ลิเวอร์พูล

ตามติดชีวิต 5 แข้งที่เกือบเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว - FEATURE

Chelsea v Leicester City: The Emirates FA Cup Final
Chelsea v Leicester City: The Emirates FA Cup Final / Marc Atkins/Getty Images
facebooktwitterreddit

หลังการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซัน 2019-2020 ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่ได้รับความสนใจในตลาดซื้อขายซัมเมอร์อย่างมาก พร้อมกันนั้นพวกเขาก็เตรียมแผนในการดึงนักเตะชื่อดังมากมายในเวลานั้นมาร่วมทีมเพื่อรักษาเก้าอีกแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเอาไว้ให้ได้อีก 1 สมัย

อย่างที่ทราบกันดี หงส์แดง อาจจะคว้าสตาร์อย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา และ ดิโอโก้ โชต้า มาร่วมทีมได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็พลาดการคว้าตัวนักเตะดี ๆ ไปหลายรายเช่นกัน ดังนั้นเราจะพาไปดูว่าผู้เล่นเหล่านั้นมีใครบ้างและตอนนี้พวกเขามีชีวิตกันอย่างไร

1. ติโม แวร์เนอร์ - เชลซี

Timo Werner
Chelsea v Leicester City - Premier League / Catherine Ivill/Getty Images

นี่คือนักเตะเป้าหมายอันดับ 1 ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในตอนนั้น ข่าวออกมาว่าทั้งสองคนมีการติดต่อกันล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปีใหม่ และพร้อมที่จะเซ็นสัญญาทันทีหลังจบฤดูกาล

อย่างไรก็ตามด้วยการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อสถานภาพทางการเงินของทีม หงส์แดง ทำให้พวกเขาไม่สามารถทุ่มเงินจำนวน 52.7 ล้านปอนด์เพื่อเป็นค่าฉีกสัญญาของ แวร์เนอร์ ได้ จึงเปิดโอกาสให้ เชลซี ที่กำลังจด ๆ จ้อง ๆ อยู่เดินเข้ามาคุยกับ ไลป์ซิก พร้อมด้วยเงินก้อนดังกล่าว และท้ายที่สุดพวกเขาก็เปิดตัวกองหน้าทีมชาติเยอรมนีในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบสุดเซอร์ไพรส์

แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น ชีวิตของดาวยิงวัย 25 ปีในการค้าแข้งกับทีม สิงห์บลู นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และด้วยผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ ของทีมภายใต้การกำกับของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ทำให้เขาไม่สามารถยิงประตุได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง พร้อมทั้งโดนวิจารณ์อย่างหนัก ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวได้นิดหน่อยในยุคของ โธมัส ทูเคิล แต่ก็ยังต้องรอพิสูจน์ตัวเองต่อไป

2. อิสไมลา ซาร์ - วัตฟอร์ด

Ismaila Sarr
Watford v Derby County - Sky Bet Championship / Marc Atkins/Getty Images

ซาร์ ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในการเสริมทัพเกมรุกเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ด้วยการที่โดน วัตฟอร์ด โก่งค่าตัวขึ้นไปสูงถึง 40 ล้านปอนด์ ทำให้พวกเขาต้องระงับโปรเจ็คนี้ไปและหันไปคว้าตัว ดิโอโก้ โชต้า จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน มาแทนด้วยค่าตัวเท่า ๆ กัน แต่ต่างกันที่ ลิเวอร์พูล สามารถแบ่งผ่อนชำระได้แบบไม่ลำบากนัก

ไม่มีใครการันตีได้ว่าหากดาวยิงวัย 23 ปีย้ายมายังถิ่น แอนฟิลด์ แล้วเขาจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ แต่เป็นที่ชัดเจนว่าทั้ง หงส์แดง และ แตนอาละวาด ต่างได้รับประโยชน์จากดีลที่ล้มเหลวนี้ โดยทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้ดาวยิงตัวใหม่อย่าง โชต้า ที่ระเบิดฟอร์มได้เกือบจะทันทีหลังย้ายมาร่วมทีม ส่วนทาง วัตฟอร์ด นั้นก็ยังมี ซาร์ เอาไว้ช่วยให้ทีมคว้าโควต้าเลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จเช่นกัน

ปีกทีมชาติเซเนกัลโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยยิงไป 13 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 39 นัดใน เดอะแชมเปี้ยนชิพ เมื่อซีซันก่อน โดยส่วนใหญ่จะประจำการในตำแหน่งปีกขวาและถูกโยกมาเล่นเป็นกองหน้าตัวกลางเป็นบางครั้ง ซึ่งนั่นทำให้เขากลับมาเป็นข่าวกับ เดอะเร้ดส์ อีกครั้งในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึงนี้

3. จามาล เลวิส - นอริช ซิตี้

Jamal Lewis
Newcastle United v Crystal Palace - Premier League / Stu Forster/Getty Images

ตอนนั้นมีข่าวแพร่สะพัดว่า ลิเวอร์พูล เตรียมเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อสอย เลวิส มาจาก นอริช ที่เพิ่งตกชั้นไปเพื่อมาเป็นกำลังเสริมให้กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และใกล้จะตกลงกันได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็ต้องถูกยกเลิกเมื่อสโมสรเรียกค่าตัวเพิ่มเป็น 20 ล้านปอนด์

นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ หงส์แดง หันไปเซ็นสัญญากับ คอสตาส ซิมิคาส แบ็คซ้ายของ โอลิมเปียกอส มาแทนด้วยค่าตัวเพียง 11 ล้านปอนด์ ส่วนทางทีม เจ้านกขมิ้น ก็ไปตกลงขาย เลวิส ให้กับ นิวคาสเซิล ในราคา 15 ล้านปอนด์ซะอย่างนั้น

แม้ว่าอดีตฟูลแบ็คของ นอริช จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้กับ เดอะแม็กพายส์ ในช่วง 6 เดือนแรก แต่เขาก็มาเสียตำแหน่งให้กับ แม็ตต์ ริชชี แบ็คจอมเก๋าวัย 31 ปีเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง หนำซ้ำยังมีข่าวว่าสโมสรกำลังให้ความสนใจดึงตัว นูโน ตาบาเรซ แบ็คซ้ายของ เบนฟิก้า มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับนักสำหรับ เลวิส

4. ไค ฮาเวิร์ทซ์ - เชลซี

Gabriel Magalhaes, Kai Havertz
Chelsea v Arsenal - Premier League / Marc Atkins/Getty Images

ฮาเวิร์ทซ์ ก็เป็นหนึ่งในสตาร์ที่มีข่าวกับ ลิเวอรืพูล ในเวลานั้นเช่นกัน และเป็นหนึ่งตัวรุกที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบ จากผลงานกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ซึ่งเขามองว่านี่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน ต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดก็เป็น เชลซี ที่ทุ่มเงินสูงถึง 71 ล้านปอนด์ดึงตัวมาร่วมทีมพร้อม ๆ กับ ติโม แวร์เนอร์ แต่ด้วยผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ทำให้เขาปรับตัวกับสโมสรใหม่ได้ช้า และเมื่อหายกลับมาลงสนามฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคาดหวัง การทำได้เพียง 4 ประตูและ 5 แอสซิต์ในลีกนั้นแทบจะไม่มีอะไรให้น่าประทับใจเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของเขาที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุโรปเลย

เช่นเดียวกับ แวร์เนอร์ ตัวรุกวัย 21 ปีดูเหมือนจะเล่นไม่เข้ากับระบบของ แฟรงค์ แลมพาร์ด จนบางครั้งทำให้ชวนสงสัยว่า โรมัน อับราโมวิช ทุ่มเงินซื้อนักเตะรายนี้มาเพียงเพื่อตัดหน้าทีมอื่น เพราะทีมยังไม่สามารถใช้งานเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามหลังเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็น โธมัส ทูเคิล ดูเหมือนว่าชีวิตของ ฮาเวิร์ทซ์ จะดีขึ้นมาบ้าง เขาเริ่มโชว์ฟอร์มได้ดีในหลายเกมและเริ่มปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่ง "ฟอลส์ไนน์" ที่ได้รับมอบหมาย และเชื่อว่าของที่มีอยู่ในตัวจะถูกปล่อยออกมาในซีซันหน้าอย่างแน่นอน

5. เบน ไวท์ - ไบรท์ตัน

Ben White - Soccer Player
Wolverhampton Wanderers v Brighton & Hove Albion - Premier League / Visionhaus/Getty Images

ช่วงนั้นมีรายงานว่า ลิเวอร์พูล จับตามอง เบน ไวท์ อย่างเข้มข้นในตอนที่เขาลงเล่นให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และสามารถช่วยพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ โดยทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ มองว่านี่จะเป็นตัวแทนของ เดยัน ลอฟเรน ที่อำลาทีมไปในเวลานั้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เยอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะไม่มีการเสริมเซ็นเตอร์แบ็คคนใหม่ และจะใช้ ฟาบินโญ ลงมาแทนตำแหน่งนี้ในบางเกมหากจำเป็น และสุดท้ายก็สมพรปากนายใหญ่เมืองเบียร์ เมื่อ 3 เซ็นเตอร์ตัวหลักทยอยเจ็บกันที่ละคนสองคนเริ่มตั้งแต่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป ทำให้เขาต้องใช้กองกลางบราซิลเลียนเป็นกองหลังตัวจริงแบบจริงจัง และเปลี่ยนคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟถึง 20 คู่ตลอดทั้งฤดูกาล จนกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในช่วงท้ายซีซัน

ส่วนชีวิตของ ไวท์ กับ ไบร์ทตัน นั้นสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัดและช่วยพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นแบบที่ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย กองหลังวัย 23 ปีพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คสมัยใหม่ที่สามารถครองบอลได้อย่างสงบนิ่งและจ่ายบอลเนียนกริบ ซึ่งด้วยอายุอานามเพียงแค่นี้ทำให้ยังมีโอกาสในการพัฒนาฝีเท้าได้อีกไกล และสำหรับค่าตัวที่เจ้านกนางนวลตั้งเอาไว้ที่ 30 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วคงจะสูงขึ้นเกือบเท่าตัวในตลาดซื้อขายนี้อย่างแน่นอน


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit