พรีเมียร์ลีก

บทสรุป พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21 - FEATURE

ชิดชนก เชอร์มา
Manchester City v Everton - Premier League
Manchester City v Everton - Premier League / Michael Regan/Getty Images
facebooktwitterreddit

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21

และนี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับซีซั่นนี้

Sadio Mane
Liverpool v Crystal Palace - Premier League / Pool/Getty Images

แชมป์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้
รองแชมป์ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,
ยูฟ่า ยูโรปาลีก : เลสเตอร์ ซิตี้, เวสต์แฮม
ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ลีก : ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ลุ้นกันยันนัดสุดท้ายเลยสำหรับพื้นที่ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็เป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เหมือนเดจาวูจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วพลาดท่าถูก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ พลิกแซงเขี่ยร่วงไปอยู่ในอันดับที่ 5 โดยที่ ลิเวอร์พูล และ เชลซี สามารถคว้าตั๋วไปเล่น ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จแม้ในรายหลังจะบุกไปแพ้ แอสตัน วิลลา ก็ตาม

เวสต์แฮม อีกหนึ่งม้ามืดประจำฤดูกาลนี้ที่ลุ้นคั่วตำแหน่งท็อปโฟร์กับเหล่าบิ๊กทีมได้อยู่พักใหญ่ก่อนที่จะมาแผ่วปลายจนต้องได้ไปเล่น ยูโรปาลีก กับ เลสเตอร์ ซิตี้ แทน ส่วน สเปอร์ส นั้นจะได้ไปชิมลางในรายการใหม่อย่าง
ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ลีก

Darnell Furlong
Arsenal v West Bromwich Albion - Premier League / Richard Heathcote/Getty Images

ตกชั้น : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ฟูแลม, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
เลื่อนชั้น : นอริช, วัตฟอร์ด และ เบรนท์ฟอร์ด หรือ สวอนซี

สามสโมสรที่ต้องร่วงลงไปเล่นในลีกรองก็คือ เชฟฟิลด์ ที่ฟอร์มรูดจากฤดูกาลที่แล้วอย่างน่าเหลือเชื่อ, เวสต์บรอม ที่แม้จะได้ บิ๊กแซม มาคุมทัพในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยพวกเขาจากฟอร์มอันย่ำแย่ได้ และ ฟูแลม

ด้านสโมสรที่เลื่อนชั้นขึ้นมาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็น นอริช ซิตี้ และ วัตฟอร์ด ที่คว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ส่วนทีมสุดท้ายที่จะได้ตั๋วไปเล่นในลีกสูงสุดยังคงต้องไปลุ้นกันในเกมเพลย์ออฟนัดสุดท้ายระหว่าง เบรนท์ฟอร์ด และ สวอนซี ซิตี้ 

Harry Kane
Leicester City v Tottenham Hotspur - Premier League / Laurence Griffiths/Getty Images

รางวัลรองเท้าทองคำนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องลุ้นกันยันเกมสุดท้ายอีกเช่นกันหลังจากที่ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แฮร์รี เคน ซัด กันไปคนละ 22 ประตูหลังจบเกมวีคที่ 37 แต่หัวหอกชาว อังกฤษ ก็สามารถทำประตูที่ 23 ของตัวเองได้ในเกมนี้พร้อมกับยังคว้ารางวัลดาวแอสซิสต์พ่วงไปด้วยที่จำนวน 14 ครั้ง
โดยอันดับสองเป็นของ บรูโน แฟร์นันดส์ และ เควิน เดอ บรอยน์ จากสองทีมเมือง แมนเชสเตอร์ ที่ทำไป 12 ครั้งเท่ากัน

Ederson
Manchester City v Everton - Premier League / Michael Regan/Getty Images

ด้าน เอแดร์ซอน  ผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ คว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครองได้เป็นปีที่สองติดต่อกันหลังเก็บคลีนชีทในลีกซีซั่นนี้ไป 19 เกม ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เอดูอาร์ เมนดี้  ของ เชลซี ที่เก็บคลีนชีทได้ 16 เกม

Roberto Firmino, Fabinho, Thiago
Liverpool v Crystal Palace - Premier League / Alex Livesey/Getty Images

ลิเวอร์พูล แม้จะจบฤดูกาลแบบมือเปล่าแต่พวกเขาก็ยังคงเป็นรักษาแชมป์ แฟร์เพลย์ ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้ว
จากการเสียใบเหลืองไปเพียง 40 ใบจาก 38 เกมทำให้คะแนนแฟร์เพลย์อยู่ที่ 40 คะแนน ขณะที่ เบิร์นลีย์ ตามมาเป็นอันดับสองโดนไป 48 ใบเหลือง ไม่มีใบแดง ส่วนที่โหล่คือ เชฟฟิลด์ ที่มี 88 คะแนนจากการโดนใบเหลือ 73 ใบ ใบแดงโดยตรง 3 และ เหลือง-แดง 3

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

- ทีมที่ทำประตูได้มากที่สุด : แมนฯ ซิตี้ (83 ลูก)
- ทีมที่ทำประตูได้น้อยที่สุด : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (20 ลูก)
- ทีมที่เสียประตูมากที่สุด : เวสต์บรอม (76 ลูก)
- ทีมที่เสียประตูน้อยที่สุด : แมนฯ ซิตี้ (32 ลูก)
- ทำเข้าประตูตัวเองมากที่สุด : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (5 ครั้ง)
- ทีมที่แม่นเสา-คานมากที่สุด : ท็อตแนม (24 ครั้ง)


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit