พรีเมียร์ลีก

10 การเซ็นสัญญายอดแย่ของ พรีเมียร์ลีก ประจำซีซัน 2020-2021 (ตอนที่ 1) - FEATURE

Manchester City v Chelsea FC - UEFA Champions League Final
Manchester City v Chelsea FC - UEFA Champions League Final / Alex Livesey - Danehouse/Getty Images
facebooktwitterreddit

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-2021 จบลงไปเกือบเดือนแล้วแต่ยังมีเรื่องราวมากมายให้พูดถึงกัน โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ช่วง ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์รอบใหม่ที่กำลังจะเปิดทำการในกีไม่นานนี้

เมื่อพูดถึงการซื้อขายที่ผ่านมา มีหลายทีมที่สามารถปิดดีลสุดปัง ซื้อปุ๊บ ใช้งานได้ปั๊บ นักเตะโชว์ฟอร์มดีคุ้มราคาค่าตัวและค่าเหนื่อยที่จ่ายไป แต่ก็มีอีกหลายดีลที่ดูเหมือนทำท่าว่าจะดี แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียอย่างนั้น

นี่คือ 10 การเซ็นสัญญายอดแย่ประจำซีซันที่ทาง เดลีเมล คัดสรรมาให้แฟนบอลได้มาทบทวนก่อนเปิดตลาดรอบใหม่ โดยในตอนแรกจะขอเสนอ 5 ราย และปิดท้ายอีก 5 รายในตอนที่ 2 ต่อไป

10. โธมัส ปาร์เตย์
จาก แอตเลติโก้ มาดริด สู่ อาร์เซนอล
45 ล้านปอนด์

Thomas Partey
Crystal Palace v Arsenal - Premier League / Sebastian Frej/MB Media/Getty Images

การเซ็นสัญญากับ ปาเตย์ ถือเป็นดีลสุดปังในตอนนั้นของแฟนบอล อาร์เซนอล ที่กำลังต้องการสตาร์ซักคนเพื่อเข้ามายกระดับทีมในการลุ้นพื้นที่โควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซันที่ มิเกล อาร์เตต้า ได้คุมทีมอย่างเต็มตัวเป็นปีแรก พวกเขายอมจ่ายค่าฉีกสัญญาในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย ซึ่งทำเอาทีม ตราหมี ออกอาการหัวร้อนที่โดนฉกนักเตะคนสำคัญของพวกเขาไปชนิดที่ไม่สามารถทำอะไรได้

ปาร์เตย์ ถือเป็นหัวใจหลักในแดนกลางของ แอตฯ มาดริด ในช่วงที่ผ่านมา การที่ อาร์เซนอล สามารถคว้าตัวผู้เล่นระดับนี้เข้ามาได้นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการเปิดศักราชใหม่ในการกลับมาลุ้นความสำเร็จของทีมหลังจากที่ตกต่ำมาหลายปี

เรื่องฝีเท้าของกองกลางทีมชาติกานานั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาได้แสดงให้เห็นถึงคลาสบอลอันยอดเยี่ยมที่เหนือมิดฟิลด์คนอื่น ๆ ในทีม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเกมที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ด้วยสกอร์ 1-0 เพียงแต่อาการบาดเจ็บทั้งบริเวณสะโพก, กล้ามเนื้อ และแฮมสตริงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องพลาดการลงสนามให้กับทัพ ปืนโต ไป 17 นัดหรือเกือบครึ่งฤดูกาลและไม่สามารถช่วยทีมได้เท่าที่ควรจะเป็น


9. มิชี บาทชัวยี
จาก เชลซี สู่ คริสตัล พาเลซ
สัญญายืมตัว

Michy Batshuayi
Everton v Crystal Palace - Premier League / Sebastian Frej/MB Media/Getty Images

ความประทับใจจากการยืมตัวครั้งแรกเมื่อช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซัน 2018-2019 กับ พาเลซ นั้นยังคงทำให้แฟนบอลที่นั่นคิดถึงเขา โดยตอนนั้น "เดอะแบทแมน" ลงสนามไปทั้งหมด 13 นัดยิงได้ถึง 6 ประตู นั่นเป็นเป็นเหตุผลที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ตัดสินใจขอยืมมาใช้งานอีกรอบในซีซันที่ผ่านมา

คราวนี้ ดิอีเกิ้ลส์ จัดเต็มด้วยการทำสัญญาขอยืมกองหน้าวัย 27 ปีจาก เชลซี เป็นเวลา 1 ซีซัน โดยหวังว่าเขาจะระเบิดฟอร์มอีกครั้งที่ เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค แต่ที่ไหนได้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่คนที่ถูกยืมก็เป็นเป็นคนเดิม และลงเล่นให้สโมสรเดิมแท้ ๆ

บาทชัวยี โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก เขากลายเป็นตัวสำรองในทีมของปู่รอยและทำผลงานได้อย่างเลวร้ายด้วยการยิงไปแค่ 2 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 18 นัดในทุกรายการ ซึ่งประตูแรกเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม จากนั้นประตูที่สองยิงได้เมื่อวันที่ 5 เมษายนช่วงปลายฤดูกาล

ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ ดาวยิง เชลซี ก็ยังมีชื่อในทีมชาติเบลเยียมชุดลุยศึก ยูโร 2020 เนื่องจากสถิติของเขากับทีม ปีศาจแดงแห่งยุโรป นั้นมันตรงกันข้ามกับสโมสรอย่างสิ้นเชิง โดยการลงเล่น 4 เกมหลังสุดยิงได้ถึง 6 ประตู เล่นเอาแฟนบอล พาเลซ เกาหัวแกรก ๆ กันเลยทีเดียว


8. โจชัว คิง
จาก บอร์นมัธ สู่ เอฟเวอร์ตัน
5 ล้านปอนด์

Joshua King
Manchester United v Everton - Premier League / Michael Regan/Getty Images

17 เดือนก่อนหน้านั้นชื่อของ โจชัว คิง ยังไปพัวพันกับสโมสรเก่าของเขาอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เลย แม้ว่าท้ายที่สุดจะไม่ได้ย้ายทีมก็ตาม แต่เพชรก็ยังเป็นเพชรอยู่วันยังค่ำ ดาวเตะ บอร์นมัธ ได้กลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก ก่อนต้นสังกัด ด้วยการถูก เอฟเวอร์ตัน สอยมาร่วมทีมในราคาสุดถูกเพียง 5 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

มองดูผิวเผินเหมือน เดอะท็อฟฟี จะได้อาวุธลับเสริมแนวรุกให้น่ากลัวมากขึ้น ยิ่งในทีมมีตัวเด็ดอย่าง โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน อยู่แล้ว เสริมด้วยสตาร์วัย 29 ปียิ่งทำให้มีลุ้นในการกลับไปเล่นในฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง

แต่สุดท้ายแล้ว คิง ก็ไม่ได้เป็น คิง สมชื่อ สถิติอันเลวร้าย 0 ประตู 0 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 11 นัดทำให้เขาย้ายมาดับกับทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ โดยแท้และหลายสื่อก็เชื่อว่าซัมเมอร์นี้เจ้าตัวจะต้องเก็บของย้ายออกจากทีมอย่างแน่นอน

7. โอซาน คาบัค
ชาลเก้ 04 สู่ ลิเวอร์พูล
สัญญายืมตัว

Ozan Kabak, Karim Benzema
Liverpool FC v Real Madrid - UEFA Champions League Quarter Final: Leg Two / Michael Regan/Getty Images

การป้องกันแชมป์ของ "แชมป์เก่า" อย่าง ลิเวอร์พูล ต้องกลายเป็นฝันสลายเมื่อพวกเขาต้องเสีย 3 เซ็นเตอร์แบ็คอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องหันไปใช้บริการ 2 กองกลางอย่าง ฟาบินโญ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมทั้งให้โอกาสดาวรุ่งอย่าง รีส วิลเลียมส์ และ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ในการลงสนามช่วงครึ่งซีซันแรก

เมื่อตลาดหน้าหนาวเปิดทำการทีมงานของ หงส์แดง ก็ไปคว้า 2 กองหลังอย่าง เบน เดวีส์ มาจาก เปรสตัน นอร์ธเอนด์ และ โอซาน คาบัค จาก ชาลเก้ 04 ซึ่งทำให้ เดอะค็อป บางคนออกอาการสงสัยว่า 2 คนนี้มายังไงและจะเข้ามาช่วยทีมได้ขนาดไหน

คนแรกจะบอกว่าล้มเหลวก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเลยแม้แต่เกมเดียว ส่วนรายหลังประเดิมเกมแรกก็โชว์เหวอด้วยการสื่อสารผิดพลาดกับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จนทำให้ทีมเสียประตูและพ่ายแพ้ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังให้โอกาสในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจะดูมีพัฒนาการขึ้นเรื่อย ๆ แต่จากสถิติการลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ไป 13 นัด ซึ่งพาทีมชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 4 เกม ก็บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวยังไม่ใช่คนที่จะยกระดับเกมรับของทีมได้ ซึ่งข้อพิสูจน์ยิ่งชัดเจนในช่วง 5 เกมสุดท้ายที่ คาบัค ไม่ได้ลงเล่นเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ หงส์แดง สามารถคว้า 15 คะแนนเต็มและเก็บได้ถึง 3 คลีนชีต คว้าอันดับ 3 พร้อมพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก ชนิดไร้กังวล


6. ติโม แวร์เนอร์
อาร์เบ ไลป์ซิก สู่ เชลซี
53 ล้านปอนด์

Timo Werner
Manchester City v Chelsea FC - UEFA Champions League Final / Visionhaus/Getty Images

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว เดอะค็อป หลายคนต่างตื่นเต้นกับข่าวของ แวร์เนอร์ เนื่องจากถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นดาวเตะคนใหม่ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ หลังจากที่มีข่าวพัวพันกันอย่างลึกซึ้ง แต่ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีเงินไปซื้อ เลยกลายเป็น เชลซี ที่ตัดหน้าคว้าไปร่วมทีม

แฟนบอล สิงห์บลู คาดหวังว่ากองหน้าทีมชาติเยอรมนีจะเข้ามาเป็นตัวระเบิดตาข่ายให้กับสโมสรและเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมาไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลใหม่ แต่เจ้าตัวกลับทำสถิติล้ำหน้าได้มากกว่าจำนวนประตูเสียอีก โดยจบซีซันด้วยการทำไป 12 ประตูจากการลงเล่น 52 เกม

แม้จะช่วย เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้ แต่ฟอร์มโดยภาพรวมของ แวร์เนอร์ ถูกตัดสินว่าน่าผิดหวัง เพราะทีมไม่ได้ซื้อเขามาเพื่อมาวิ่งหาช่องหรือทำทางให้เพื่อนอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการยิงประตูซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างชื่อให้เขาเมื่อตอนที่อยู่กับ ไลป์ซิก ใน บุนเดสลีกา

อย่างไรก็ตามซีซันหน้าคาดว่า แวร์เนอร์ จะยังได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องในทีมของ โธมัส ทูเคิล และจะเป็นปีที่เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเงิน 53 ล้านปอนด์ที่สโมสรยอมจ่ายเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนั้นมันคุ้มค่าจริง ๆ


ติดตามการเซ็นสัญญาที่น่าผิดหวังอันดับที่ 1-5 ได้ที่

https://www.90min.com/th

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit