ลิเวอร์พูล

ฟาบินโญ จุดเปลี่ยนของ ลิเวอร์พูล? - OPINION

Southampton v Liverpool - Premier League
Southampton v Liverpool - Premier League / Michael Steele/Getty Images
facebooktwitterreddit

หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล อาชนะ อาร์เบ ไลป์ซิก ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอ้าท์ เลกที่ 2 ที่ฮังการี นักเตะที่ถูกพุดถึงมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “ฟาบินโญ” ที่ได้กลับมาประจำการในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับที่ถนัดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

ครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็น “หมอปลา” ลงเล่นในตำแหน่งนี้ต้องย้อนกลับไปในเกมที่ หงส์แดง บุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่ กูดิสันปาร์ค ในศึกเมอร์ย์ไซด์ดาร์บี้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งนัดนั้นเป็นเกมสุดท้ายของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก่อนจะได้รับบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถลงสนามได้ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

หลังจากนั้น เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็จับเอา ฟาบินโญ มายืนในตำแหน่งของเซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งแม้ว่าจะทำผลงานได้ค่อนข้างดีในช่วงครึ่งซีซันแรก แต่หลังจากเข้าสู่ปีใหม่เป็นต้นมาหายนะก็มาเยือน ลิเวอร์พูล อย่างที่เราได้เห็น 

Liverpool v Chelsea - Premier League
Liverpool v Chelsea - Premier League / Alex Livesey - Danehouse/Getty Images

ปัญหาในตำแหน่งกองหลังตัวกลางกลายเป็นจุดบอดและจุดอ่อนของ เดอะเร้ดส์ และเป็นที่มาของปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในทีม ทั้งรูปแบบการเล่น ความสมดุล และนำไปสู่ผลงานอันย่ำแย่กับการพ่ายแพ้ 6 นัดรวดในบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 129 ปี

แต่สิ่งที่ได้เห็นในเกมกับ ไลป์ซิก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อาจทำให้แฟนบอลหลายคนรู้สึกถึงความหวังรำไรที่จะช่วยแก้ไขวิกฤติหนักใน พรีเมียร์ลีก ได้

อย่างที่ทราบกันดีว่าในเกมนั้น คล็อปป์ ให้ ฟาบินโญ กลับมาประจำการในแดนกลางขนาบข้างด้วย ติอาโก้ อัลคันทารา และ จีไน ไวจ์นัลดุม โดยให้ แน็ท ฟิลลิปส์ และ โอซาน คาบัค ดูแลตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คไป

Thiago Alcantara
Liverpool FC v RB Leipzig - UEFA Champions League Round Of 16 Leg Two / David Balogh/Getty Images

ผลงานที่ออกมานั้นทำได้ดีเกินคาด พวกเขาสามารถเก็บคลีนชีตได้อีกครั้งและ “แฟ็บ” คว้ารางวัล “แมนออฟเดอะแม็ตช์” ไปครอง

การเล่นของกองกลางบราซิลเลียนทำให้เพื่อนร่วมทีมสามารถรีดเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ ติอาโก้ อัลคันทารา ที่เล่นได้โดดเด่นจนได้รับคำชมจากสื่อหลายสำนัก มีช็อตสร้างสรรค์เกมรุกสวย ๆ ให้เห็นหลายครั้ง เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องเกมรับเหมือนเกมก่อนหน้านี้

ทางด้าน ไวจ์นัลดุม เองก็ระเบิดพลังในสไตล์ “บ็อกซ์ทูบ็อกซ์” ออกมาช่วยทีมทั้งเกมรุกและรับ ทำให้กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์กลับมาเป็น “ซีดุม” คนดีคนเดิมของแฟน ๆ เหมือนในช่วง 2 ซีซันที่ผ่านมา 

Georginio Wijnaldum
RB Leipzig v Liverpool FC - UEFA Champions League Round Of 16 Leg One / Laszlo Szirtesi/Getty Images

สำหรับสถิติที่น่าสนใจของ ฟาบินโญ ในเกมนี้ ได้แก่ แท็คเกิ้ล 3 ครั้ง ผ่านบอลได้ 75% แย่งบอลและเคลียร์บอล 3 ครั้งเท่ากัน วางบอลยาว 4 ครั้งและเข้าเป้าไป 2 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า เขาทำให้เกมในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล กลับมาโดดเด่นเหมือนเดิมอีกครั้งต่างจากช่วงที่ผ่านมา

น่าสนใจว่าในการกลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก อีก 10 เกมที่เหลือ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะกล้าใช้งานมิดฟิลด์วัย 27 ปีในตำแหน่งกองกลางตัวรับเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะหากต้องการลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาจะพลาดอีกไม่ได้แล้ว นอกเสียจากว่าจะทิ้งเกมในประเทศและหันไปมุ่งมั่นเอาแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 แทน

ซึ่งถ้าคิดแบบนั้นมันก็เสี่ยงเกินไป


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit