แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หรือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คือผู้กอบกูวิกฤติของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ? - OPINION

Leeds United v Leicester City - Premier League
Leeds United v Leicester City - Premier League / Robbie Jay Barratt - AMA/GettyImages
facebooktwitterreddit

หลังการทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ของ โอเล กุนนาร์ โซลชา กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงหลัง โดยเฉพาะในเกมที่เปิดบ้านแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 คู่ปรับสำคัญในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทำให้เสียงเรียกร้องกุนซือคนใหม่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแคนดิเดตมีชื่อหลายรายในเวลานี้

บุคคลหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในช่วงหลังคือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งบริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมายหลายแห่งของอังกฤษต่างยกให้เขากลายเป็น "เต็งหนึ่ง" ที่จะเข้ามารับเผือกร้อนต่อจากกุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน

เมื่อพูดถึง "บีร็อด" หลายคนได้รู้จักเขาจากการพา ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์เมื่อซีซัน 2013-2014 แต่ก็ไม่สามารถไปได้ถึงฝั่งฝัน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย เยอร์เก้น คล็อปป์ ในปี 2015

หลังความล้มเหลวในครั้งนั้น ร็อดเจอร์ส ถูกมองว่าเขาอาจจะไม่สามารถกลับมาสร้างชื่อให้กับตัวเองได้อีก ในขณะที่เจ้าตัวเองกลับไม่คิดเช่นนั้น เขารู้สึกได้ว่าการได้คุมทีมในถิ่น แอนฟิลด์ แม้ว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่เขาก็ได้บทเรียนหลายอย่างในการพัฒนาฝีมือ

Brendan Rodgers
Celtic v Aberdeen - Betfred Cup Final / Mark Runnacles/GettyImages

จากนั้นอดีตนายใหญ่ หงส์แดง ก็ประสบความสำเร็จกับ กลาสโกว เซลติก ด้วยการเป็นแชมป์ สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ 2 สมัย ซึ่งหลายคนอาจไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่เนื่องจากรู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าลีกสก็อตต์นั้นมีอยู่แค่ 2 ทีมที่แข่งกันได้แชมป์

หากแต่การกลับมาคุมทีมใน พรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่ได้รับการพูดถึงอีกครั้ง ด้วยผลงานในการพา เดอะฟ็อกซ์ มีลุ้นพื้นที่ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก และล่าสุดการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ อย่างยิ่งใหญ่เมื่อซีซันก่อน

กลับกันเมื่อมองมาทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริงอยู่ที่ โอเล กุนนาร์ โซลชา จะสามารถพาทีมคว้ารองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ แต่ทีมก็ยังต้องรอความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันต่อไปหลังพ่าย บียาเรอัล ใน ยูฟา ยูโรป้าลีก

นอกจากความสำเร็จกับทีมระดับกลาง ๆ อย่าง เลสเตอร์ แล้ว สิ่งทีทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากก็คือ เรื่องของแท็คติกและรูปแบบการเล่น ซึ่งเจ้าตัวเคยบอกไว้ว่าเขาเป็นคนชอบเล่นฟุตบอลในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมด้วยการเล่นตามแท็คติกอย่างมีวินัย ซึ่งตรงนี้แทบจะหาไม่ได้ในยุคของ โซลชา

Brendan Rodgers, Ashley Williams
Liverpool v Swansea City - Premier League / Clive Mason/GettyImages

หากยังจำกันได้ก่อนที่นายใหญ่ เลสเตอร์ จะมา ลิเวอร์พูล เขาแจ้งเกิดกับ สวอนซี มาก่อนโดยทำให้ "หงษ์ขาว" เล่นฟุตบอลเอนเตอร์เทน เน้นบอลบนพื้นและครองบอลเป็นส่วนมาก คล้ายกับสไตล์ของ บาร์เซโลนา จนทำให้ครั้งหนึ่งพวกเขาได้รับฉายา "สวอนเซโลนา" มาแล้ว

สิ่งนี้ถูกถ่ายทอดมายังถิ่น แอนฟิลด์ โดยการปรับให้เข้ากับนักเตะที่มีและใช้ความเร็วในเกมรุกของ หลุยส์ ซัวเรส, ราฮีม สเตอร์ลิง และ แดเนียล แอ็กเกอร์ ให้เป็นประโยชน์ จนทำให้ทีมกลับมามีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตามบทเรียนจากความล้มเหลวนั้นทำให้เขามีประสบการณ์มากขึ้น จากเดิมที่เน้นการครองบอล การผ่านบอล เน้นเกมบุก มาเป็นการสร้างความยืดหยุ่นให้กับทีม และเพิ่มอาวุธเด็ดที่สำคัญอย่างลูกโต้กลับเร็วให้กับ เลสตเอร์ ซึ่งเข้ากับธรรมการชาติเล่นของ เจมี วาร์ดี้ ได้เป็นอย่างดี

ด้วยความยืดหยุ่นนี้ทำให้เราได้เห็นแท็คติกและการจัดทีมที่หลากหลาย ร็อดเจอร์ส สามารถปรับเปลี่ยนอินฟอร์เมชันได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับนักเตะที่มีอยู่ในมือ เขาเน้นคนที่พร้อมลงสนามและคนที่กำลังฟอร์มดี ดังนั้นเราจึงได้เห็น จิ้งจอกสยาม เล่นในระบบ 4-3-3, 4-2-3-1, 3-5-2 และ 3-4-3 ในบางโอกาส

Bruno Fernandes
Manchester United v Manchester City - Premier League / Clive Brunskill/GettyImages

เมื่อเทียบเคียงกับตัวผู้เล่นที่มีในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หาก บีร็อด ได้เข้ามาคุมทีม เชื่อว่าเขาจะสามารถโชว์ศักยภาพและมันสมองของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการซื้อตัวนักเตะ ดูจากบรรดาแข้งอายุน้อยฝีเท้าดีมากมายที่ผลัดกันแจ้งเกิดในถิ่น คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม หรือย้อนกลับไปในยุคที่คุม ลิเวอร์พูล เขาก็ทำให้นักเตะหลายคนกลับมาแจ้งเกิดบนเวลทีลูกหนังได้อย่างมากมาย

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่น่าจะทำให้ ยูไนเต็ด กลับสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง แม้ว่าเขาอาจจะเคยคุม หงส์แดง ทีมคู่ปรับสำคัญมาก่อน แต่หากบอร์ดบริหารและแฟนบอลต้องการก้าวพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ พวกเขาก็ต้องตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง

มิเช่นนั้นเราก็จะได้เห็น "ลูปโซลชา" ต่อไปจนจบฤดูกาล


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit