พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 แมนฯ ซิตี้: สรุปทุกประเด็นหลัง จิ้งจอกสีน้ำเงิน คว่ำ เรือใบ ซิวแชมป์ คอมมูนิตี้ ชิลด์

Manchester City v Leicester City - The FA Community Shield
Manchester City v Leicester City - The FA Community Shield / Catherine Ivill/Getty Images
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอลคอมมูนิตี้ ชิลด์ 2021/22
วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2021
เวลาแข่งขัน: 23:15 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน: เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนาม: เวมบลีย์


เกมที่ เวมบลีย์ ออกสตาร์ทด้วยจังหวะได้ลุ้นก่อนของ เรือใบสีฟ้า จากลูกฟรีคิกโดย อิลคาย กุนโดกัน ที่ปั่นโค้งสุดสวยด้วยขวาแต่ถูก แคสเปอร์ ชไมเคิล ปัดบอลทิ้งออกไปได้

เกมหลังจากนั้นเป็นทัพ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ที่ดูดีกว่าเล็กน้อยเมื่อสามารถสร้างโอกาสจบสกอร์อย่างถนัดถนี่ได้มากกว่า โดยเฉพาะช่วงท้ายครึ่งแรกจากการจบสกอร์ระยะเผาขนของ เจมี วาร์ดี้ แต่แฉลบเท้าของ สเตเฟน บอลไปขนเสาอย่างน่าเสียดาย

ครึ่งหลังเป็นทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เร่งเครื่องกลายเป็นฝ่ายรักษาโมเมนตัมได้ตลอดทั้ง 45 นาทีหลังทว่าความผิดพลาดของ นาธาน อาเก้ ในช่วงท้ายที่เสียบอลหน้าปากประตูตนเองจนเข้าสกัดใส่ เคเลชี อิเฮียนาโช ทำเสียจุดโทษและกลายเป็นหัวหอกทีมชาติ ไนจีเรีย ที่ลุกขึ้นมาสังหารเป็นประตูชัยไม่พลาดและจบเกมไปด้วยสกอร์ดังกล่าว


เลสเตอร์ ซิตี้
คะแนนนักเตะ

FBL-ENG-PR-COMMUNITY-MAN CITY-LEICESTER
FBL-ENG-PR-COMMUNITY-MAN CITY-LEICESTER / ADRIAN DENNIS/Getty Images

11 ผู้เล่นตัวจริง: ชไมเคิล (6); เอ็นดิดี้ (6);, โซยุนชู (7), อมาร์ตี้ (6); เปเรย์รา. (6), แมดดิสัน (5), ติเลมองส์ (5), เบอร์ทรานด์ (5); บาร์นส์ (6); เปเรซ (6), วาร์ดี้ (6)
ตัวสำรอง: อัลไบรท์ตัน (6), ดาก้า (6), ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ (6), ซูมาเร (6), โธมัส (6), อิเฮียนาโช (7)

คีย์แมน - ฮาร์วีย์ บาร์นส์

วูบวาบในการปั้นเกมรุกในครึ่งแรกให้เห็นก่อนที่เจ้าตัวจะแทบไม่มีส่วนกับเกมในครึ่งหลังเมื่อโมเมนตัมตกอยู่กับ แมนฯ ซิตี้

เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 79 แทนที่โดย เคเลชี อิเฮียนาโช ก่อนจะเป็นดาวยิงทีมชาต ไนจีเรีย เป็นคนไล่บีบเพรสซิงแดนบนจนเป็นที่มาของการได้ลูกจุดโทษและเป็นประตูชัยพาทีมคว้าถาด คอมมูนิตี้ ชิลด์ ไปครอง

ประเด็นหลังเกม

ทัพ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ออกสตาร์ทเกมนี้ได้แข็งแกร่ง ต่อกรกับ ซิตี้ ชนิดที่สามารถสร้างโอกาสจะแจ้งได้มากกว่าโดยเฉพาะในครึ่งแรก น่าเสียดายที่จังหวะขาดๆ เกินๆ เพียงเล็กน้อยทำให้พวกเขาไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้

รูปเกมของทีม ร็อดเจอร์ส กลายเป็นหนังคนละม้วนในครึ่งหลัง พวกเขาตกเป็นฝ่ายตั้งรับคอยไล่แย่งบอลในแดนตนเองอย่างเต็มตัว แต่ต้องยกนิ้วให้กับแดนหลังที่แน่นหนาที่สามารถป้องกันการสร้างโอกาสอย่างถนัดถนี่ของ ซิตี้ ได้


แมนแชสเตอร์ ซิตี้
คะแนนนักเตะ

Pep Guardiola, Jack Grealish
Manchester City v Leicester City - The FA Community Shield / Catherine Ivill/Getty Images

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: สเตฟเฟน (6); คันเซโล (6), ดิอาส (6), อาเก้ (4), เมนดี้ (6); กุนโดกัน (6), แฟร์นันดินโญ (6), พาลเมอร์ (5); มาห์เรซ (7), ตอร์เรส (6), เอโดซี (6)
ตัวสำรอง: โรดรี, กรีลิช , แบร์นาโด้, ไนท์

คีย์แมน - ริยาด มาห์เรซ

มาห์เรซ ในบทบาทแข้งตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้ายกลายเป็นนักเตะที่วูบวาบที่สุดของ ซิตี้ ในเกมนี้จากทักษะพาบอลเลี้ยงจี้สร้างโอกาสอันตรายในพื้นที่สุดท้าย

ประเด็นหลังเกม

เกมของ แมนฯ ซิตี้ดูยังไม่เข้าร่องเข้ารอยนักตั้งแต่แดนหลังไปจนถึงแดนหน้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทรัพยากรที่พวกเขาสามารถใช้ได้เวลานี้มีค่อนข้างจำกัด รวมทั้งยังขาดคีย์แมนตัวหลักอีกหลายราย

แม้ขนาดทีมของ เรือใบสีฟ้า จะมีตัวเลือกระดับคุณภาพให้เลือกใช้หลายรายแต่จากเกมนี้ยังเห็นได้ชัดว่าทีมยังคงต้องการเวลาเพื่อเค้นจังหวะเก่งให้กลับคืนมาทั้งการยืนตำแหน่ง ความกระตือรือล้น และความเข้าใจในการประสานงานร่วมกัน

เกมนี้ยังเป็นการประเดิมสนามของ แจ็ค กรีลิช ในฐานะแข้งตัวสำรองแทนที่ ซามูเอล เอโดซี นาทีที่ 65 เจ้าตัวประจำการที่กราบซ้ายก่อนจะเคลื่อนที่อิสระพยายามสร้างสรรค์โอกาสให้กับทั้งตนเองและเพื่อนร่วมทีมแต่ไม่อาจฝ่าแนวรับของ เลสเตอร์ ที่ป้องกันอย่างแน่นหนาได้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit