Top Stories

[FEATURE] แมนฯ ซิตี้ ถูกใจสิ่งนี้ ! กุนโดกาน ฮีโร่คนใหม่ ในยามที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ไร้เงาของ เดอ บรอยน์

Chatchawal Chatsuwanvilai
Manchester City v Crystal Palace - Premier League
Manchester City v Crystal Palace - Premier League / Clive Brunskill/Getty Images
facebooktwitterreddit

นี่คือนักฟุตบอลที่ฟอร์มแจ่มที่สุดของศึก พรีเมียร์ลีก ในชั่วโมงนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ อิลคาย กุนโดกาน กองกลางทีมชาติเยอรมนีของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ และเพิ่งได้รับเลือกให้คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีประจำเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หลังสร้างผลงานสุดเฉียบจากการเติมเกมรุกขึ้นไปยิงประตูในช่วงเดือนแรกของปีได้มากถึง 5 ลูก ก่อนจะต่อยอดมาถึงเดือน ก.พ. จากการสอยตาข่ายในช่วงเดือนที่ 2 ของปีได้อีก 4 ลูก นับจนถึงเกมล่าสุดที่ซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่เปิดบ้านชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 3-0

Manchester City v Tottenham Hotspur - Premier League
Manchester City v Tottenham Hotspur - Premier League / Pool/Getty Images

เท่ากับว่ามิดฟิลด์วัย 30 ปียิงประตูไปแล้วถึง 13 ลูกจากการลงเล่นในทุกรายการของฤดูกาล 2020/2021 ทั้งหมด 26 เกม หรือเฉลี่ยแล้วลงเล่น 2 เกมจะสอยตาข่ายได้ 1 ประตู จึงถือว่าเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของ กุนโดกาน ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีเชื้อสายมาจากตุรกี แม้จะเกิดที่เมืองเกลเซ่นเคียร์เช่น ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของ "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก้ ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกา และเคยเป็นเด็กปั้นในระดับเยาวชนของทีมบ้านเกิดเมืองนอนอีกด้วย แต่กลับย้ายไปแจ้งเกิดกับ โบคุ่ม ทีมบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นทีมคู่ปรับตัวฉกาจของ ชาลเก้ นั่นเอง

Borussia Dortmund v FC Bayern Muenchen - Bundesliga
Borussia Dortmund v FC Bayern Muenchen - Bundesliga / Boris Streubel/Getty Images

ย้อนหลังกลับไปในปี 2016 เมื่อตอนที่ "เป๊ป" โจเซป กวาร์ดิโอล่า ก้าวเท้าเข้ามาคุมทัพ แมนฯ ซิตี้ ตอนนั้นยอดกุนซือชาวสเปนได้ตัดสินใจคว้า กุนโดกาน เข้ามาเสริมทัพเป็นคนแรกเลย เพราะได้เห็นฝีเท้ามาตั้งแต่ตอนสมัยที่คุมทัพ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับ ดอร์ทมุนด์ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ ในตอนนั้นอยู่เป็นประจำ จึงได้เห็นจุดเด่นในเรื่องของการคุมเกมในแดนกลาง และสามารถเติมเกมรุกขึ้นไปยิงประตูได้ด้วย

Liverpool FC v Manchester City
Liverpool FC v Manchester City / Robbie Jay Barratt - AMA/Getty Images

แต่ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีกลับโชคร้ายจากปัญหาบาดเจ็บที่ตามราวีแบบต่อเนื่อง จึงได้ลงสนามแบบสลับกับการพักรักษาโรคเดี้ยงมาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ เสียด้วยซ้ำ ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถใช้งานได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียที เพราะต้องให้นั่งเป็นตัวสำรองจากเรื่องของสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อยเสียเท่าไรนัก แต่ดูเหมือนว่า กุนโดกาน จะจัดการกับปัญหาที่ตามเล่นงานอยู่เป็นประจำได้แล้ว จึงได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในช่วงฤดูกาลนี้แบบต่อเนื่องเลย

Manchester City v Crystal Palace - Premier League
Manchester City v Crystal Palace - Premier League / Visionhaus/Getty Images

จริงๆ แล้ว แมนฯ ซิตี้ ในยุคของ "เป๊ป" ได้วางตัว เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมเป็นตัวปั้นเกมในฐานะ "เพลย์เมกเกอร์" นั่นเอง ทำให้ กุนโดกาน ต้องยืนเป็นตัวคุมแดนกลางในยามที่ทั้งคู่ได้ลงสนามพร้อมกัน แต่ในยามที่ไร้ดาวเตะวัย 29 ปีเหมือนอย่างในช่วงเวลานี้ หลังเจอโรคเดี้ยงเล่นงานจนต้องพักรักษาตัวไปก่อน จึงเปิดโอกาสให้มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนีได้ "ปล่อยของ" จากการโชว์ศักยภาพของตัวเองแบบเต็มที่ เพราะมีพื้นที่ในการเล่นตามบทบาทที่ได้รับมากขึ้น

Manchester City v Shakhtar Donetsk: Group C - UEFA Champions League
Manchester City v Shakhtar Donetsk: Group C - UEFA Champions League / Laurence Griffiths/Getty Images

จึงกลายเป็นเรื่องที่ดีของ "เรือใบสีฟ้า" ซึ่งมีส่วนช่วยให้ทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน เพราะสามารถวางตัว กุนโดกาน ให้สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในยามที่ไร้ เดอ บรอยน์ ได้เลย ยกเว้นเสียแต่ว่าดาวเตะวัย 30 ปีจะกลับไปเจอโรคเดี้ยงตามเล่นงานอีกครั้ง


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit