ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล พบ เซาแธมป์ตัน: ประเด็นสำคัญก่อนเกม พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ หงส์แดง เปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับ ทัพนักบุญ

FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-SOUTHAMPTON
FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-SOUTHAMPTON / PAUL ELLIS/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2021
เวลาแข่งขัน: 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขัน : ลิเวอร์พูล พบ เซาแธมป์ตัน
สนาม: แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสด: True Premier Football HD1


1. หงส์แดง กับสถิติอันสวยหรู

Juergen Klopp
Liverpool v Arsenal - Premier League / Clive Brunskill/GettyImages

นับจนถึงเกมที่เอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้ไม่แพ้ใครในบ้านมาแล้ว 15 นัดติดต่อกัน (ชนะ 10 เสมอ 5) แถม 5 เกมหลังสุดที่ เซาแธมป์ตัน บุกมาเยือน แอนฟิลด์ พวกเขายิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าถิ่นยังไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 หากพวกเขาลงแข่งในเวลาบ่าย 3 โมงของวันเสาร์ (ตามเวลาประเทศอังกฤษ) ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ 25 นัดติดต่อกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ชนะ 22 เสมอ 3)

2. งานเบากองหลัง หงส์แดง

Curtis Jones, Andrew Robertson, Trent Alexander-Arnold
Brentford v Liverpool - Premier League / Clive Rose/GettyImages

จุดอ่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งของทีมเยือน เซาแธมป์ตัน ในฤดูกาลนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเกมรุกที่ปัจจุบันผ่านไปแล้ว 12 นัดพวกเขายิงได้เพียง 11 ประตูซึ่งมีเพียง นอริช ทีมเดียวที่ยิงได้น้อยกว่า โดยสาเหตุสำคัญก็เป็นเพราะแนวทางการเน้นแพ็คเกมรับเป็นพิเศษในปีนี้ของ ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล และอาศัยเกมสวนกลับจากความเร็วของแนวรุกอย่าง อดัมส์ อาร์มสตรอง เนธาน เร้ดมอนด์ หรือแม้แต่ เช อดัมส์ เองดูจะยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ฉนั้นเกมนี้จึงไม่น่าจะเป็นงานยากของบรรดากองหลังระดับโลกของ หงส์แดง และนั่นก็อาจช่วยให้แบ็คของเจ้าถิ่นเติมเกมได้อย่างอิสระมากขึ้นเนื่องจากไร้ความกดดันจากแนวรุกของคู่แข่งนั่นเอง

3. ที่เด็ดเกมรับของ นักบุญ

Valentino Livramento, Mohammed Salisu
Southampton v Leeds United - Premier League / Eddie Keogh/GettyImages

แม้เกมรุกจะย่ำแย่ แต่อย่างที่กล่าวไปว่า ทัพนักบุญ ในปีนี้โฟกัสที่เกมรับมากเป็นพิเศษนั่นทำให้พวกเขาเสียไปเพียง 14 ประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 เป็นรองเพียง เชลซี แมนฯ ซิตี้ ลิเวอร์พูล และ วูล์ฟแฮมป์ตัน เท่านั้น แถมนักเตะใหม่ที่เสริมทัพเข้ามารวมถึงแข้งตัวหลักที่มีอยู่เดิมในแผงหลังต่างทำผลงานได้ดีเกินคาดทั้ง ติโน ลิวราเมนโต้ แบ็คดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปี โมฮาเหม็ด ซาลิซู ปราการหลังตัวกลางที่กลายเป็นแกนหลักให้กับทีมแทนที่การจากไปของ เวสเตอร์การ์ด หรือแม้จากการขยับ ไคล์ วอล์เกอร์ ปีเตอร์ ไปเล่นเป็นแบ็คซ้ายก็ดูจะค่อนข้างลงตัวไปเสียหมด จึงเป็นอะไรที่น่าสนุกที่จะได้เห็นหนึ่งในทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดในยุโรป ณ เวลานี้ ปะทะกับบรรดากำแพงแนวรับดาวรุ่งไฟแรงที่ไม่เคยเกรงกลัวใคร คงต้องลุ้นกันว่าที่สุดแล้วฝ่ายใดจะเหนือกว่ากัน


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit