"มาโน โพลกิ้ง" ปรบมือความเป็นนักสู้ให้แข้งทีมชาติไทย

W.PINTHONG
โดย W.PINTHONG
มาโน โพลกิ้ง
มาโน โพลกิ้ง / ฟุตบอลทีมชาติไทย
facebooktwitterreddit

มาโน โพลกิ้ง ปรบมือให้กับความเป็นนักสู้ของทีมชาติไทย ที่แม้จะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่ก็ยังสามารถบุกไปเสมอกับ อินโดนีเซีย ได้ โดยเกมดังกล่าว อินโดนีเซีย นำก่อน จากจุดโทษของ มาร์ค กล็อก ก่อนที่ สารัช อยู่เย็น จะมายิงประตูตีเสมอท้ายเกม 1-1

"เป็นเกมที่ยอดเยี่ยม นักเตะทุกคนที่ลงไปเล่นในเกมนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เราตามหลัง หนึ่งลูกและโดนใบแดง แต่คนที่น้อยกว่าก็ยังต่อสู้ ก็เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก ทุกคนสู้จนหมดเวลา จนได้คะแนนออกมาจากเกมที่ยาก แฟนบอลอินโดนีเซีย ก็ผลักดันทีมของตัวเอง จนมีผลงานที่ดี และมีส่วนร่วมเยอะ จากการที่มีคนเข้ามาเต็มสนาม แต่สำหรับเราก็ปรบมือให้ความเป็นนักสู้ของผู้เล่นทุกคนจนเก็บคะแนนได้ในเกมนี้" มาโน กล่าว

"เราเสียประตูเร็วในครึ่งหลัง ที่เราเพิ่งเปลี่ยนตัวลงมา ทำให้เราเล่นยากกว่าเดิม และใบแดงก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น เราไม่น่าเสียใบแดงแบบนั้นแต่ว่า ด้วยสถานการณ์แบบนั้นก็ทำให้มันยิ่งยากสำหรับเราขึ้นไปอีก สุดท้ายก็ต้องบอกว่าทุกคนช่วยกันดีมาก สู้กันจนได้คะแนนออกมา"

"กับสถานการณ์ข้างสนามกับนักเตะอินโดนีเซีย ต่างคนต่างก็ต้องการบอล เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีการด่าทอกัน ส่วนการตัดสินของกรรมการ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีตามปกติ เพราะใบแดงก็เหมาะสม ก็ไม่มีอะไรต้องตำหนิ"

"มันยากที่เราจะเปลี่ยนแผนในครึ่งหลัง เพราะเราเพิ่งเปลี่ยนตัวลงไปในช่วงพักครึ่ง หลังจากนั้นเราก็ได้ส่งอดิศักดิ์ ไกรษร ลงมา วันนี้เรามีแผนอยู่แล้วที่จะใช้เอกนิษฐ์ ปัญญา เป็นหน้าต่ำ และให้ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว เป็นปีกขวา เพื่อให้มีกองกลางเพิ่มอีกคน ก็เป็นเกมที่ดี เราต้องการสู้ในแดนกลาง พอหลังจากโดนใบแดง"

"เราได้ส่งอดิศักดิ์ ลงมาแทนธีรศิลป์ แดงดา เพื่อความสด และ พลกำลัง และสร้างโอกาสได้เยอะ วิ่งหาช่องได้หลายครั้งตามที่เราวางแผน ประตูที่เราได้ก็เกิดขึ้นจากการวิ่งหาช่องของ อดิศักดิ์ เขาทำได้ดี สุดท้ายก็เป็นอีกคะแนนที่สำคัญที่เราได้จากที่นี่ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างตอนนี้ก็อยู่ที่เรา ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป ในเกมสุดท้ายที่จะเจอกับ กัมพูชา"

สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมชาติไทย ยังนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอ มี 7 คะแนนเท่ากับ อินโดนีเซีย แต่ประตูได้เสียดีกว่า ก่อนมีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ กัมพูชา ในรอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย วันที่ 2 มกราคม 2566 ที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 9 Mcot HD30

facebooktwitterreddit