ลิเวอร์พูล

จู๊ด เบลลิงแฮม และบทเรียนในตลาดซื้อขายของ ลิเวอร์พูล - OPINION

Italy v England: UEFA Nations League - League Path Group 3
Italy v England: UEFA Nations League - League Path Group 3 / James Williamson - AMA/GettyImages
facebooktwitterreddit

ข่าวของ ลิเวอร์พูล ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก กับ จู๊ด เบลลิงแฮม นั้นถูกนำเสนอผ่านสื่ออย่างน่าสนใจเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่นักเตะโชวืฟอณืมได้อย่างยอดเยี่ยมในเกม ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ที่แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนัดนั้นเขาเป็นคนยิงประตูพา ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำก่อนจะแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

อันที่จริงทั้ง 2 ฝ่ายมีข่าวกันมาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ตอนที่ หงส์แดง จัดการคว้า ดาร์วิน นูนเญซ มาร่วมทีมได้สำเร็จ สื่อต่าง ๆ ก็คาดการณ์กันว่าพวกเขาอาจจะได้เห็นแข้งวัย 19 ปีย้ายเข้ามาอีกคน ยิ่งในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะโดยเฉพาะในแดนกลาง ชื่อของ เบลลิงแฮม ยิ่งถูกกระพืออย่างหนักหน่วง แต่ท้ายที่สุดตลาดก็ปิดไปแบบไร้เงากองกลางดาวรุ่งรายนี้ในถิ่น แอนฟิลด์ด์

กลับมาที่ข่าวของแข้ง เสือเหลือง และ ลิเวอร์พูล ที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงกันตามหน้าสื่อเมื่อสัปดาห์ก่อนอีกครั้ง หลายสื่อมองว่านี่คือนักเตะแห่งอนาคตของ คล็อปป์ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวที่ออกมาจากถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ว่าพวกเขาวางเจ้าหนูทีมชาติอังกฤษเอาไว้เป็นเป้าหมายหลักในการตลาดซื้อขายซัมเมอร์หน้าเรียบร้อยแล้ว

แต่ไม่ได้มีเพียง ลิเวอร์พูล เท่านั้นที่ให้ความสนใจ เพราะทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ เรอัล มาดริด ก็ถูกจับเชื่อมโยงกับดีลนี้ด้วยเช่นกัน

Jude Bellingham
Borussia Dortmund v FC Schalke 04 - Bundesliga / Lars Baron/GettyImages

อย่างไรก็ดี ดอร์ทมุนด์ ก็ออกมาแสดงตัวว่าทำอะไรให้เห็นหัวกันบ้าง ว่าแล้วก็มีรายงานออกมาว่าพวกเขาพร้อมเดินหน้าเจรจาสัญญาใหม่กับ เบลลิงแฮม และต้องการที่จะขยายระยะเวลาออกไปให้เขาอยู่กับทีมให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ในอีกด้านหนึ่งบิ๊กของทีม เสือเหลือง ก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการย้ายทีมของมิดฟิลด์สิงโตคำรามซะทีเดียว พวกเขาประกาศชัดเจนว่าถ้ามีใครต้องการ เบลลิงแฮม ในซัมเมอร์หน้าก็ต้องยอมจ่าย 150 ล้านยูโรหรือคิดเป็นเงินปอนด์ก็ 131 ล้านปอนด์

ซึ่งเมื่อราคาถูกเคาะออกมาแบบนี้ อดีตนักเตะ หงส์แดง อย่าง สตีฟ แม็คมานามาน ก็ออกมาฟันธงทันทีว่า ไม่มีทางที่ทีมเก่าของเขาจะยอมจ่ายเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อนักเตะคนเดียวอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่ เจมี คาร์ราเกอร์ เคยบอกเอาไว้ว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่ไม่ได้ต้องการนักเตะซูเปอร์สตาร์ราคาแพง แต่พวกเขามีนโยบายในการซื้อผู้เล่นที่มีอนาคตเพื่อปั้นเป็นซูเปอร์สตาร์อีกที

Jude Bellingham
England Training Session / Naomi Baker/GettyImages

ความเห็นของอดีต 2 นักเตะ เดอะเร้ดส์ แม้จะมาคนละเวลาแต่มันเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ เดอะค็อป จะไม่ได้เห็น FSG ยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นเพื่อผู้เล่นคนเดียวหรอก ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับ เยอร์เก้น คล็อปป์ เพราะแม้ข่าวจะออกมาว่าเขาเป็นคนชี้เป้าให้สโมสรไล่ล่าตัว จู๊ด เบลลิงแฮม แต่ด้วยราคามหาศาลขนาดนี้ เขาก็คงต้องคิดให้หนักมิใช่น้อย

เพราะนอกจากเรื่องค่าตัวแล้ว การทุ่มซื้อผู้เล่นในระดับ 100 ล้านอาจจะเป็นการสร้างแรงกดดันอย่างหนักหน่วงให้แก่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่นและสโมสรเองก็เป็นได้ เพราะแน่นอนว่าเมื่อผู้เล่นย้ายเข้ามาด้วยราคาขนาดนี้ แฟนบอลก็ย่อมจะมีความคาดหวังที่สูงลิ่วเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งหากผลงานออกมาไม่ดีก็ต้องยอมรับเสียงก่นด่าและคำวิจารณ์

ตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ก็คือเคสของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่ตอนนี้กำลังถูกสื่อและแฟนบอลบางส่วนตั้งคำถามและเล่นงานอย่างหนัก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะลงเล่นไปได้ไม่เท่าไหร่ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ย้ายด้วยค่าตัวที่ถูกกว่าเกือบครึ่งดันยิงประตูเป็นว่าเล่น

Darwin Núñez
Liverpool FC v AFC Ajax: Group A - UEFA Champions League / Visionhaus/GettyImages

จู๊ด เองก็เพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี จริงอยู่ที่เจ้าตัวลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว 100 นัด แต่จะรับประกันได้อย่างไรว่าเมื่อย้ายมาเล่นในอังกฤษแล้วเขาจะทำได้ดีเหมือนที่เยอรมนี ซึงที่ผ่านมานักเตะดี ๆ จาก บุนเดสลีกา หลายคนก็ย้ายมาล้มเหลวไม่เป็นท่าในเมืองผู้ดี อย่าง ติโม แวร์เนอร์ ที่ต้องซมซานกลับไป อาร์เบ ไลป์ซิก หลังจากที่แจ้งเกิดกับ เชลซี ไม่สำเร็จ แม้แต่ ไค ฮาแวตซ์ ที่ฟอร์มก็ไม่ได้เด่นดังอะไรมาก รวมทั้งเคสของ เจดอน ซานโช ที่เมื่อซีซันก่อนก็เหมือนนักเตะดาด ๆ ทั่วไปทั้ง ๆ ที่ค่าตัวสูงถึง 73 ล้านปอนด์

ดังนั้นการทุ่มเงินเกิน 100 ล้านปอนด์และยูโรเพื่อเป็นค่าตัวของแข้ง เสือเหลือง จึงถือเป็นความเสี่ยงทั้งเรื่องของการตลาดและฟุตบอล นี่จึงเป็นสิ่งที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ และทีมงานอาจจะต้องมานั่งทบทวนแผนการเสริมทัพกันใหม่ในซัมเมอร์หน้า

ยิ่งมีคู่แข่งเป็นมหาอำนาจทางการเงินถึง 4 ทีมแบบนี้ ยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องคิดอะไรมากด้วยซ้ำ


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit