เชลซี

6 เหตุการณ์ย้อนรอยพร้อมส่ง เชลซี สู่แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ เหมือนปี 2012 - NOSTALGIA

Chatchawal Chatsuwanvilai
Chelsea's Spanish forward Fernando Torre
Chelsea's Spanish forward Fernando Torre / PATRIK STOLLARZ/Getty Images
facebooktwitterreddit



ย้อนรอยกลับไปเมื่อปี 2012 "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สามารถผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ โดยนัดชิงเป็นฝ่ายเฉือนชนะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินนั่นเอง ส่วนในช่วงฤดูกาล 2020/2021 ยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นยึดบัลลังก์ "เจ้ายุโรป" เพราะตบเท้าผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้แล้ว และว่ากันว่ามีอยู่ถึง 6 เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าอาจจะย้อนรอยกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง และอาจจะทำให้ได้ย้อนรอยความสำเร็จตามเหตุการณ์ดังนี้เลย

1. ปลดกุนซือคนหนุ่มแบบกลางคัน

Chelsea's Portuguese Manager Andre Villa
Chelsea's Portuguese Manager Andre Villa / IAN KINGTON/Getty Images

ในฤดูกาล 2011/2012 : ปลด อังเดร บียาส โบอาส กุนซือหนุ่มไฟแรงในยุคนั้นออกจากตำแหน่งช่วงเดือน มี.ค.ปี 2012 และแต่งตั้ง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เป็นกุนซือขัดตาทัพจนสามารถลุยไปยึดบัลลังก์ "เจ้ายุโรป" เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ



ฤดูกาลปัจจุบัน : ปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปีก่อน หลังจากนั้นได้แต่งตั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เป็นกุนซือคนใหม่ และสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้แล้วด้วย

2. เขี่ยทีมโปรตุเกสในรอบ8ทีมถ้วยใหญ่ยุโรป

Chelsea's Frank Lampard (C) scores a pen
Chelsea's Frank Lampard (C) scores a pen / IAN KINGTON/Getty Images

ในฤดูกาล 2011/2012 : จัดการเขี่ย "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า ตกรอบ 8 ทีมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-1



ฤดูกาลปัจจุบัน : พิชิตชัยเหนือ ปอร์โต้ ในรอบ 8 ทีมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-1

3. ตัดเชือกกับทีมสเปนใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

Chelsea's Spanish forward Fernando Torre
Chelsea's Spanish forward Fernando Torre / ADRIAN DENNIS/Getty Images

ในฤดูกาล 2011/2012 : เผชิญกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ในรอบรองชนะเลิศ และสามารถพิชิตชัยได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2



ฤดูกาลปัจจุบัน : โคจรมาพบกับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยเกมรอบตัดเชือกจะฟาดแข้งกันในช่วงปลายเดือน เม.ย.กันต่อไป

4. มีเกมที่เสียประตูในบ้านถึง 5 ลูก

FBL-ENG-PR-ARSENAL-CHELSEA
FBL-ENG-PR-ARSENAL-CHELSEA / ADRIAN DENNIS/Getty Images

ในฤดูกาล 2011/2012 : พลาดท่าแพ้ อาร์เซนอล ในศึก พรีเมียร์ลีก คาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบยับเยินถึง 3-5



ฤดูกาลปัจจุบัน : เปิดบ้านปราชัยให้กับ เวสต์บรอมวิช ศึก พรีเมียร์ลีก ด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 2-5

5. ทีมคู่ปรับเมืองแมนเชสเตอร์ยึด 2 อันดับแรก

FBL-ENG-DERBY-MAN CITY-MAN UTD
FBL-ENG-DERBY-MAN CITY-MAN UTD / ANDREW YATES/Getty Images


ในฤดูกาล 2011/2012 : ได้บทสรุปก็คือ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เข้าป้ายอันดับ 1 ในฐานะแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปเลย ส่วนอันดับ 2 เป็นของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะรองแชมป์นั่นเอง



ฤดูกาลปัจจุบัน : แมนฯ ซิตี้ ยังคงยึดอันดับ 1 ในฐานะจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก เอาไว้แบบเหนียวแน่น และมีโอกาสเข้าป้ายแชมป์ได้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ตามมาเป็นอันดับ 2 แบบไล่หลังอยู่ห่างๆ หลายคะแนนเลย

6. จบอันดับ 6 หลุดกลุ่มท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก

Chelsea's Ivorian forward Didier Drogba
Chelsea's Ivorian forward Didier Drogba / PATRIK STOLLARZ/Getty Images

ในฤดูกาล 2011/2012 : หลุดกลุ่ม "ท็อปโฟร์" เพราะจบด้วยอันดับ 6 แต่สามารถทะยานเข้าป้ายแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก จึงได้สิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในถ้วยใบใหญ่ของทวีปแบบไม่ต้องสนใจเรื่องโควตา 4 อันดับแรกบนหัวตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก เพราะเป็น "แชมป์เก่า" ที่ต้องได้กลับไปป้องกันบัลลังก์นั่นเอง



ฤดูกาลปัจจุบัน : ยังต้องขับเคี่ยวแย่งพื้นที่ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป เพื่อคว้าโควตาไปโชว์ฝีเท้าในถ้วยยุโรปใบใหญ่สุดช่วงฤดูกาลหน้า และมีโอกาสจบลงด้วยการหลุดไปอยู่อันดับ 6 ได้เหมือนกัน หากพลาดท่าเสียทีให้กับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม, "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รวมถึง "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ซึ่งเป็นเหล่าคู่แข่งที่พร้อมแย่งชิงพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ได้ทุกเมื่อเลยด้วย

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit