แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟซี โคเปนเฮเก้น : เก็บตกทุกประเด็นร้อนหลังเกม ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนที่ผ่านมา

Bruno Fernandes
Manchester United v FC Kobenhavn - UEFA Europa League Quarter Final | DeFodi Images/Getty Images

ข้อมูลการแข่งขัน
การแข่งขัน : ฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปาลีก 2019/20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
วันแข่งขัน : คืนวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม
เวลาแข่งขัน : 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟซี โคเปนเฮเก้น
สนาม : รีนเอเนอร์จี สตาดิโอน ประเทศเยอนมนี

1. เกมเหนือกว่า แต่ขาดความเฉียบคม

Bruno Fernandes
Manchester United v FC Kobenhavn - UEFA Europa League Quarter Final | James Williamson - AMA/Getty Images

เกมนี้หลังจาก 15 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็แทบเป็นฝ่ายครองเกมบุกตลอดจนเกือบจะครบ 120 นาที ซึ่งพวกเข้าสร้างสรรค์โอกาสยิงไปมากถึง 30 ครั้งในเกมนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า 29 จาก 30 ครั้งนั้นไม่มีครั้งไหนเลยที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ จนต้องมาอาศัยบารมีลูกจุดโทษที่พวกเขาถนัดและมักจะได้อยู่บ่อย ๆ ในฤดูกาลกาลนี้พาทีมเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามส่วนหนึ่งก็ต้องชมแนวรับของคู่แข่งที่เล่นได้ค่อนข้างรัดกุม โดยเฉพาะนายทวารอย่าง คาร์ล โยฮัน จอห์นสัน ที่สามารถโชว์ฟอร์มเทพเซฟช่วยทีมเอาไว้ได้มากถึง 13 ครั้งตลอดทั้งเกมจนเกือบยื้อไปดวลจุดโทษชี้ขาดได้อยู่เหมือนกันในเกมเมื่อคืนนี้

2. 2 แข้ง โคเปนเฮเก้น ฟอร์มเด่น

FBL-EUR-C3-MAN UTD-COPENHAGEN
FBL-EUR-C3-MAN UTD-COPENHAGEN | WOLFGANG RATTAY/Getty Images

เกมนี้มี 2 นักเตะจากทีม เอฟซี โคเปนเฮเก้น ที่ทำผลงานได้โดดเด่นสะดุดตา รายแรกก็คือ คาร์ล โยฮัน จอห์นสัน นายทวารชาวสวีเดนวัย 30 ปีที่โชว์ฟอร์มเซฟกระจายจนทำลายสถิติเซฟสูงสุดในรายการนี้ลงไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีกหนึ่งรายคือ ราสมูส ฟอล์ค กองกลางชาวเดนมาร์กวัย 28 ปี ที่วันนี้ขยับมาเล่นทางกราบขวาเป็นหลัก โดยต้องบอกว่าทำผลงานได้โดดเด่นสุด ๆ ทั้งการกระชากลากเลื้อย รวมถึงทักษะเฉพาะตัว ที่สามารถเล่นงาน แบรนดอน วิลเลียมส์ ซะจนปั่นป่วนได้ตลอดทั้งเกมเลยทีเดียว

3. สถิติที่น่าสนใจหลังเกม

FBL-EUR-C3-MAN UTD-COPENHAGEN
FBL-EUR-C3-MAN UTD-COPENHAGEN | WOLFGANG RATTAY/Getty Images

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายในรายการนี้ได้เป็นครั้งที่สองในรอบ 4 ฤดูกาลหลัง ซึ่งครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำได้ในปี 2016/17 จบด้วยการคว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุด

เอฟซี โคเปนเฮเก้น มีสถิติที่แย่เมื่อต้องพบเจอกับทีมจากอังกฤษ ซึ่งพวกเขาเอาชนะได้เพียงเกมเดียวจากทั้งหมด 11 นัด (เสมอ 4 แพ้ 6) อีกทั้งยิงประตูคู่แข้งไม่ได้ถึง 5 เกมด้วยกัน

แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมที่ของ โอเล กุนนาร์ โซลชา สามารถเก็บคลีนชีทได้ถึง 8 จาก 11 นัด (73%) ในรายการนี้ ซึ่งถึงว่าเป็นสถิติที่ดีที่สุดในบรรดากุนซือทุนคนของสโมสรที่เคยคุมทีมมาเล่นในถ้วยใบนี้ 11 เกมแรก

ในฤดูกาล 2019/20 นี้ บรูโน เฟอร์นันเดส ยิงจุดโทษไม่พลาดเลยแม้แต่ประตูเดียว (13 ประตู) โดยเป็นการยิงให้ สปอร์ติง ลิสบอน 6 ประตู และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7 ประตูด้วยกัน

จุดโทษในเกมนี้ของ ปีศาจแดง นับเป็นลูกที่ 21 ที่พวกเขาได้ในฤดูกาลนี้หากนับรวมทุกรายการ ซึ่งจัดว่ามากกว่าทุกทีมในยุโรปซีซั่นนี้เลยทีเดียว

หากนับตั้งแต่ปี 2017/18 บรูโน เฟอร์นันเดส นับเป็นผู้เล่นที่มีส่วนกับการทำประตูในรายการนี้มากที่สุด (21 ครั้ง - ยิง 13 แอสซิสต์ 8)

คาร์ล โยฮัน จอห์นสัน ผู้รักษาประตูของ เอฟซี โคเปนเฮเก้น เซฟไปมากถึง 13 ครั้งในเกมนี้ ซึ่งมากที่สุดนับแต่ฟุตบอลรายการนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูโรปาลีก เมื่อปี 2009/10

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด