แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ความเป็นมาและเส้นทางการคุมทีมของกุนซือคนใหม่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ราล์ฟ รังนิค - MANAGER PROFILE

ศักย์ศรณ์ เนนเลิศ
FC Salzburg v RB Leipzig - UEFA Europa League
FC Salzburg v RB Leipzig - UEFA Europa League / David Geieregger/GettyImages
facebooktwitterreddit

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แถลงการณ์เปิดตัว ราล์ฟ รังนิค กุนซือวัย 63 ปีชาว เยอรมัน เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมรักษาการอย่างเป็นทางการ ให้หลังจากที่ ปีศาจแดง แยกทางกับ โอเล กุนนาร์ โซลชา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน

โดย ราล์ฟ จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมเป็นระยะเวลา 6 เดือนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาล 2021/22 ก่อนที่จะรับทบาทเป็นที่ปรึกษาให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้สัญญายาว 2 ปีต่อไป

90min พาผู้อ่านทำความรู้จักกับ ราล์ฟ รังนิค ในฐานะผู้จัดการทีมรักษาการของ ปีศาจแดง ให้ดีขึ้นกว่าเดิม


จุดเริ่มต้นอาชีพกุนซือ

ราล์ฟ รังนิค เป็นผู้จัดการทีมชาวเยอรมันวัย 63 ปีที่ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ปีศาจแดง เจ้าตัวรับงานเป็นผู้บริหารในตำแหน่ง ผอ.กีฬาให้กับ โลโคโมทีฟ มอสโคว ทีมดังในลีกสูงสุดประเทศรัสเซียมาก่อน

รังนิค เริ่มต้นเส้นทางสายกุนซือด้วยการเข้ารับงานคุมทีมเยาวชนของ สตุ๊ตการ์ท เคยพาทีมชุด ยู-19 คว้าแชมป์ลีกมาครองเมื่อปี 1991 ก่อนจะย้ายมาเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่กับ เรอทรินเกน ทีมระดับลีกภูมิภาคของเยอรมันในปี 1995 และย้ายมาอยู่กับ เอฟซี อูลม์ ในปี 97 แถมยังสามารถพา อูลม์ เลือนชั้นขึ้นมาเล่นใน บุนเดสลีกา 2 ได้สำเร็จในปี 1998 อีกด้วย

Ralf Rangnick Hannover coach
Ralf Rangnick Hannover coach / Stuart Franklin/GettyImages

และด้วยผลงานอันโดดเด่นนี้เองทำให้เขาได้โอกาสในการคุมทีมระดับ บุนเดสลีกา เป็นครั้งแรกกับ สตุ๊ตการ์ท ในปี 1999 โดยในฤดูกาล 99/00 รังนิค พาต้นสังกัดจบในอันดับที่ 8 ก่อนที่ปีต่อมาผลงานจะย่ำแย่รั้งอันดับ 17 จนต้องแยกทางกันในที่สุด

หลังจากนั้นเจ้าตัวได้รับโอกาสจาก ฮันโนเวอร์ ที่ซีซั่น 2001/02 ยังคงเล่นใน บุนเดสลีกา 2 แต่ รังนิค สามารถพาทีมคว้าแชมป์และคว้าตั๋วขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่งผลงานของเขากับต้นสังกัดบนลีกสูงสุดก็จัดว่ายังทรง ๆ จนในปี 2004 เขาได้แยกทางกับสโมสรหลังไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่หวัง


เกือบพา ชาลเก้ ไปถึงฝั่งฝัน

ในปีเดียวกันนั้นเอง ชาลเก้ ที่เพิ่งจะแยกทางกับ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ก็จัดการแต่ตัง รังนิค เข้ามาทำทีมต่อซึ่งที่นั้นเข้าได้สร้างชื่อเสียงด้วยการพาต้นสังกัดเข้าถึงรอบชิง เดเอฟเบ โพคาล แต่ไปพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 รวมถึงพาทีมจบในอันดับที่ 2 ในศึก บุนเดสลีกา อีกด้วย

กระทั่งช่วงปลายปี 2005 รังนิค ถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ ชาลเก้ หลังพาทีมทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ตกรอบแบ่งกลุ่มในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งฟางเส้นสุดท้ายคือการพ่ายต่อ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 0-6 ในศึก เดเอฟเบ โพคาล ในช่วงเดือนธันวาคมปีดังกล่าว

Ralf Ragnick
FC Schalke 04 v FC Bayern Munich / Stuart Franklin/GettyImages

สร้างชื่อให้ ฮอฟเฟนไฮม์

หลังจากว่างงานอยู่เกือบ 7 เดือน รังนิค กลับมารับงานคุมทีม ฮอฟเฟนไฮม์ ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ในลีกระดับ 3 ของประเทศ แต่กลับสามารถพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนขึ้นมาเล่นใน บุนเดสลีกา 2 ได้ในปีนั้น ก่อนที่ปีต่อมาเขายังคงพาต้นสังกัดจบในอันดับสองเลื่อนชั้นสู่ บุนเดสลีกา ได้อย่างรวดเร็วเมื่อปี 2008

ผลงานของ รังนิค กับ ฮอฟเฟนไฮม์ บนลีกสูงสุดต้องบอกว่าน่าประทับใจด้วยการพาทีมลุ้นพื้นโควต้าฟุตบอลยุโรปตลอด 3 ฤดูกาลก่อนที่ต้นปี 2011 เจ้าตัวจะติดสินใจลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกับบอร์ดบริหารเรื่องการซื้อขายตัวผู้เล่น

อย่างไรก็ตาม 3 เดือนต่อจากนั้นเข้ากลับมารับงานคุมทีม ชาลเก้ อีกครั้งในช่วงท้ายฤดูกาล 2010/11 แม้จะพาต้นสังกัดจบในอันดับที่ 14 แต่กลับสามารถคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนี่คือแชมป์เมเจอร์รายการเดียวที่เขาเคยได้สัมผัสมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาหลังจากคุมทีมได้ไม่นาน รังนิค ประกาศลาออกจากสโมสรโดยให้เหตุผลเกี่ยวกับสภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อมจะสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จต่อไปได้

Schalke's head coach Ralf Rangnick addre
Schalke's head coach Ralf Rangnick addre / PATRIK STOLLARZ/GettyImages

เข้าร่วมบริหารงานในเครือ เร้ดบูลล์

หลังจากพักงานมาร่วม 1 ปีเต็ม ฤดูกาล 2012/13 รังนิค กลับมารับงานเป็นผู้อำนวยการกีฬาให้สโมสรในเครือ เร้ดบูลล์ ทั้ง ซัลซ์บวร์ก และ ไลป์ซิก ควบคู่กัน จนในปี 2015 เขาตัดสินใจเข้ามาบริหาร ไลป์ซิก ที่ตอนนั้นยังเล่นอยู่ในลีกรองอย่างเต็มตัวโดยได้รับตำแหน่ง ผู้จัดการทีม ควบผู้อำนวยการกีฬาและสามารถพาทีมเลื่อนชั้นสู่ บุนเดสลีกา ได้สำเร็จในปี 2016 ก่อนจะตัดสินใจลงจากตำแหน่งกุนซือไปทำหน้าที่ ผอ.อย่างเดียวหลังต้นสังกัดขึ้นสู่ลีกสูงสุด

FBL-GER-CUP-LEIPZIG-BAYERN MUNICH
FBL-GER-CUP-LEIPZIG-BAYERN MUNICH / ODD ANDERSEN/GettyImages

ฤดูกาล 2018/19 รังนิค ตัดสินใจลงมาคุมทีม ไลป์ซิก อีกครั้งโดยพาทีมจบในอันดับที่ 3 ของ บุนเดสลีกา ก่อนที่ปีต่อมาจะถูกแต่งตั้งเป็น ผอ.กีฬา ควบ 4 สโมสรในเคลือ เร้ดบูลล์ อย่าง ซัลซ์บวร์ก ในลีกออสเตรีย บรากันติโน ในลีก บราซิล นิวยอร์ค เร้ดบูลล์ ใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก ใน บุนเดสลีกาเยอรมัน จนกระทั่งช่วงกลางปีที่ผ่านมาเจ้าตัวเพิ่งจะรับงานเป็นผู้อำนวยการกีฬาให้กับ โลโคโมทีฟ มอสโคว และตัดสินใจเข้ามารับหน้าที่กุนซือชั่วคราวจนจบฤดูกาลให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในที่สุด

น่าสนใจว่าด้วยประสบการณ์การวางรากฐานให้ทีมของเขา จะสามารถพา ปีศาจแดง กลับสู่จุดที่ควรจะเป็นในระยะเวลา 6 เดือนในสัญญาได้หรือไม่ หรือแฟน ๆ เร้ดเดวิลส์ อาจได้เห็นทีมรักเปลี่ยนหน้านายใหญ่คนใหม่อีกครั้งในช่วงกลางปี 2022 ที่จะถึง ผลงานในสนามเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสิน...


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit