ฟุตบอลไทย

"อรรณพ"ขอเคลียร์ กับประเด็นค่าใช้จ่ายกรณีนักเตะไทยบาดเจ็บจากการรับใช้ชาติ

W.PINTHONG
โดย W.PINTHONG
อรรณพ สิงห์โตทอง
อรรณพ สิงห์โตทอง / Chonburi Football Club
facebooktwitterreddit

หลังช่วงที่ผ่านมามีนักเตะเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติไทย ทั้ง วันชาติ ชูสงค์ ของอุทัยธานี เอฟซี กับ อันโธนิโอ แสนใจรักษ์ กองหลังชลบุรี เอฟซี ในทีมยู 23 และล่าสุด ฉัตรชัย บุตรพรม นายด่าน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จากทีมชุดแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 แต่สโมสรต้องจ่ายเงินเดือนช่วงรักษา 400,000 บาท ตลอด 8 เดือน

อรรณพ สิงห์โตทอง รองปธ.สโมสร ชลบุรี เอฟซี ออกมาเป็นตัวแทนทุกสโมสรฯ ที่ส่งนักเตะไปรับใช้ทีมชาติไทย แล้วเกิดอาการบาดเจ็บจากการลงสนาม จะแก้ปัญหาอย่างไร เจ้าตัวบอกว่า “ผมขอเป็นตัวแทนทุกสโมสรฯ ขอออกมาพูดเรื่องเคสที่นักเตะในสังกัด ได้รับอาการบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติ ซึ่ง อันโธนิโอ แสนใจรักษ์ ได้รับบาดเจ็บหนักที่หมอนรองเข่าฝั่งซ้าย ต้องทำการผ่าตัด”

“ซึ่งเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดนั้น ไม่มีปัญหา เพราะแค่หลักแสน ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละสโมสรก็มีประกันเป็นผู้สนับสนุน โดยสโมสรชลบุรี เรามีประกันจาก เอไอเอ ที่เป็นสปอนเซอร์คอยซัพพอร์ตอยู่แล้ว แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จแล้ว นักเตะจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นจากแผลที่ผ่าตัด และ ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย รวมๆแล้ว ใช้เวลาเกิน 6-7 เดือน หรือ บางเคสนี่ใช้เวลาเกือบปี”

“ตัวผมเอง อยากจะฝากถึงสมาคมฟุตบอล หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ระลึกถึงสโมสรฯต้นสังกัดของนักเตะว่า เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว ระยะเวลาครึ่งปี หรือ ระยะเวลาเกือบปี เงินเดือนแต่ละเดือน สโมสรต้นสังกัด จะต้องรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก โดยที่นักกีฬา ไม่สามารถลงเล่นให้กับสโมสรต้นสังกัดได้เลย และ ที่สำคัญสโมสรฯต้องจ่ายเงินเดือนให้นักเตะ เป็นจำนวนมาก”

“เหตุนี้เอง ผมจึงอยากให้สมาคมฟุตบอล หรือ ผู้รับผิดชอบ ได้รับรู้ ถึงปัญหา เรื่องค่าใช้จ่าย ตรงจุดนี้ด้วย เพราะทุกสโมสรฯ ก็ยอมปล่อยตัวนักกีฬาไปรับใช้ชาติ แต่พอนักกีฬาได้รับบาดเจ็บกลับมา เป็นสโมสรต้องแบกรับ ภาระค่าใช้จ่ายทุกเดือนๆ ในเรื่องของเงินเดือน โดยที่สโมสรฯไม่สามารถใช้งานนักเตะได้เป็นเวลาหลายเดือน จนอาจจะเกือบปี”

“ผมอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เล็งเห็นถึง ปัญหาตรงจุดนี้ว่า จะช่วยแก้ไขปัญหา หรือ จะช่วยกันแบ่งเบาภาระของสโมสรฯ ที่ส่งนักเตะไปรับใช้ทีมชาติ ได้อย่างไรกันบ้าง ผมอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกันหาทางออกร่วมกัน”


facebooktwitterreddit