แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บียาร์เรอัล 0-2 แมนยู : เก็บตกหลัง ปีศาจแดง ฉลุยเข้ารอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก

ชิดชนก เชอร์มา
Villarreal v Manchester United - UEFA Champions League
Villarreal v Manchester United - UEFA Champions League / Soccrates Images/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
วันแข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2021
เวลาแข่งขัน: 00:45 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน: บียาร์เรอัล 0-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: เอสตาดิโอน เซรามิก้า


1. โรนัลโด้ เพรสซิ่ง

Cristiano Ronaldo
Villarreal v Manchester United - UEFA Champions League / Soccrates Images/GettyImages

ในช่วงครึ่งแรกเราได้เห็น คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้เกียจ คอยไล่เพรสซิ่งใส่แนวรับคู่แข่งอยู่ตลอด และอันที่จริงมันควรจะเป็นเรื่องที่ดีหากไม่ใช่เพราะคนที่อยู่รอบๆตัวนั้นไม่ช่วยเขาเลย

การเพรสซิ่งของ โรนัลโด้ กลับกลายเป็นผลเสียเมื่อพื้นที่ในแดนกลางกับแดนหน้ามีช่องโหว่มากขึ้น - บียาร์เรอัล เล่นงานสองกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ง่ายขึ้น - การลำเลียงบอลขึ้นหน้าของ เฟร็ด และ แม็คโทมิเนย์ ที่โดยทั่วไปก็แย่อยู่แล้วก็ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก

ไม่แน่ใจว่า แคร์ริค วางหมากมาอย่างไร แต่ถ้าไม่ใช่ โรนัลโด้ ที่ทำผิดแผน ก็เป็นอีก 9 คนที่เหลือนั่นแหละที่ผิด

2. มิสเตอร์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

Jadon Sancho, Cristiano Ronaldo
Villarreal CF v Manchester United: Group F - UEFA Champions League / Aitor Alcalde/GettyImages

โรนัลโด้ แทบจะสร้างความอันตรายใดๆให้ เยโรนิโม รุลลี ได้เลยตลด 70 กว่านาที ก่อนที่จะมายิงประตูได้ในความผิดพลาดของ บียาร์เรอัล ที่เล่นได้ไม่ละเอียดพอ

เขาเกือบทำได้อีกครั้งเมื่อแบ็คของ บียาร์เรอัล โหม่งพลาดมาเข้าทางปืนของ โรนัลโด้ - ซึ่งนี่พิสูจน์ได้ว่าเขายังคงอันตรายเสมอ

ประตูนี้เท่ากับว่า โรนัลโด้ ยิงไปแล้วถึง 6 ลูกใน 5 เกม เฉพาะในรายการนี้เท่านั้น

3. เฟร็ด

Fred
Villarreal CF v Manchester United: Group F - UEFA Champions League / Aitor Alcalde/GettyImages

บ่อยครั้งที่ เฟร็ด มักจะตกเป็นแพะหรือเป็นตัวโจ๊กของแฟนๆ แต่ในเกมนี้หากไม่มีเขา ก็ไม่รู้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ทั้งสองประตูนั่นไหม

มิดฟิลด์ชาว บราซิล ถูกจับมาเล่นให้สูงขึ้นเล็กน้อย โดยที่ แม็คโทมิเนย์ ยืนต่ำที่สุดคอยปัดกวาดอยู่หน้าแผงกองหลัง (ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่ดีเสียเลย)

บทบาทของเขาคล้ายกับตอนเล่นให้ทีมชาติ ที่ไม่ต้องพะวงเรื่องการวิ่งไล่มาก ขอแค่เข้าปะทะแย่งบอลมาให้ได้ และผ่านมันต่อไปให้คนข้างหน้าก็พอ หรือบางทียามทีมกำลังได้เปรียบเราก็เห็นเขาเติมขึ้นหน้ามาบ้าง

อาจจะเป็นแค่เกมนี้เกมเดียวหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไปว่าหาก แคร์ริค จะสามารถปลดล็อคศักยภาพของ เฟร็ด ออกมาได้มากน้อยเพียงใด

4. รางวัลของ ซานโช

Jadon Sancho
Villarreal v Manchester United - UEFA Champions League / Soccrates Images/GettyImages

จาดอน ซานโช ทำประตูแรกของตัวเองได้เสียทีหลังย้ายมาด้วยค่าตัวแสนแพงเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ในเกมที่ดูจะเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด

อันที่จริง ซานโช เริ่มจะปรับจังหวะของตัวเองมาได้หลายเกมแล้ว โดยเฉพาะในเกมกับ วัตฟอร์ด ที่เราได้เห็นการเปิดบอลสวยๆจากเขาหลายหน และหนึ่งในนั้นก็สามารถถูกเปลี่ยนเป็นประตูได้โดย โรนัลโด้ และ เดอ เบ็ค

สีหน้าของเขาหลังยิงประตูได้มันบอกว่าเขาโล่งอกมากเพียงใด และหลังจากนี้ก็ได้แต่หวังว่าประตูและแอสซิสต์จะไหลมาเรื่อยๆแบบเทน้ำเทท่า


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit