนเต็ด คิดจะยกระดับขึ้นไปเทียบชั้นกับทีมที่อันดับสูงกว่าพวกเขา ในทีมก็ควรจะมีผู้เล่นที่ครบเครื่องแบบนี้บ้าง

ท้ายที่สุดแล้ว การย้ายทีมของเขาจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย เมื่อ โรนัลโด้ จะได้ไปเล่นให้กับทีมที่ทะเยอทะยานกว่าและมีโอกาสลุ้นแชมป์ได้มากกว่า ยูไนเต็ด ส่วน เทน ฮาก ก็จะมีงบประมาณเพิ่มเติมจากค่าเหนื่อยที่หายไปของ โรนัลโด้ เพื่อเอามาลงทุนกับผู้เล่นในแบบที่เขาต้องการนั่นเอง

facebooktwitterreddit