ฟุตบอลไทย

มาตรฐานคืออะไรกัน?? แบน 2 เปาในช่วงไม่มีไทยลีก 1 แข่ง

W.PINTHONG
โดย W.PINTHONG
ฑีธิชัย นวลจันทร์
ฑีธิชัย นวลจันทร์ / KHON KAEN UNITED
facebooktwitterreddit

คณะกรรมการพิจารณามารยาท วินัย ออกบทลงโทษผู้ตัดสินในเกมที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เปิดรังพ่ายให้กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ในเกมที่ 13 ของไทยลีก 2021/2022 หลังจากฝั่ง "จงอางผยอง" ยื่นประท้วงการทำหน้าที่ของ ฑีธิชัย นวลจันทร์ ผู้ตัดสินในเกมดังกล่าว

กับจังหวะที่ ทริสตอง โด แฮนด์บอลก่อนจะเป็นจุดโทษในนาทีที่ 90 ทำให้ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เดินออกจากสนามประท้วงจนโดนปรับเงินจำนวน 50,000 บาท และนาทีที่ 90+18 ที่ ยาเซียร์ อิสลามี ปินโต้ ขึ้นโหม่งกับ เอเวอร์ตัน กอนคัลเวส ก่อนจะโดนเป่าให้เป็นจุดโทษ ซึ่งทุกฝ่ายมองว่าเป็นเพียงแค่การขึ้นโหม่งเท่านั้น

ซึ่งเหตุการณ์แรก คณะอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินฯ ได้พิจารณาจากหลักฐานคลิป ภาพ เห็นว่า ผู้ตัดสินได้แจ้งว่าผู้เล่นฝ่ายรับเจตนาเตะที่ลูกบอล จึงไม่มีการเป่าฟาวล์ใดๆ VAR ทำการตรวจสอบแล้ว เห็นต่างจากผู้ตัดสินว่าผู้เล่นฝ่ายรับเตะไม่โดนที่ลูกบอล แต่โดนด้านข้างลำตัวของผู้เล่นฝ่ายรุก จึงแจ้งให้ผู้ตัดสินมาทำการตรวจสอบ

เมื่อผู้ตัดสินตรวจสอบแล้วให้เป็นจุดโทษแก่สโมสรทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าผู้เล่นทั้งสองทีมพยายามเข้าแย่งชิงลูกบอล โดยผู้เล่นฝ่ายรับพยายามเตะที่ลูกบอล และผู้เล่นฝ่ายรุกมีการวิ่งเข้าหาเกิดการสัมผัสกันจนล้มลง แต่ไม่มีการกระทำผิดกติกาของผู้เล่นทั้งสอง คณะอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินฯ

มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ฑีธิชัย นวลจันทร์ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ให้ลงโทษตามบทลงโทษ หมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์และ ชัยฤกษ์งามสม ผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ให้ลงโทษตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (2) ภาคทัณฑ์ เนื่องจากเป็นกรณีไม่มีความผิดพลาดอย่างชัดเจน และเหตุการณ์ไม่ใช่กรณีความผิดพลาดอย่างชัดเจนของผู้ตัดสินไม่ควรแจ้งให้ผู้ตัดสินมาทำการตรวจสอบ ควรยืนยันตามคำตัดสินของผู้ตัดสิน ตามหลัก VAR protocol

ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คณะอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินฯ ได้พิจารณาจากหลักฐานคลิป ภาพ เห็นว่าผู้เล่นมีการกระโดดโหม่งแย่งชิงลูกบอล จึงไม่ได้มีการเป่าฟาล์วใดๆ และ VAR ได้ทำการตรวจสอบแล้ว เห็นว่าผู้เล่นฝ่ายรับกระโดดโหม่งไม่โดนลูกบอล แต่ไปชนผู้เล่นฝ่ายรุกจากด้านหลัง จึงแจ้งให้ผู้ตัดสินมาทำการตรวจสอบเมื่อตรวจสอบแล้วผู้ตัดสินให้เป็นจุดโทษกับสโมสรแขนแก่น ยูไนเต็ด

คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า ผู้เล่นทั้งสองได้กระโดดขึ้นโหม่งแย่งชิงลูกบอลตามปกติไม่มีการกระทำผิดกติกาของผู้เล่นทั้งสอง คณะอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ฑีธิชัย นวลจันทร์ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ให้ลงโทษตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์

และ ชัยฤกษ์งามสม ผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ให้ลงโทษตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (2) ภาคทัณฑ์กรณีไม่มีความผิดพลาดอย่างชัดเจน ได้แจ้งให้ผู้ตัดสินมาทำการตรวจสอบ เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ใช่กรณีความผิดพลาดอย่างชัดเจนของผู้ตัดสิน ไม่ควรแจ้งให้ผู้ตัดสินมาทำการตรวจสอบ ควรยืนยันตามคำตัดสินของผู้ตัดสิน ตามหลัก VAR protocol

เท่ากับว่า ฑีธิชัย นวลจันทร์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ให้ลงโทษตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ละ 6 สัปดาห์รวมให้พักการปฏิบัติหน้าที่ 12 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ถึง วันที่ 10 กุมภาพันธ์2565 และลงโทษชัยฤกษ์ งามสม ผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ให้ลงโทษตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ละ 2 สัปดาห์รวมให้พักการปฏิบัติหน้าที่ 4 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ถึง วันที่ 16 ธันวาคม 2564

แต่ลืมอะไรไปหรือไม่ การโดนแบนที่เกิดขึ้นมันกินเวลาช่วงคาบเกี่ยวกับตอนไม่มีโปรแกรมไทยลีก 1 หวดพอดี เพราะในเดือน ธันวาคม ทีมชาติไทย จะต้องไปเล่น เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 รอบแบ่งกลุ่ม ที่สิงคโปร์ เท่ากับว่า "เปาเบิร์ด"ชัยฤกษ์ งามสม อดีตผู้ตัดสินยอดเยี่ยมของไทยปี 2019 จะพ้นมณฑิลในช่วงกลางเดือนหน้า

ส่วน ฑีธิชัย นวลจันทร์ ที่แบน 3 เดือน ก็ตัดเวลาไปเลยฟรีๆ 1 เดือนเต็ม เท่ากับเป็นเวลาพักร้อนและเคาต์ดาวน์ปีใหม่ไปในตัว ... มาตรฐานการลงโทษแบนผู้ตัดสิน มันควรจะเข้มข้นกว่านี้ไหมละครับ??

facebooktwitterreddit