ลิเวอร์พูล

เซาแธมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล: 4 ประเด็นสำคัญก่อนเกม หงส์แดง บุกรัง นักบุญแดนใต้

FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-SOUTHAMPTON
FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-SOUTHAMPTON / PAUL ELLIS/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
วันแข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2022
เวลาแข่งขัน: 01:45 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขัน: เซาแธมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
สนาม: เซนต์ แมร์รี
ถ่ายทอดสด: True Premier Football HD 1


1. หงส์แดง ลุ้นอาการ 4 ตัวหลัก

Chelsea v Liverpool: The Emirates FA Cup Final
Chelsea v Liverpool: The Emirates FA Cup Final / Sebastian Frej/MB Media/GettyImages

ก่อนเกมแม้ว่า ลิเวอร์พูล เพิ่งจะผงาดชูถ้วย เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จหลังจากเฉือนชนะการดวลจุดโทษกับ เชลซี มาได้แบบหวุดหวิด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับอาการบาดเจ็บของ 3 สตาร์ทั้ง โม ซาลาห์ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่ทั้งสามถูกเปลี่ยนตัวออกระหว่างเกมทั้งหมด ทำให้ ณ ปัจจุบันดาวเตะตัวหลัก ๆ ของทีมถึง 4 คนจะมีอาการบาดเจ็บติดตัวทั้ง ฟาบินโญ ที่เจ็บต้นขามาก่อนหน้านี้ซึ่งก็หวังว่าจะกลับมาช่วยทีมได้ทันก่อนนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปลายเดือนนี้ ด้าน บังโม ที่เจ็บโคนขาหนีบ ทางสโมสรแจ้งว่าอาการไม่หนักแต่ไม่อยากเสี่ยงใช้งานต่อในสภาพไม่เต็มร้อย ฟาน ไดจ์ค มีอาการเจ็บบริเวณเข่าซึ่งอาการไม่รุนแรงแต่ยัง 50-50 ว่าจะกลับมาลงสนามเกมนี้ได้หรือไม่ และ ร็อบโบ้ ที่เจ็บเล็กน้อยที่กล้ามเนื้อต้นขา น่าจะกลับมามีชื่อในเกมนี้ได้แต่อาจจะนั่งสำรองไปก่อนเพื่อรักษาสภาพร่างกาย

2. นักบุญ ลอยตัว

Oriol Romeu, Ralph Hasenhuettl, Stuart Armstrong - Soccer Player
Southampton v Arsenal - Premier League / Visionhaus/GettyImages

ก่อนเกม เซาแธมป์ตัน รั้งอันดับที่ 15 มี 6 คะแนนเหนือ เบิร์นลีย์ ที่อยู่ในโซนตกชั้น แต่ทิ้งห่าง ลีดส์ อันดับที่ 17 ไป 4 แต้มขณะที่ ยูงทอง ลงแข่งไปมากกว่า 1 นัด นั่นหมายความว่า พลพรรคนักบุญ จะอยู่รอดแน่นอนแล้วในฤดูกาลนี้แม้ว่าพวกเข้าจะแพ้รวดอีกสองเกมที่เหลือก็ตาม นั่นทำให้ตลอดหลายนัดที่ผ่านมาพวกเขาเรียกได้ว่าเล่นแบบปล่อยของโดนคู่แข่งไล่ถลุงไปถึง 9 ลูกจาก 4 เกมล่าสุด ซึ่งคงไม่ใช่งานยากของ หงส์แดง ในนัดนี้สำหรับ 3 แต้มถึงแม้ว่าอาจจะมีการโรเทชั่นนักเตะบางตำแหน่งก็ตาม

3. ตัวอันตรายหนึ่งเดียวของ เซาแธมป์ตัน

James Ward-Prowse
Brentford v Southampton - Premier League / Marc Atkins/GettyImages

กลายเป็นเดอะแบกของทีมอย่างเต็มตัวในปีสำหรับ เจมส์ วอร์ด พราวส์ กองกลางเพลยเมกเกอร์ที่ทำไป 9 ประตูนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมซีซั่นนี้ และอย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าทีเด็ดของเขาอยู่ที่ลูกตั้งเตะที่แม่นเหมือนจับวางชนิดที่หากเสียฟรีคิกในตำแหน่งทำการก็เหมือนกับเสียจุดโทษเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถิติการยิงฟรีคิก JWP เองก็นำโด่งในฤดูกาลนี้จากการยิงเข้าไปแล้ว 4 ประตูมากกว่านักเตะทุก ๆ คนในซีซั่นนี้

4. "เจอร์ราร์ด" ความหวังเดียวของ ลิเวอร์พูล

Steven Gerrard, Jürgen Klopp
Aston Villa v Liverpool - Premier League / Visionhaus/GettyImages

ต้องบอกว่าแม้ แมนฯ ซิตี้ จะพลาดท่าสะดุดเสมอกับ เวสต์แฮม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ช่องว่างลดลงมาเหลือที่ 4 คะแนน หากเกมนี้ ลิเวอร์พูล ชนะก็จะตามมาเหลือ 1 แต้มพร้อมเหลือเกมในมืออีกทีมละ 1 นัด โดย หงส์แดง จะเปิดบ้านพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน และ เรือใบสีฟ้า จะเล่นในรังของตัวเองเจอกับ แอสตัน วิลลา ซึ่งทางเดียวที่ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะคว้าแชมป์ต้องชนะสองเกมที่เหลือสถานเดียวและลุ้นให้ เรือใบ ไม่ชนะ วิลลา เท่านั้น ซึ่งต้องบอกตรง ๆ เลยว่าแม้จะมีความหวัง แต่มันก็ค่อนข้างริบหรี่เลยทีเดียว แต่ก็ไม่แน่เพราะ สตีเวน เจอร์ราร์ด ศิษย์เก่า หงส์แดง ที่คุม สิงห์ผงาด อยู่นั้น คงไม่ปล่อยให้ ซิตี้ ผงาดเหนือทีมรักความชูถ้วยแบบง่าย ๆ อย่างแน่นอน


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit