Real Madrid

คาร์โล อันเชลอตติ คัมแบ็ก เรอัล มาดริด เพื่อภารกิจกวาดครบทั้ง 5 แชมป์ลีกใหญ่ยุโรป - FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
Real Madrid CF v FC Bayern Muenchen - UEFA Champions League Quarter Final: Second Leg
Real Madrid CF v FC Bayern Muenchen - UEFA Champions League Quarter Final: Second Leg / Etsuo Hara/Getty Images
facebooktwitterreddit

เป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยเช่นกัน สำหรับ "คาร์เลตโต้" คาร์โล อันเชลอตติ โค้ชชาวอิตาเลียน แม้ว่าช่วงหลังๆ จะหันมารับงานคุมทีมระดับกลางๆ ไม่ว่าจะเป็น นาโปลี รวมถึง เอฟเวอร์ตัน แต่ตอนนี้ได้ตัดสินใจกลับมาคุมทีมยักษ์ใหญ่อีกครั้ง เพราะได้หวนคืนทัพ เรอัล มาดริด เป็นรอบที่ 2 หลังจากที่เคยกุมบังเหียนในรอบแรกมาแล้วเมื่อช่วงระหว่างปี 2013-2015

A.C. Milan's coach Carlo Ancelotti stand
A.C. Milan's coach Carlo Ancelotti stand / ALBERTO PIZZOLI/Getty Images

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน อันเชลอตติ สามารถนำทัพ เรอัล มาดริด กวาดแชมป์ได้หลายรายการเลย ไล่ตั้งแต่ โคปา เดล เรย์, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ขาดเพียงแค่แชมป์ลาลีกา สเปน จึงเหมือนเป็นการคัมแบ็กเพื่อสานต่อภารกิจคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุให้ได้ เพราะว่าโค้ชวัย 61 ปีเคยคว้า 4 แชมป์ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปมาแล้ว ซึ่งเคยฝากผลงานไปคุมทีมในประเทศไหนแล้วจะต้องได้แชมป์ของชาตินั้นๆ มาโดยตลอด

เริ่มจากบ้านเกิดในประเทศอิตาลี แม้จะใช้เวลาคุม 3 ทีมลูกหนังอย่าง เรจจิน่า, ปาร์ม่า และ ยูเวนตุส อยู่พอสมควร แต่ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้เสียที ก่อนจะย้ายมารับงานคุมทัพ เอซี มิลาน ในปี 2001 และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ เพราะนำทีมกวาดแชมป์ได้แบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 2 สมัย ในปี 2003 กับ 2007 รวมถึงแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีในฤดูกาล 2003/2004

Premiership Footall Chelsea v Wigan 2010
Premiership Footall Chelsea v Wigan 2010 / David Ashdown/Getty Images

หลังจากนั้น อันเชลอตติ ได้เริ่มออกไปตามหาความท้าทายใหม่ๆ ในต่างแดน เพราะได้ย้ายไปคุมทัพ เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษในปี 2009 และสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2009/2010 ได้ทันที แต่กลับโดนไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงปีถัดมา หลังจบซีซั่นแบบมือเปล่าไม่มีความสำเร็จติดมือนั่นเอง

แต่คนมีฝีมืออย่าง อันเชลอตติ ตกงานได้ไม่นานนักก็ได้รับงานใหม่ทันที เพราะได้ย้ายไปคุมทัพ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งฝรั่งเศสในปี 2011 และพาทีมคว้าแชมป์ลีก เอิง ได้ในช่วงฤดูกาล 2012/2013 ก่อนตัดสินใจโบกมืออำลาเพื่อย้ายไปรับงานคุมทัพ เรอัล มาดริด ในปี 2013 แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ได้สำเร็จ จึงต้องก้าวเท้าลงจากตำแหน่งเพื่ออออกไปตามหาความท้าทายใหม่ๆ กันต่อไป

FBL-GER-BUNDESLIGA-MUNICH-FREIBURG
FBL-GER-BUNDESLIGA-MUNICH-FREIBURG / GUENTER SCHIFFMANN/Getty Images

ในฤดูกาล 2016/2017 อันเชลอตติ ได้ตัดสินใจรับงานคุมทัพ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมนี และพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ทันที แต่ถูกปลดออกจากตำแหน่งในปี 2017 เพราะมีปัญหาภายในสโมสรนั่นเอง หลังจากนั้นได้ย้ายไปคุมทัพ นาโปลี ในปี 2018 และ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2019 แบบไม่มีความสำเร็จติดมือแม้แต่รายการเดียว ก่อนจะหวนกลับไปรับงานคุมทัพ เรอัล มาดริด เป็นรอบที่ 2

สำหรับ 5 ลีกใหญ่ของยุโรปจะประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก, กัลโช่ เซเรีย อา, บุนเดสลีกา, ลีก เอิง และ ลาลีกา เท่ากับว่า อันเชลอตติ เคยคว้าแชมป์ลีกใหญ่มาแล้วถึง 4 ประเทศ จึงเหลือเพียงแค่แชมป์ลีกสูงสุดของสเปนที่ยังไม่เคยได้สัมผัส และเหมือนเป็นการหวนกลับมาคุมทัพ เรอัล มาดริด เพื่อสานต่อภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้นพร้อมกับจารึกชื่อเอาไว้ว่าเป็นกุนซือคนแรกที่กวาดแชมป์ได้ครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ไปเลย

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit