ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล 2-0 บียาร์เรอัล: สรุปทุกความเป็นไปหลังชัยชนะของ หงส์แดง ใน แชมเปี้ยนส์ลีก

Liverpool v Villarreal Semi Final Leg One - UEFA Champions League
Liverpool v Villarreal Semi Final Leg One - UEFA Champions League / David Ramos/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021/22 รอบ 4 ทีมสุดท้าย
วันแข่งขัน: คืนวันพุธที่ 27 เมษายน 2022
เวลาแข่งขัน: 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน : ลิเวอร์พูล 2-0 บียาร์เรอัล
สนาม: แอนฟิลด์


1. เกมที่ไร้กังวลของ หงส์แดง

Mohamed Sala, Pau Torres
Liverpool v Villarreal Semi Final Leg One - UEFA Champions League / Quality Sport Images/GettyImages

เกมช่วงต้นตกเป็นของ ลิเวอร์พูล ที่ครอบครองบอลบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง บอลจากริมเส้นโดย หลุยส์ ดิอาซ ที่ฝั่งซ้ายกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ฝั่งขวา สลับกับการเติมขึ้นมาประสานงานของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นงาน บียาร์เรอัล ระลอกแล้วระลอกเล่า

บอลทแยงมุมจากแนวลึกคอยเปลี่ยนแกนเปิดพื้นที่ให้แนวรุกที่ริมเส้นของ หงส์แดง เข้าทำให้เห็นต่อเนื่องแม้จะถูกแนวรับลึกของทีมเยือนยืนอัดแน่นปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษตนเองอย่างเหนียวแน่น

ครึ่งแรกที่อึดอัดสำหรับ เดอะค็อป มาคลี่คลายตั้งแต่ต้นครึ่งหลังเมื่อโชคจากลูกครอสของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ไปแฉลบขา เปอร์วิส เอสตูปินญาน เข้าประตูเป็นลูกเบิกร่อง ก่อนจะได้ประตู 2-0 ตามมาอย่างรวดเร็วจากการยิงระยะเผาขนโดย ซาดิโอ มาเน

2. เรือดำน้ำสีเหลือง แทบไม่ได้โงหัว

Ibrahima Konate, Arnaut Danjuma
Liverpool v Villarreal Semi Final Leg One - UEFA Champions League / Quality Sport Images/GettyImages

เกม 90 นาทีที่ แอนฟิลด์ ลงเอยด้วยสถิติการครอบคองบอลต่างกันมากกว่าเท่าตัว (71%-29%) ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคือทีมเยือนสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้เพียง 1 ครั้งถ้วน (ลิเวอร์พูล 20 ครั้ง) แถมยังไปการจบสกอร์ที่ไม่ตรงกรอบ

สถิติโอกาสทำประตู 1 ครั้งและไม่ตรงกรอบภายในเกมเดียวกันนับเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บรวมรวมสถิติใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 เทียบเท่ากับเกมระหว่าง อินเตอร์-บาร์เซโลนา ในซีซัน 2009/10

แม้ อูไน เอเมรี จะชัดเจนในรูปแบบการเล่นตั้งรับลึกเพื่อรอสวนกลับเร็วแต่เมื่อไร้การประสานงานแดนบนที่ดีก็ทำให้แผนการไม่ปะติดปะต่อ กลายเป็นต้องกองกันที่หน้าประตูของตนเองแทบจะตลอดทั้งเกม

อาร์เนาต์ ดันจูมา แข้งกองหน้าความหวังของพวกเขาถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว และเมื่อต้องเจอกับยักษ์ปักหลั่นทั้ง อิบราฮิมา โคนาเต้ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็ทำให้ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อทีมต้องลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ชนิดไม่ได้ลุ้นในเลกแรก

3. ตัวแทนจากอังกฤษในนัดชิงชนะเลิศในฝัน

Jurgen Klopp, Pep Guardiola
Manchester City v Liverpool - Premier League / Robbie Jay Barratt - AMA/GettyImages

ผลจากชัยชนะของเกมในเลกแรกของ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ตัวแทนจาก อังกฤษ ก้าวเท้าไปข้างหนึ่งแล้วสู่นัดชิงชนะเลิศที่ สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส และเราเชื่อว่าคอบอลชาวไทยจำนวนไม่น้อยหวังที่จะได้เห็นการดวลกันของทั้ง 2 ยอดทีมซึ่งมียอดผู้จัดการทีมและนักเตะระดับท็อป ประลองกำลังในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลเพื่อชิงถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป

facebooktwitterreddit