พรีเมียร์ลีก

พรสวรรค์-พรแสวงกับฟรีคิกของ “เจมส์ วอร์ด-เพราซ์” - FEATURE

Southampton v Watford - Premier League
Southampton v Watford - Premier League / Charlie Crowhurst/GettyImages
facebooktwitterreddit

การเล่นลูกตั้งเตะเป็นเหมือน “ศิลปะ” สำหรับใครหลายคน และการสร้างสรรค์ “ศิลปะ” ทุกอย่างต้องมาจากทั้ง “พรสวรรค์” ควบคู่กับ “พรแสวง” ที่เกิดจากการทำงานหนัก ฝึกซ้อมมาหลายร้อยชั่วโมง เพื่อโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งในแต่ละเกม หรือบางเกมอาจจะไม่มีโอกาสได้ลุ้นยิงประตูจากลูกตั้งเตะเลย

เจมส์ วอร์ด-เพราซ์ (27 ปี สัญญาถึงกลางปี 2026) กองกลางกัปตันทีมเซาธ์แธมป์ตัน กลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้จากลูกฟรีคิกในพรีเมียร์ ลีกมากที่สุดที่ยังคงลงเล่นอยู่ในเวลานี้ โดยเขายืนยันว่าเขามีเป้าหมายส่วนตัวในการทำลายสถิติยิงประตูจากฟรีคิกให้มากกว่า เดวิด เบ็คแฮม ผู้ซึ่งเป็นนักเตะที่เขาชื่นชอบในวัยเด็ก

กองกลางเด็กปั้นของสโมสรเซาธ์แธมป์ตัน ทำไปแล้ว 14 ประตู จากการยิงฟรีคิก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูจากฟรีคิกได้มากที่สุดเป็นอันดับสองในพรีเมียร์ ลีก ต่อจาก เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งทำไปทั้งหมด 18 ประตูสมัยลงเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“หนึ่งในแรงกระตุ้นของผมคือการที่ผมอยากจะพบกับเดวิด เบ็คแฮม ผู้ซึ่งเป็นฮีโร่ของผม คนที่ผมรักมากตอนที่ผมเป็นเด็ก ถ้าผมสามารถทำลายสถิติได้ หวังว่าเราอาจจะได้พบกัน แต่มันก็ยังอีกไกลกว่าจะทำลายสถิติดังกล่าว”

วอร์ด-เพราซ์ ทำไปแล้ว 4 ประตูจากฟรีคิกในฤดูกาลนี้ ซึ่งเทียบเท่ากับฤดูกาลที่แล้ว และเขาต้องการอีกหนึ่งประตูจะกลายเป็นสถิติเทียบเท่ากับ เดวิด เบ็คแฮม (2000-2001) และ โลรองต์ โรแบร์ (2001-2002) ที่สามารถทำได้ 5 ประตูจากฟรีคิกในฤดูกาลเดียว

วอร์ด-เพราซ์ ลงเล่นผ่านหลัก 300 เกมไปแล้วกับ เซาธ์แธมป์ตัน จากจุดเริ่มต้นของชีวิตที่พ่อกับแม่ของเขา สนับสนุนลูกชายในการเล่นกีฬาด้วยการหยิบยื่นลูกบอลให้กับเขา และรอดูว่าลูกชายของพวกเขาจะทำอย่างไรกับมัน ซึ่งแน่นอนลูกชายของเขาชอบในการจะเตะมันออกไปรอบบ้านของพวกเขา

“ความทรงจำของผมคือการที่ได้เตะลูกบอล หรือลูกโป่งไปรอบบ้าน พ่อผมชอบเอามาให้ผมเล่น ถ้าจะบอกว่าอะไรคือความทรงจำแรกเกี่ยวกับฟุตบอลก็คงเป็นเรื่องนี้ ผมโตมาในย่าย ฟาร์ลิงตัน ในพอร์ทสมัธ และมีทีมที่ชื่อว่า อีสต์ ลอดจ์ เอฟซี เป็นทีมสโมสรท้องถิ่นเป็นทีมแรกของตัวเอง ที่ตั้งสโมสรอยู่ห่างจากบ้านผมไป ไม่กี่นาที ผมเริ่มชีวิตฟุตบอลที่นั่นจนถึงอายุ 8 ขวบ เซาธ์แธมป์ตัน ก็มาดูการเล่นของผม และต่อมาก็ชวนผมเข้าสู่ทีมเยาวชนของพวกเขา และสุดท้ายผมก็ได้เซ็นสัญญาเข้าทีมในปีต่อมา แน่นอน เซาธ์แธมป์ตัน และ พอร์ทสมัธ ต่างยื่นข้อเสนอเข้ามา และผมเป็นคนตัดสินใจเลือกเองว่าผมต้องการเซ็นสัญญาไปอยู่กับทีมไหน สุดท้ายแล้วผมรู้สึกว่าผมคิดว่าคุณภาพ และการดูแลจากเซาธ์แธมป์ตัน เหมาะสมกับตัวเผม และจะทำให้ผมเป็นนักเตะอาชีพได้ ผมก็เลือกพวกเขา”

“ทุกวันนี้ผมยังคงติดต่อกับ เดฟ ฮิลล์ โค้ชชองอีสต์ ลอดจ์ เอฟซี ผู้ซึ่งสนิทกับครอบครัวผม และช่วยเหลือในการเล่นฟุตบอลให้ผมมาก พอผมมาถึงวันนี้ ผมก็ต้องการช่วยเหลือทีมหากพวกเขาขาดการสนับสนุนอะไรถ้าผมช่วยได้ผมก็พร้อมจะช่วย เพื่อให้ทีมสามารถพัฒนานักเตะเยาวชนได้ดียิ่งขึ้น หากมีใครสามารถก้าวขึ้นมาได้แบบผมอีก ผมจะดีใจมากเลย”

James Ward-Prowse
West Bromwich Albion v Southampton - Premier League / Pool/GettyImages

เด็กหนุ่มที่ได้รับการผลักดันตนเองขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดตั้งแต่ฤดูกาล 2012 เป็นต้นมา เริ่มยิงประตูแรกจากฟรีคิกได้ในฤดูกาล 2015-2016 และก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ เขากลายเป็นตัวอันตรายในเรื่องของลูกตั้งเตะของพรีเมียร์ ลีกแล้ว

“อย่างที่บอกเบ็คแฮม คือคนที่ผมชื่นชอบไม่ใช่เพราะการเล่นลูกตั้งเตะเท่านั้น แต่เป็นแทบทุกอย่างเลย ผมเลียนแบบการตัดผมของเขาทุกทรงเลยในวัยเด็ก อยากได้รองเท้าแบบเดียวกับที่เขาใส่ อยากใส่หมายเลขเสื้อเดียวกับเขา เขาคือคนที่ผมมองเป็นไอดอล และบอกกับตัวเองว่าอยากทำให้ได้แบบเขา อยากยิงฟรีคิกได้แบบเขา ผมดูการยิงฟรีคิกของนักเตะหลายคน แต่ผมดูท่ายิงของเบ็คแฮม และนำมาพัฒนาในการยิงฟรีคิกของตนเองในแบบของตัวเอง”

“การได้จังหวะยิงฟรีคิก มันเหมือนกับการได้รางวัลอะไรสักอย่าง มันทำให้เราคิดได้เสมอว่า นี่ล่ะโอกาสทองสำหรับการยิงประตู ทุกครั้งที่จะยิงฟรีคิกผมจะประหม่าเล็กน้อย เพราะโอกาสมันไม่ได้มากนักในแต่ละเกม ดังนั้นเมื่อมีโอกาส ผมจะคิดเสมอว่าต้องยิงให้เข้าให้ได้ ถ้าคุณผ่านการฝึกยิงจากลูกตั้งเตะมากเป็นจำนวนมากตลอดสัปดาห์ และมีโอกาสในเกมแข่งขัน แต่ดันยิงพลาด คุณจะผิดหวังในตัวเองมากเลยละ ยิ่งเกิดจากการที่ตัวเองไม่มีสมาธิมากพอในเวลายิงจะยิ่งรู้สึกแย่มากกว่าเดิม”

“ระยะที่ผมชอบที่สุดคือ 25 เมตร กลางประตู มันเป็นระยะที่ไม่ไกลไม่ใกล้จนเกินไปจากประตู เอาลูกบอลขึ้นมาเด้งมันสัก 2-3 ครั้ง มองไปบนท้องฟ้า และก็ค่อยมามองไปที่ประตู และตำแหน่งที่ผมอยากจะยิง ยืนให้ทำองศาสัก 45 องศาจากลูกบอล ถอยหลัง 4-5 ก้าว เอาที่รู้สึกว่ามันใช่กับการยิงในแต่ละครั้ง สุดท้ายมองไปที่ประตู ตำแหน่งของทั้งผู้เล่นฝั่งเรา ฝั่งคู่แข่ง และแน่นอนตำแหน่งของนายทวาร ทั้งหมดคือการเตรียมการก่อนยิง”

“การเตะลูกบอลผมเป็นคนถนัดเท้าซ้าย ผมจะพยายามเตะบอลตรงด้านข้างลูกบอล วางเท้าและยิงให้เหมือนเรากำลังตีโฟร์แฮนด์แบบในกีฬาเทนนิส เพื่อเพิ่มความโค้งให้กับลูกบอล ก่อนยิงมองไปที่ประตูอีกครั้ง คิดภาพในหัวสมองว่าเราอยากยิงให้ได้ในแบบไหน ที่เหลือก็คือยิงให้ได้ตามนั้น แน่นอนทั้งหมดผมซ้อมการยิงฟรีคิกมาโดยตลอด”

“ผมชอบให้ลูกยิงของผมโค้งหนีกลางประตูให้มากที่สุด เพื่อให้นายทวารต้องพยายามพุ่งให้ยากที่สุด ทำให้เขาเห็นว่าเขาน่าจะมีโอกาส แต่สุดท้ายบอลก็เข้าประตูไปแล้ว นั่นคือเทคนิคของผม”

“ทุกสัปดาห์ ผมจะซ้อมการยิงประตู โดยเฉพาะในวันพฤหัสบดี จะเป็นวันประจำที่ผมจะเอาบอลมาหลายลูก เอากำแพงหุ่นมาตั้งหน้าประตู และยิงประตู! ผมทำแบบนั้นอยู่คนเดียว และทำในพื้นที่ระยะที่ผมต้องการ ตอนช่วงที่มีการล๊อคดาวน์จากโควิด-19 ผมก็เอาหุ่นไปตั้งไว้หลังบ้านตัวเอง และก็ทำการซ้อมที่บ้านตัวเองเพื่อให้จังหวะการยิงของผมเข้าที่ และผมหวังว่าผมจะยิงประตูได้จากมันอีก”

“ผมรักในการยิงฟรีคิกมาก หากผมสามารถยิงประตูได้จากฟรีคิกครั้งหนึ่งแล้ว ผมก็อยากทำให้มันให้ได้อีก สมัยเด็กผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษมาก ถ้าคุณสามารถยิงประตูจากลูกตั้งเตะได้”

“ผมรักมันมากจริง ๆ นั่นล่ะ”

facebooktwitterreddit