Fan Voice

ดาอิจิ คามาดะ : เออซิล แห่งประเทศญี่ปุ่น มิดฟิลด์เอเชียที่กำลังเขย่าบัลลังก์ บุนเดสลีกาเยอรมัน - PLAYER PROFILE

Mongolia v Japan - FIFA World Cup Asian Qualifier 2nd Round
Mongolia v Japan - FIFA World Cup Asian Qualifier 2nd Round / Masashi Hara/Getty Images
facebooktwitterreddit

อย่างที่ทราบกันดีว่า บุนเดสลีกาเยอรมัน มักจะเป็นลีกที่ชอบคว้าตัวนักเตะในโซนเอเชียโดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้ามาบ่มเพาะตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง ซึ่งหลายคนก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวแถวของวงการได้ดังเช่น ซน เฮือง มิน และ ชินจิ คากาวะ

ในปัจจุบันที่มีนักเตะแดนอาทิตย์อุทัยกำลังค้าแข้งอยู่ที่ลีกสูงสุดของเยอรมนีมากถึง 9 รายด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นถูกขนานนามว่าเป็น "เออซิล แห่ง ญี่ปุ่น" เขาก็คือ ดาอิจิ คามาดะ ชายผู้ที่ทำไปแล้วถึง 15 ประตูกับอีก 24 แอสซิสต์ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมาจนตกเป็นข่าวว่า อาร์เซนอล และ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ รุมจีบมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ดีลดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น วันนี้เราจะพาแฟน 90Min มาทำความรูจักกับ เมซุต เออซิล แห่งประเทศญีปุ่นรายนี้กัน..


ประวัติโดยสังเขป

ดาอิจิ คามาดะ เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปี 1996 (ปัจจุบันอายุ 25 ปี) ที่จังหวัดเอฮิเมะ ประเทศญีปุ่น โดยเขาเป็นคนที่คลั่งใคล้กีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มเล่นกับ เอฟซี ซีบรา คิดส์ สโมสรเยาวชนชื่อดังในประเทศก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์รายการ ทีวี เอฮิเมะ คัพ ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเขาถูกสโมสรดัง กัมบะ โอซาก้า ทาบทามให้เข้าสู่ทีมเยาวชน แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่ได้ไปต่อ จนต้องย้ายไปศึกษาต่อที่ ฮิงาชิยามะ ไฮสคูล ซึ่งที่นั้นเขาฉายแววโดดเด่นในการเล่นลีกระดับไฮสคูลจนในปี 2015 สโมสรชื่อดังอย่าง ซางัน โทสุ จัดการเซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมในที่สุด

เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพ

ในวัย 19 ปี คามาดะ ประเดิมประตูแรกในเกม เจลีก นัดเดบิวพา ซางัน โทสุ เฉือนเอาชนะ อัลบิเรกซ์ นิงาตะ 1-0 หลังจากนั้นเขาก็มีบทบาทกับทีมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจบฤดูกาล 2015 ด้วยผลงาน 3 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ โดยในฤดูกาลต่อมาเขาสามารถยึดตัวหลักในทีมได้อย่างต่อเนื่อง จนทำไปได้ 8 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ ด้วยผลงานที่ดีวันดีคืนนั้นเองทำให้เจ้าตัวถูกเรียกไปติดทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีเป็นครั้งแรก

Daichi Kamada
Sagan Tosu v Vegalta Sendai - J.League J1 / Masahiro Ura/Getty Images

ปีแรกสุดหินใน บุนเดสลีกาเยอรมัน

ต่อมาในปี 2017 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพการค้าแข้งของเขาก็ว่าหลังจากฟอร์มของเขาไปเตะตาแมวมองของ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เข้าอย่างจังจนในเดือนมิถุนายนเจ้าตัวเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปีและย้ายไปเล่นในเยอรมนีด้วยค่าตัว 2.5 ล้านยูโร อย่างไรก็ตามการย้ายมาเล่นยังต่างแดนในปีแรกย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งในการปรับตัว รวมถึงโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง โดยในฤดูกาล 2017/18 นั้นเขาได้ลงสนามไปเพียง 4 เกมเท่านั้นรวมทุกรายการและแทบไม่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จที่ทีมสามารถคว้าแชมป์เยอรมันคัพมาครองได้ได้อย่างยิ่งใหญ่ในปีนั้น

จุดเปลี่ยนในลีกเบลเยียม

แต่แล้วใน ซีซั่น 2018/19 คามาดะ ตัดสินใจย้ายออกไปหาโอกาสลงสนามกับ เซงต์ ทรุยดอง ในลีกสูงสุดของเบลเยียม ซึ่งที่นั้นให้โอกาสเขาได้ลงวาดลวดลายอย่างเต็มที่ แถมยังถูกดันไปเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวต่ำซึ่งตำแหน่งนั้นเข้าระเบิดฟอร์มเก่งซัดไปถึง 16 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ ให้กับทีมจนต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง แฟรงค์เฟิร์ต ไม่รอช้ารีบดึงตัวกลับมาใช้งานทันที่ในซีซั่นถัดมา

ในฤดูกาล 2019/20 นี่เองที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในเยอรมนี ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นใช้สมอง บวกการเทคนิคการจ่ายบอลแบบเหลือร้ายคล้ายคลึงกับ เมซุต เออซิล จนสื่อเริ่มตั้งฉายาให้กับเขาว่าเป็น "เออซิล เจแปน" ด้วยผลงาน 10 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ พาต้นสังกัดเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ยูโรปาลีก รวมถึงเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย เดเอฟเบโพคาล น่าเสียดายที่ไปพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหวุดหวิด 2-1 ซึ่งไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นในเกมลีกที่พวกเขาบุกเอาชนะ แฮร์ธา เบอร์ลิน 1-4 จากจังหวะที่ คามาดะ ลากเดี่ยวเข้าเขตโทษหลบ 3 แผงหลังของเจ้าถิ่นก่อนหลอกจ่ายต่อให้ อังเดร ซิลวา ไขว้ยิงเข้าประตูไปอย่างสุดสวย และนั่นคือใบเบิกทางให้เขาติดทีมชาติชุดใหญ่พร้อมยึดตัวหลักมาได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียที่กำลังฟาดแข้งกันอยู่ในปัจจุบัน

Daichi Kamada, Jordan Torunarigha
Hertha BSC v Eintracht Frankfurt - Bundesliga / Pool/Getty Images

ผลงานในปัจจุบัน

กระทั่งในปีที่ผ่านมา 2020/21 เขาสามารถระเบิดฟอร์มเก่งยิงไป 5 ประตูกับ 15 แอสซิสต์ใน บุนเดสลีกา และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมด้วยการเกือบจะพาต้นสังกัดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่น่าเสียดายที่มาพลาดในช่วงท้ายจนจบอันดับที่ 5 ในที่สุด แต่หากพูดถึงผลงานส่วนตัวแล้วเกือบครึ่งของ 45 ประตูที่ อังเดร ซิลวา หัวหอกตัวเก่งของทีมทำได้ตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมาล้วนมาจากการจ่ายของ คามาดะ คนนี้ทั้งสิ้น

ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายทีมยักษ์ใหญ่จะให้ความสนใจในตัวเขาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านพ้นไป แต่ในที่สุดแล้วเขาเลือกที่จะปักหลักค้าแข้งอยู่กับทีมต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ต้องมาลุ้นกันว่าเขาจะสามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาจนติดท็อปนักเตะเอเชียแถวหน้าของยุโรปได้หรือไม่ ซึ่งผลงานของต้นสังกัดในปีนี้ดูจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แถมหัวหอกตัวเก่งอย่าง อังเดร ซิลวา เพิ่งจะย้ายหนีไปซบ แอร์เบ ไลป์ซิก เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากเขาทำได้สำเร็จ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นเขาย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้...

Daichi Kamada
Japan v Oman - FIFA World Cup Asian Qualifier Final Round Group B / Kaz Photography/Getty Images

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit