Real Madrid

เอ็มบัปเป้ รอไปก่อน เพราะยุคของ เบนเซมา กับ เรอัล มาดริด ยังไม่จบลงง่ายๆ - FEATURE

ชิดชนก เชอร์มา
facebooktwitterreddit

คาริม เบนเซมา ยังคงไม่หยุดจารึกหน้าประวัติศาสตร์ที่ เรอัล มาดริด ต่อไป หลังจากที่กองหน้าชาว ฝรั่งเศส ทำแฮตทริคในการคัมแบ็คที่น่าทึ่งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนนี้

พร้อมกับแซงหน้า อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน ตำนานตลอดกาลของสโมสรในฐานะดาวซัลโวลำดับที่สามที่ 309 ประตูจาก 592 เกม โดยที่หมุดหมายต่อไปของเขาคงหนีไม่พ้นการไล่ตาม 323 ประตูของ ราอูล กอนซาเลซ ให้ทันให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดถึง 451 ประตูของ คริสเตียโน โรนัลโด้

กองหน้าวัย 34 ปี รายนี้ซึ่งทำไปแล้ว 30 ประตูในฤดูกาลนี้ ทำประตูแรกให้กับ เรอัล มาดริดในแมตช์เดย์ที่ 3 ของ ลาลีกา ฤดูกาล 2009/10 กับ เซเรซ ก่อนจะเดินหน้าคว้าทุกรางวัลที่ทำได้มาตามทางจนถึงทุกวันนี้ เริ่มด้วย แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, สโมสรโลก 4 สมัย, ซูเปอร์คัพ 3 สมัย, ลาลีกา 3 สมัย, โคปา เดล เรย์ 2 และ สแปนิช ซูเปอร์คัพ อีก 4 รวมแล้ว 20 ถ้วยด้วยกัน

โดยทั้ง 309 ประตูของ เบนเซมา เกิดขึ้นในการแข่งขันทั้งสิ้น 6 รายการ: 212 ใน ลาลีกา, 67 ใน แชมเปี้ยนส์ลีก, 21 ใน โคปา เดล เรย์, 3 ในสโมสรโลก, 5 ใน ซูเปอร์คัพ และ 1 ใน ซูเปอร์คัพ ยุโรป

โดยจำนวนประตูต่อฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาคือจำนวน 32 ประตูที่ทำได้ในปี 2011/12 ตามด้วย 30 ประตูที่เขาทำในฤดูกาลนี้ พร้อมกับ 30 ประตูที่เขาทำได้ในปี 2020/21 และ 2018/19 โดยที่แน่นอนว่าจำนวนประตูต่อฤดูกาลก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสถิติที่เขาเตรียมจะโค่นมันลงมาในฤดูกาลนี้ด้วยเช่นกัน เมื่อพิจารณาจากจำนวนเกมที่ยังคงเหลืออยู่

นอกจากนี้ เบนเซมา ยังแซงหน้า ราอูล ในฐานะดาวซัลโวอันดับสองของ มาดริด ในแง่ของการทำประตูในถ้วย ยุโรป และจากทั้งสิ้น 1,009 ประตูที่สโมสรแห่งนี้ทำได้ตลอดกาลในรายการนี้ แข้งเลือดน้ำหอมสอยไป 67 ขณะที่ ราอูล อยู่ที่ 66 และ โรนัลโด้ ก็ยังคงเป็นคนเดียวที่ทำได้เกิน 100 ประตูที่จำนวน 105 สำหรับการแข่งขันในรายการนี้

ในช่วงที่ทุกคนกำลังพูดถึงความเป็นไปได้ที่ เอ็มบัปเป้ จะย้ายมาสวมชุดขาวและเป็นเจ้าชายคนใหม่แห่งเมือง มาดริด - เบนเซมา ได้ตอกย้ำให้เราเห็นอีกครั้งว่าใครกันที่เป็นราชา

facebooktwitterreddit