ลิเวอร์พูล

จิ๊กซอว์แห่งฤดูกาลที่ชื่อ หลุยส์ ดิอาซ - OPINION

Villarreal v Liverpool Semi Final Leg Two - UEFA Champions League
Villarreal v Liverpool Semi Final Leg Two - UEFA Champions League / Eric Alonso/GettyImages
facebooktwitterreddit

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมรอบเซมิไฟนอลในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลุยส์ ดิอาซ คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับสู่เกมของพวกเขาและสามารถพลิกแซงเอาชนะ บียาเรอัล ได้อย่างเหลือเชื่อ

45 นาทีแรก หงส์แดง กลายเป็นคนละทีม พวกเขาเล่นเกมของตัวเองไม่ได้ ครองบอลไม่อยู่ ผ่านบอลไม่แม่น และจบสกอร์ไม่ดี กลับเป็นเจ้าบ้านที่ก็อปปี้สไตล์ของทีมเยือนใช้ตลบหลังไล่บดบี้ชนิดไม่ให้หายใจหายคอจนนำมาสู่การได้ 2 ประตูในช่วง 5 นาทีแรกและ 5 นาทีสุดท้าย

ไม่มีใครคิดว่า ลิเวอร์พูล จะโดนยำใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาได้รับการขนานนามว่า "เครื่องจักรสีแดง" ที่มี "เกเก้นเพรสซิง" เป็นเครื่องยนต์ที่คอยขับเคลื่อนการเล่นของทีม ซึ่ง ณ พ.ศ.นี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็คงไม่อยากจะโคจรมาพบเจอ

หากแต่ อูไน เอเมรี บอสใหญ่ของ "เยลโลซับมารีน" ไม่ได้กลัว เขาขู่เอาไว้หลังจบเกมเลกแรกว่า นัดที่สองจะแตกต่างออกไป และเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ

Unai Emery
Villarreal v Liverpool Semi Final Leg Two - UEFA Champions League / David Ramos/GettyImages

เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงช็อคไปเหมือนกันที่เห็นลูกทีมขาตาย ไล่บอลไม่จน และทำเกมไม่ได้ แต่กุนซือเยอรมันมีทีเด็ดอยู่ที่การแก้เกมซึ่งเขาเคยทำให้เห็นมาแล้ว

หลุยส์ ดิอาซ คือคนนั้น คนที่นายใหญ่เมืองเบียร์เชื่อว่าจะมาเพิ่มมิติให้เกมรุก และเติมความหลากหลายลงในเกมบุกของพวกเขา แล้วมันก็ได้ผล เมื่อแข้งราคา 50 ล้านปอนด์ปั่นป่วนเกมรับ บียาเรอัล ได้อยู่หมัด

หากจำกันได้ในเลกแรกก็ดาวเตะโคลอมเบียนผู้นี้นี่แหละที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับกองหลังของ เอเมรี โดยเฉพาะแบ็คขวาอย่าง ฮวน ฟอยธ์ ที่หงุดหงิดถึงขนาดจะตามมามีเรื่องหลังจบเกมเลยทีเดียว

เมื่อมาถึงเกมนี้ การส่ง ดิอาซ ลงไปทำให้กองหลังเจ้าบ้านต้องรับมือกับความเร็ว การวิ่งที่ไม่เป็นที่เป็นทาง และการสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่ต่างจากแนวรุกรายอื่น ๆ ที่จับทางได้ง่ายกว่า

Juan Foyth, Luis Diaz
Villarreal v Liverpool Semi Final Leg Two - UEFA Champions League / Quality Sport Images/GettyImages

สังเกตว่าช่วงหลัง โม ซาลาห์ ทำประตูไม่ค่อยได้ เพราะโดนจับตาย ปิดทางวิ่ง หรือโดนซ้อนอยู่บ่อย ๆ นั่นทำให้ ดิอาซ คือทางเลือกในเกมรุกที่ คล็อปป์ ต้องการ

ผลก็คือประตูตีเสมอ 2-2 ที่เกิดขึ้นจากการสอดเข้าไปขวิดลูกเปิดของ เทรนท์ อาร์โนลด์ ซึ่งเป็นการปลุก ลิเวอร์พูล ขึ้นจากภวังค์และส่งนักเตะ บียาเรอัล กลับไปนอนจมกับความเป็นจริง

แกรี เนวิลล์ เคยบอกว่าการเห็นอดีตดาวเตะ ปอร์โต้ ลงเล่นกับ ลิเวอร์พูล และทำผลงานได้ดีแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกหดหู่อย่างยิ่งเมื่อมองไปที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สิ่งที่ เนวิลล์ผู้พี่สื่ออกมาก็คือ คู่ปรับอันดับ 1 ของพวกเขาลงทุนน้อย แต่ได้นักเตะคุณภาพ ใช้งานได้ สร้างอิมแพ็คให้กับทีมทันที ในขณะที่ทีม ปีศาจแดง เหมือนซื้อผู้เล่นมาเน้นขายเสื้อมากกว่า

Luis Diaz
Villarreal v Liverpool Semi Final Leg Two - UEFA Champions League / Eric Alonso/GettyImages

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ศิษย์เก่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อีกคนก็ออกมายอมรับเป็นเสียงเดียวกันกับ เนฟ ว่า หลุยส์ ดิอาซ คือการเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาลของ ลิเวอร์พูล จากผลงานอันยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายหน้าหนาว

และสิ่งที่อดีตเซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติอังกฤษกล่าวไว้นั้นได้รับการพิสูจน์อีกครั้งในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

นั่นทำให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตกองหน้า หงส์แดง ที่บินไปทำหน้าที่พิธีกรของ บีที สปอร์ต ถึงข้างสนามกล่าวอย่างมั่นใจว่า ดิอาซ คือตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ และเขาต้องได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก

Jurgen Klopp
Villarreal v Liverpool - UEFA Champions League / Soccrates Images/GettyImages

จากผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ แกร่งทั่วแผ่น และนำพาพวกเขาไปสู่การลุ้น 4 แชมป์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย

ภาพที่ดาวเตะรายนี้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่หลังจากที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา คือสิ่งที่บ่งบอกถึงแพสชันและความทุ่มเทของเขาได้เป็นอย่างดี

ไม่รู้เหมือนกันว่าฤดูกาลนี้จะได้เห็น ดิอาซ ชูอีกกี่ถ้วย แต่เชื่อว่าซีซั่นหน้าเขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงมีลุ้นความสำเร็จต่อไปอย่างแน่นอน


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit