อาร์เซนอล

อาร์เซนอล ระวังอาถรรพ์ แรมส์เดล วนเวียนโซนตกชั้น - FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
Arsenal v Chelsea - Premier League
Arsenal v Chelsea - Premier League / Michael Regan/Getty Images
facebooktwitterreddit

แม้จะไม่ได้ทุ่มเงินซื้อแข้งดังระดับโลกเข้ามาเสริมทัพแม้แต่คนเดียว แต่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล กลับกลายเป็นทีมลูกหนังที่มีการลงทุนซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ในอันดับต้นๆ ของวงการฟุตบอล เพราะมีการจ่ายเงินในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ 2021/2022 ไปแล้วถึง 135 ล้านปอนด์เลยทีเดียว เพื่อแลกเปลี่ยนกับการคว้าผู้เล่นแห่งอนาคตที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยเพียง 20 ปีต้นๆ ถึง 5 รายด้วยกัน

Ben White
เบน ไวท์ / Catherine Ivill/Getty Images

ไล่ตั้งแต่ เบน ไวท์ กองหลังทีมชาติอังกฤษของ 23 ปีที่ซื้อมาจาก ไบรท์ตัน ในราคาสูงถึง 50 ล้านปอนด์ ตามมาด้วย มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลางทีมชาตินอร์เวย์วัย 22 ปีที่ติดใจฝีเท้ามาตั้งแต่ตอนที่ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จึงขอซื้อมาเสริมทัพในราคา 34 ล้านปอนด์เลยด้วย นอกจากนี้ยังได้ลงทุนซื้อ อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษให้เข้ามาช่วยยืนเฝ้าเสาในราคา 24 ล้านปอนด์ รวมถึง อัลแบร์ แซมบี้ โลกองก้า กองกลางชาวเบลเยี่ยมวัย 21 ปีมาจาก อันเดอร์เลชท์ ในราคา 20 ล้านปอนด์ และ นูโน ตาวาเรส แบ็กซ้ายชาวโปรตุกีสมาจาก เบนฟิก้า ในราคา 7 ล้านปอนด์

ทว่า อาร์เซนอล กลับโชว์ฟอร์มในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2021/2022 ได้แบบน่าผิดหวัง โดยเฉพาะผลงานใน 2 นัดแรกที่พบกับความปราชัยแบบยิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว เริ่มจากเกมประเดิมสนามที่บุกไปแพ้ เบรนท์ฟอร์ด ทีมน้องใหม่แบบผิดคาด 0-2 ส่วนนัดที่ 2 พลาดท่าแพ้ เชลซี ทีมคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนคาบ้าน 0-2

Bernd Leno
Arsenal v Chelsea - Premier League / Michael Regan/Getty Images

ถ้าจะว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจ "ปืนใหญ่" อยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้โควตาไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปในฤดูกาลนี้แม้แต่รายเดียวกัน หลังจบด้วยอันดับ 8 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเมื่อช่วงซีซั่นก่อน จึงไม่สามารถดึงดูดพวกแข้งดังระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ให้ย้ายมาร่วมทีมได้เหมือนเมื่อก่อน และต้องปรับแผนเสริมทัพด้วยการคว้าพวกนักเตะดาวรุ่งที่เพิ่งแจ้งเกิดในวงการลูกหนังให้ย้ายเข้ามาช่วยกันสร้างทีมเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า

แต่ดูเหมือนว่าเหล่าแฟนบอล อาร์เซนอล จะต้องอดทนรอให้กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ใช้เวลาในการปลุกปั้นทีมกันต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะนักเตะในทีมชุดปัจจุบันมีแต่พวกเด็กๆ ที่ยังอ่อนประสบการณ์ในเกมระดับสูงทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะพวกเด็กปั้นอย่าง ไอน์สลีย์ มิทแลนด์-ไนลส์, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, บูกาโย่ ซาก้า รวมถึง เอมิล สมิธ โรว์ เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 คนใหม่ ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแกร่งกว่านี้กันต่อไป แม้จะได้รับโอกาสให้เลื่อนชั้นจากทีมเยาวชนขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ได้สักพักหนึ่งแล้วก็ตาม

Mikel Arteta
มิเกล อาร์เตต้า / Shaun Botterill/Getty Images

ส่วนพวกแข้งเก๋าต้องพยายามเค้นฟอร์มเก่งออกมาเพื่อช่วยประคับประคองพวกรุ่นน้องให้ได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ เลโน่, กรานิท ชาก้า, วิลเลี่ยน รวมถึงกัปตันทีม ปิแอร์ เอเมริก-โอบาเมยอง หากไม่อยากให้ อาร์เซนอล ทำผลงานได้แบบ "สาละวันเตี้ยลง" ต่อไปเรื่อยๆ จากที่เคยเป็นทีมระดับหัวแถวบนหัวตารางคะแนนตามโผของกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกมาก่อน แต่ตอนนี้ต้องร่วงลงไปอยู่ในโซนกลางตารางคะแนนเสียแล้ว และเริ่มมีแฟนบอลสวดมนต์ภาวนาไม่ให้ทีมโปรดตกต่ำลงไปอยู่ในโซนท้ายตารางที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นก็แล้วกัน

หากเอ่ยถึงเรื่องของการ "ตกชั้น" แม้จะยังเป็นเรื่องที่ไกลตัว อาร์เซนอล อยู่เยอะเลย ถ้าดูจากศักยภาพของสโมสรเป็นหลัก แต่ให้อาถรรพ์ของ อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูคนใหม่เอาไว้ด้วยก็แล้วกัน เพราะเป็นนักเตะในทำนองที่ว่า "เข้าแก็งค์ไหนหัวหน้าตายหมด" ถ้าดูจากประวัติการย้ายทีมในอดีตที่เป็นเหมือนกับ "อาถรรพ์" จากการที่ได้ย้ายไปอยู่กับทีมไหนแล้วจะต้องวนเวียนอยู่ในโซนท้ายตาราง และถึงขั้นกระเด็นตกชั้นทั้งนั้นเลย

Aaron Ramsdale
อารอน แรมส์เดล / Robbie Jay Barratt - AMA/Getty Images

ก่อนหน้านี้ แรมส์เดล ได้เซ็นสัญญาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อตอนสมัยที่ยังโลดแล่นอยู่ในลีก วัน หรือระดับดิวิชั่น 1 ในช่วงปี 2016 แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จ และไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามไปเฝ้าเสาแม้แต่นัดเดียว จึงถูกปล่อยให้ย้ายไปซบ บอร์นมัธ ในช่วงต้นปี 2017 ซึ่งตอนนั้นเป็นทีมลูกหนังในศึกพรีเมียร์ลีก และเป็นการซื้อเพื่ออนาคตเสียมากกว่า จึงได้ปล่อยให้ย้ายไปร่วมทัพ เชสเตอร์ฟิลด์ ทีมในลีก ทู หรือระดับดิวิชั่น 4 แบบยืมตัวในช่วงฤดูกาล 2017/2018 เพื่อจะได้ฝึกฝีมือจากการลงเล่นแบบต่อเนื่องนั่นเอง

แม้ว่า แรมส์เดล จะได้ลงสนามเฝ้าเสามากถึง 19 เกมจากการแข่งขันทั้งหมด 46 นัด แต่ เชสเตอร์ฟิลด์ กลับต้องกระเด็นตกชั้นไปอยู่นอกลีกในช่วงหลังจบฤดูกาลดังกล่าว เพราะจบด้วยอันดับ 24 ในฐานะทีมบ๊วยนั่นเอง หลังจากนั้นนายทวารชาวอังกฤษได้ถูกปล่อยให้ย้ายไปซบ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ทีมในลีก วัน แบบยืมตัวตลอดทั้งฤดูกาล 2018/2019 โดยจบซีซั่นนั้นด้วยอันดับ 20 หรืออยู่ตรงปากเหวที่เกือบจะตกชั้นเต็มแก่ แต่สามารถรอดตายไปแบบหวุดหวิด

Aaron Ramsdale
Chelsea v Sheffield United - Premier League / Mike Hewitt/Getty Images

หลังจากนั้น บอร์นมัธ ได้ดึงตัว แรมส์เดล ให้หวนกลับคืนสู่ต้นสังกัดในช่วงฤดูกาล 2019/2020 เพื่อให้มาทำหน้าที่ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งไปเลย แม้จะฟอร์มการเซฟประตูได้แบบน่าประทับใจมากๆ แต่สุดท้ายกลับต้องกระเด็นตกชั้นจากศึกพรีเมียร์ลีกในช่วงหลังจบซีซั่นนั้น แต่ แรมส์เดล ยังคงได้โลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต่อไป เนื่องจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อดีตทีมต้นสังกัดที่ใช้แจ้งเกิดบนเวทีลูกหนังโลกได้ทุ่มเงินซื้อกลับมายืนเฝ้าเสาด้วยค่าตัวสูงถึง 18.5 ล้านปอนด์

ในช่วงฤดูกาล 2020/2021 แรมส์เดล ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีกครบทั้ง 38 เกม แต่กลับต้องกระเด็นตกชั้นอีกครั้งในช่วงหลังจบซีซั่นนั้น เพราะจบด้วยอันดับ 20 ในฐานะทีมบ๊วยนั่นเอง ทว่านายด่านวัย 23 ปียังคงได้อยู่โชว์ฝีเท้าในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต่อไปอีกครั้ง เนื่องจาก อาร์เซนอล ได้จ่ายเงินซื้อเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาล 2021/2022 นั่นเอง

จึงต้องรอติดตามกันต่อไปว่า "ปืนใหญ่" จะสามารถสร้างทีมเพื่ออนาคตเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ได้หรือไม่ หลังจากที่ได้จ่ายเงินซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ที่เป็นพวกเด็กหนุ่มเข้ามาเสริมทัพทั้งหมดเลย แต่อย่าเดินตามรอยอาถรรพ์ของ อารอน แรมส์เดล จนถึงขั้นที่ต้องลงไปวนเวียนอยู่ในโซนท้ายตารางคะแนนที่เสี่ยงต่อการตกชั้นไปเลยก็แล้วกัน

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit