เชลซี

"วิถี ทูเคิล" ความสำเร็จในการชุบชีวิต 2 ซุเปอร์สตาร์ กับภารกิจนำพา เชลซี สู่จุดที่ควรจะเป็น - OPINION

Crystal Palace v Chelsea - Premier League
Crystal Palace v Chelsea - Premier League / Sebastian Frej/MB Media/Getty Images
facebooktwitterreddit

จนถึงตอนนี้ เชลซี ของ โธมัส ทูเคิล เข้าชิงชนะเลิศแน่ ๆ แล้วถึง 2 รายการในฤดูกาล 2020/21 ทั้ง เอฟเอ คัพ ที่จะพบกับ เลสเตอร์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งหากดูจากผลงานในยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด แล้วคงไม่มีใครคาดคิดว่าท้ายซีซั่นพวกเขาจะมาไกลถึงขนาดนี้ได้

แม้ว่าการมาของนายใหญ่ชาวเยอรมันช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จะสร้างข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจนในเกมรับ แต่สิ่งที่ยังแก้ไม่ตกในช่วงแรกก็คือปัญหาในแนวรุกที่ดูจะยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องฟอร์มการเล่นของบรรดาแข้งราคาแพงที่นัดกันทำผลงานตกฮวบสวนทางอย่างมากกับค่าตัวที่ทีมลงทุนไป ซึ่งนั่นรวมถึง 2 สตาร์อย่าง ไค ฮาเวิร์ตซ์ ตัวรุกชาวเยอรมันที่แฟนบอล สิงห์ไฮโซ ต่างส่ายหัวนับตั้งแต่ย้ายมา รวมถึง คริสเตียน พูลิซิช ที่เหมือนจะฉายแววได้ในฤดูกาลก่อน แต่หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา ก็ดูจะฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย

Kai Havertz
Leicester City v Chelsea - Premier League / Michael Regan/Getty Images

ทีมของ ทูเคิล สามารถคว้าชัยมาได้อย่างต่อเนื่องในช่วงแรก ส่วนใหญ่จะอาศัยเกมจากแดนกลางที่ทั้ง จอร์จินโญ และ โควาชิช ต่างทำได้ค่อนข้างโดดเด่นในการคอนโทรเกมภายใต้แนวทางของกุนซือคนใหม่ และหลังจากนั้นไม่นาน เมสัน เมานท์ ดูจะเป็นคนที่สามารถปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับแผนได้เร็วที่สุด ทำให้ทั้งความมั่นใจ รวมถึงฝีเท้าของเขา ดูจะพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นผู้แบกภาระการสร้างสรรค์เกมรุกอยู่ระยะหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนในรายของทั้ง พูลิซิช ที่แทบไม่ได้ลงสนามเป็นตัวหลักภายใต้การคุมทัพของผู้จัดการทีมคนใหม่เลยในช่วงแรก รวมถึงการที่ ฮาเวิร์ตซ์ ยังเรียกฟอร์มเก่งเหมือนปีก่อน ๆ ออกมาไม่ได้นั้น ทูเคิล เคยออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

"สำหรับ พูลิซิช เราต้องใจเย็น ๆ ผมรู้ศักยภาพของเขาเป็นอย่างดี และเราแค่ต้องรอเวลาเท่านั้น แล้วเขาจะแสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ออกมาให้ทุกคนเห็นอย่างแน่นอน แต่ในช่วงแรกจะดีกว่าหากเขาลงไปเปลี่ยนเกมในช่วงครึ่งเวลาหลัง ส่วน ไค ผมอาจจะมองต่างออกไป เราจำเป็นต้องเปลี่ยนสไตล์ของเขาเล็กน้อย และผมหวังว่าเขาจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับแนวทางใหม่ ๆ ได้ในที่สุด"

โธมัส ทูเคิล

ซึ่งในเคสของ พูลิซิช เห็นได้ชัดว่าสาเหตุที่ทำให้ฟอร์มการเล่นตกต่ำลงก็เป็นเพราะการที่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าเป็นระยะเวลานานหลังจากหายเจ็บกลับมา ซึ่งนั่นส่งผลอย่างมากต่อความมั่นใจของเขา เราจึงแทบไม่เห็นจังหวะกระชากลากเลือยแบบซีซั่นก่อนเลยในช่วงต้นฤดูกาล กระทั่งเวลาผ่านไปร่วม 2-3 เดือนนับตั้งแต่ ทูเคิล เข้ามาเปลี่ยนแปลงสโมสรขนานใหญ่ แฟนบอลจึงเริ่มเห็นความแตกต่าง พูลิซิช เริ่มถูกส่งลงเป็นตัวจริงในเกมลีกนัดแรกในเกมที่บุกไปเสมอกับ ลีดส์ 0-0 ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็เห็นได้ถึงอิมแพคกับเกมในช่วงเริ่มต้น กระทั่งในนัดถัดมาที่ทีมโดน เวสต์บรอมวิช บุกมาถล่ม 2-5 เจ้าตัวก็ทำประตูแรกในยุคของ ทูเคิล ได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่งเนื่องจากต้องปรับแทคติคจากการที่ ติอาโก้ ซิลวา โดนใบแดงไล่ออกไป

หลังจากเกมดังกล่าว ดูเหมือนว่าความมั่นใจของเขาจะค่อย ๆ กลับมาที่ละนิดจนทั้งสไตล์การเล่น และการมีส่วนร่วมกับเกม โดดเด่นขึ้นมาในทันตา กระทั่งต้นเดือนเมษายนในเกมกับ คริสตัล พาเลซ เข้าจัดการซัด 2 ประตูพาทีมเอาชนะ 1-4 รวมถึงในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก กับ ปอร์โต้ และล่าสุด เรอัล มาดริด ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น ยิง 1 จ่าย 1 แถมโชว์พริ้วชนิดที่โดนคู่แข่งไล่เตะไล่ทำฟาวล์ตลอดทั้งเกม ซึ่งนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่ ทูเคิล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ หากเวลานั้นมาถึงเขาจะสามารถยกระดับทีมขึ้นมาได้และนั่นคือสิ่งทำ "กัปตันอเมริกา" กำลังตอบแทนความไว้วางใจนี้อยู่ในปัจจุบัน..

FBL-EUR-C1-CHELSEA-ATLETICO
FBL-EUR-C1-CHELSEA-ATLETICO / BEN STANSALL/Getty Images

ส่วนในรายของ ฮาเวิร์ตซ์ ต้องยอมรับว่าคงมีแฟน เชลซี หลายคนที่เลิกคาดหวังกับเขาไปแล้วหลังจากเห็นฟอร์มในช่วงต้นฤดูกาล ที่ทั้งเยาะแหยะ แข้งขาอ่อน แทบไม่มีอะไรให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่หลังจากนายใหญ่คนใหม่เข้ามา ฮาเวิร์ตซ์ ถูกปรับเปลี่ยนบทบาทจากที่มักจะต้องไปประจำการริมเส้นหรือปักหลักอยู่บริเวณกลางสนามทั้งที่การไปกับบอลหรือการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสดูจะไม่ใช่จุดเด่นของดาวรุ่งรายนี้เท่าใดนัก ถูกโยกไปเป็นตัวรุกในแดนหน้าอย่างเต็มตัวซึ่งนั่นเองที่ทำให้ข้อดีที่หลับไหลมานานของเขาถูกปลุกออกมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งการขยับหาช่องว่างในยามที่ไม่มีบอล และการจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ จนทำให้ผลงานในช่วงหลังของเขาดีวันดีคืนและค่อย ๆ โดดเด่นมีส่วนร่วมกับทีมมากขึ้นตามลำดับ

FBL-ENG-PR-CHELSEA-EVERTON
FBL-ENG-PR-CHELSEA-EVERTON / GLYN KIRK/Getty Images

แนวทางที่ ทูเคิล จัดการกับ 2 ตัวรุกที่กล่าวไปนั้นถือว่าเป็นอะไรน่าสนใจ เพราะมันคืออีกองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ เชลซี สามารถกลับขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของยุโรปได้หากดูจากผลงานในปัจจุบัน หลายคนอาจจะพูดถึงเกมรับ หลายคนอาจยกเครดิตให้ เมสัน เมานท์ หรือ เอ็นโกโล ก็องเต้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่ ทูเคิล คืนชีพให้กับทั้ง พูลิซิช และ ฮาเวิร์ตซ์ นั้น สามารถสร้างอิมแพคให้กับเกมได้มากโข ซึ่งก็หวังว่าต่อไปจะเป็นคิวของ ติโม แวร์เนอร์ และ ฮาคิม ซิเยค อีกสองตัวรุกที่ฟอร์มยังดูออกทะเลไม่กลับเข้าฝั่ง เพราะถ้าหากทำได้เหมือนกับทั้งสองคนที่กล่าวไป คงไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนสำหรับภารกิจการทำให้ สิงโตน้ำเงินคราม เป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขามเหมือนกับที่ เฟอร์กี้ เคยสร้าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยทำไว้กับ บาร์เซโลนา และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง...


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit