ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี (3) 2-0 (1) เรอัล มาดริด : เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สิงโตน้ำเงินคราม ทะลุเข้าชิง

ศักย์ศรณ์ เนนเลิศ
May 6, 2021, 5:23 AM GMT+7
Chelsea v Real Madrid - UEFA Champions League Semi Final: Leg Two
Chelsea v Real Madrid - UEFA Champions League Semi Final: Leg Two / Clive Rose/Getty Images
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน : ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2020/21 รอบรองชนะเลิศ เลกที่ 2
วันแข่งขัน : คืนวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2021
เวลาแข่งขัน : 02:00  น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขัน : เชลซี (3) 2-0 (1) เรอัล มาดริด
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

1. เชลซี ควรต้องได้มากกว่า 2 ประตู

Ngolo Kante
Chelsea v Real Madrid - UEFA Champions League Semi Final: Leg Two / James Williamson - AMA/Getty Images

ตลอด 90 นาทีในเกมนี้ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า เชลซี เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าชัดเจน โดยเฉพาะจังหวะเข้าทำที่หากพวกเขาเฉียบขาดกันมากกว่านี้คงจะยิงได้สัก 4 ถึง 5 ประตูไปแล้ว โดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวถึง 3 ครั้งในครึ่งเวลาหลัง ที่ทั้ง ฮาเวิร์ตซ์ ก็องเต้ และ เมานท์ ต่างพลาดโอกาสทองทำหมูหกยิงนกตกปลาไปเสียหมด ยังดีที่สุดท้าย เมสัน เมานท์ มาแก้ตัวยิงประตูคลายความกดดันไปได้ในช่วงท้ายเกม มิฉนั้นช่วง 10 นาทีสุดท้ายคงเป็นอะไรที่บีบหัวใจแฟนบอล สิงห์บลู มากกว่านี้อย่างแน่นอน

2. ราชัน มีทีเด็ดแค่ เบนเซมา

Karim Benzema, Antonio Rudiger
Chelsea v Real Madrid - UEFA Champions League Semi Final: Leg Two / James Williamson - AMA/Getty Images

สำหรับเกมรุกของ เรอัล มาดริด ในวันนี้ ต้องบอกว่ามาในทรงเดียวกับนัดแรก ที่อาศัยความเฉียบขาดของหอกตัวเก๋า คาริม เบนเซมา แบกความหวังในการเข้าทำทั้งหมด ซึ่งก็เกือบทำได้ถึง 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรก แต่ถูก เอดูอาร์ด เมนดี้ ปฏิเสธเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่สตาร์รายอื่น ๆ ทั้ง วินิซิอุส ก็สร้างความหวือหวาได้แต่บริเวณริมเส้น ไม่สามารถพาบอลเข้าสู่พื้นที่อันตรายได้ เช่นเดียวกับอดีตเดอะแบกของ เชลซี อย่าง เอเดน อาซาร์ ที่แทบไม่มีบทบาทกับเกมเลย แถมตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาก็ยังสร้างความแตกต่างไม่ได้จนทำให้ผลออกมาด้วยความปราชัยไปในที่สุด

3. พูลิซิช ทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง

Christian Pulisic, Sergio Ramos
Chelsea v Real Madrid - UEFA Champions League Semi Final: Leg Two / Quality Sport Images/Getty Images

วันนี้ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์เล็กน้อยที่ โธมัส ทูเคิล ไม่ส่ง พูลิซิช ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงลงสนามเป็นตัวจริงในนัดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม "กัปตันอเมริกา" ยังคงได้รับโอกาสในช่วงครึ่งหลัง และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเลยแม้แต่น้อย สามารถสร้างความแตกต่างด้วยการใช้ทักษะความเร็วไปกับบอลปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้เจ้าตัวทำได้ 1 แอสซิสต์จากจังหวะที่หลุดไปแต่ไม่ติดสินใจยิงจังหวะแรก รอให้ เมานท์ สอดขึ้นมาก่อนตบเข้ากลางให้เพื่อนยิงจ่อ ๆ เข้าไปนั่นเอง

4. คู่ชิงชนะเลิศที่สมศักดิ์ศรี

Pep Guardiola, Thomas Tuchel
Manchester City v Chelsea: Emirates FA Cup Semi Final / Pool/Getty Images

ต้องบอกว่าชั่วโมงนี้คงไม่มีทีมใดเหมาะสมกว่าทั้งสองทีมที่เข้าชิงในปีนี้อีกแล้ว ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก และ เชลซี ที่ผลงานเปลี่ยนเป็นคนละทีมหลังจากการมาของ โธมัส ทูเคิล ซึ่งเฮดทูเฮดของทั้งสองทีมจัดว่าสูสีสุด ๆ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอดช่วง 3 ปีหลังในทุก ๆ รายการ โดยซีซั่นนี้เจอกันมาแล้ว 2 นัด เป็น เชลซี ที่เอาชนะได้หนึ่งในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 4 ทีมสุดท้าย ส่วนในลีกเป็น เรือใบสีฟ้า ที่คว้าชัยไปได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แถมสุดสัปดาห์นี้พวกเขาต้องโคจรมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งก็น่าจะเป็นการซ้อมรอบชิงแบบกลาย ๆ ก่อนที่จะเอาจริงในวันที่ 29 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ !

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit