ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล 0-1 อินเตอร์ (สกอร์รวม 2-1): ชำแหละ 5 ประเด็นร้อนหลังศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

Liverpool FC v FC Internazionale: Round Of Sixteen Leg Two - UEFA Champions League
Liverpool FC v FC Internazionale: Round Of Sixteen Leg Two - UEFA Champions League / Michael Regan/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021/22 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันแข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022
เวลาแข่งขัน: 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน: ลิเวอร์พูล 0-1 อินเตอร์ มิลาน
หงส์แดง ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปด้วยสกอร์รวม 2-1
สนาม: แอนฟิลด์


1. อินเตอร์ ออกสตาร์ทอย่างกระตือรือล้นก่อนแผ่วกลางครึ่งแรก

FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-INTER MILAN
FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-INTER MILAN / PAUL ELLIS/GettyImages

เมื่อ อินเตอร์ มิลาน ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ต้องการประตูเป็นอย่างยิ่งจากการที่ตามหลัง 2 สกอร์ตั้งแต่เลกแรก พวกเขาออกสตาร์ทด้วยความกระตือรือล้น ไล่บีบพื้นที่ ดักเก็บเกมของ ลิเวอร์พูล ได้แทบทั้งหมด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกมของ อินเตอร์ ค่อยๆ ลดดีกรีความร้อนแรงลงไปเมื่อแดนหน้า เลาตาโร มาร์ติเนซ และ อเล็กซิส ซานเชซ ไม่อาจเก็บบอลได้ ขณะที่เกมริมเส้น อิวาน เปริซิช กับ เดนเซล ดัมฟรีส์ ไม่อาจเอาชนะ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ได้

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเกือบโดนทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีซเล่นงานโดยมี โจเอล มาติป และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เติมขึ้นไปพยายามเล่นลูกกลางอากาศ ก่อนจะจบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์

2. ประตูของ เลาตาโร มาร์ติเนซ

FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-INTER MILAN
FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-INTER MILAN / PAUL ELLIS/GettyImages

เกมทำท่าจะน่าเป็นห่วงสำหรับ ลิเวอร์พูล เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำไปก่อนราวเกมผ่าน 1 ชั่วโมง

โจเอล มาติป ออกบอลจากแดนหลังพลาดก่อน อเล็กซิส ซานเชซ จะไหลให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ดาวยิงทีมชาติ อาร์เจนตินา สบช่องเมื่อ ฟาน ไดค์ ออกลูกประมาทยืนห่างฉวยโอกาสซัดไกลเต็มเหนี่ยว บอลพุ่งวาบหนีมือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ตุงตาข่ายอย่างหมดจด

นับเป็นจังหวะที่ลงตัวทั้งการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของแนวรับ หงส์แดง และความยอดเยี่ยมในการจบสกอร์ของ เลาตาโร มาร์ติเนซ

3. จุดเปลี่ยนอีกไม่กี่อึดใจให้หลัง

Alexis Sanchez, Simone Inzaghi
Liverpool FC v FC Internazionale: Round Of Sixteen Leg Two - UEFA Champions League / Chris Brunskill/Fantasista/GettyImages

ในขณะที่เสียงสาวกพลพรรค เนรัซซูรี ที่ แอนฟิลด์ กระหึ่มเมื่อทีมเพิ่งได้ประตูขึ้นนำ แต่กลายเป็น อเล็กซิส ซานเชซ ที่ได้รับใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามจากการเข้าปะทะใส่ ฟาบินโญ

จากภาพช้าเป็นการเข้าบอล 50/50 โดยแข้ง ชิลี ถึงบอลก่อนมิดฟิลด์ หงส์แดง ทว่าจังหวะตัวไถลจากการสไลด์ทำให้ปุ่มสตั๊ดของเจ้าตัวไปปักใส่ ฟาบินโญ อย่างจัง ผู้ตัดสินไม่รีรอควักใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงให้ อเล็กซิส ถูกไล่ออกจากสนาม

และเกมที่ทำท่าว่าจะกลายเป็นโมเมนตัมของ อินเตอร์ ก็ถูกดับฝันนับจากนั้น

4. ซาลาห์ โชคร้ายไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด

Mohamed Salah, Alessandro Bastoni
Liverpool FC v FC Internazionale: Round Of Sixteen Leg Two - UEFA Champions League / Chris Brunskill/Fantasista/GettyImages

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออกสตาร์ทอย่างเงียบเหงาก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ เครื่องร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

คีย์แมนทีมชาติ อียิปต์ ได้โอกาสเก็บตกบอลจังหวะสองในกรอบเขตโทษเหน่งๆ ช่วงกลางครึ่งหลังแต่บอลกลับไปชนเสาอย่างจัง ขณะที่ลูกหลุดเดี่ยว 15 นาทีสุดท้าย ซาลาห์ ทะยานเข้าไปฮาล์ฟวอลเลย์การเปิดของ ซาดิโอ มาเน ผ่านมือ ซามีร์ ฮันดาโนวิช ไปได้แล้วแต่บอลเจ้ากรรมชนเสาอย่างไม่น่าเชื่อ

โดย ซาลาห์ จบเกมด้วยสถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งมากที่สุดในสนามที่ 4 ครั้ง

5. อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โชว์คลาส

Danilo D'Ambrosio, Trent Alexander-Arnold
Liverpool FC v FC Internazionale: Round Of Sixteen Leg Two - UEFA Champions League / Matthew Ashton - AMA/GettyImages

เมื่อเกมที่แดนกลางถูก 3 มิดฟิลด์ของ อินเตอร์ ได้แก่ อาร์ตูโร วิดัล, มาร์เซโล โบรโซวิช และ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู ไล่บีบพื้นที่ดักเก็บไม่ให้แผงมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ออกบอลได้ง่ายนัก กลายเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่รับบทบาทปั้นเกมจากแนวลึก

เจ้าตัวจบเกมด้วยสถิติทำคีย์พาส ผ่านบอลให้เพื่อนสับไกยิงมากที่สุดในสนามที่จำนวน 5 ครั้ง และยังเป็นแข้งที่สัมผัสบอลมากที่สุดในสนามที่จำนวน 126 ครั้ง

facebooktwitterreddit