พรีเมียร์ลีก

เส้นทางที่เพิ่งเริ่มต้นของ โจ เกลฮาร์ท - FEATURES

Leeds United v Norwich City - Premier League
Leeds United v Norwich City - Premier League / Michael Regan/GettyImages
facebooktwitterreddit

สถานการณ์ของ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังคงอยู่บนความล่อแหลมกับการตกชั้นในฤดูกาลนี้ กับเกมอีก 9 เกมที่เหลือที่พวกเขาต้องคว้าแต้มให้มากที่สุด และไปลุ้นกันว่ามันจะมากพอให้พวกเขารอดพ้นการตกชั้นได้หรือไม่ กับผู้จัดการทีมคนใหม่ เจสซีย์ มาร์ช ผู้ซึ่งเข้ามาพร้อมกับความหวังในความอยู่รอดของทีม

หลังการรอคอย 16 ปีสิ้นสุดลง ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก เป็นฤดูกาลที่สอง และพวกเขาหนีไม่พ้น “2nd Syndrome” หรือฤดูกาลสองที่เลวร้าย แต่สำหรับพวกเขามันมาในรูปแบบของอาการบาดเจ็บนักเตะที่ปีนี้ พวกเขามีนักเตะ “เจ็บบ่อย เจ็บยาว เจ็บหลายคน” โดยเฉพาะกับตัวหลักที่เป็นกำลังสำคัญในเกมรุกของทีมอย่าง พาทริค แบมฟอร์ด (28 ปี สัญญาถึงกลางปี 2026) กองหน้าที่เพิ่งลงเล่นไปเพียง 9 เกมในฤดูกาลนี้ เช่นเดียวกับ คัลวิน ฟิลลิปส์ กองกลางทีมชาติอังกฤษที่ถึงเวลานี้เข้าสู่เดือนที่สามแล้วที่เขาไม่ได้ลงเล่นช่วยทีมได้เลย ยังไม่รวมถึงหลายต่อหลายครั้งที่นักเตะของทีมหายไปเกือบสิบคน และนั่นทำให้ ดาวรุ่ง กำลังสำรองหลายคนได้รับโอกาสจาก มาร์เซโล บิเอลซ่า อดีตผู้จัดการทีมที่เพิ่งออกจากทีมไป และหนึ่งในนั้นคือเรื่องของนักเตะที่จะมาเล่าให้อ่านกันในวันนี้ 

โจ เกลฮาร์ท (19 ปี สัญญาถึงกลางปี 2024) ย้ายมาเล่นกับลีดส์ เป็นฤดูกาลที่สองแล้ว ในฐานของกองหน้าดาวรุ่ง ซึ่งปีแรกของเขากับทีมเริ่มต้นกับการเล่นในทีมสำรองของทีมตลอดฤดูกาล จนมาถึงปีที่สองที่เขาได้รับโอกาสในพรีเมียร์ ลีก แบบมากขึ้น 

เกลฮาร์ท เกิดในเมืองลิเวอร์พูล เป็นแฟนบอลของลิเวอร์พูล ซึ่งมี เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นไอดอลของตนเอง แต่สุดท้ายเขาไปเริ่มกับทีมเยาวชนของ เอฟเวอร์ตัน และ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ซึ่งเป็นอีกสองสโมสรที่อยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปเล่นกับ วีแกน แอตเลติก และได้สัญญาอาชีพกับทีมในปี 2018 เขาได้ลงเล่นพอสมควรแต่สุดท้ายทีมตกชั้น และคราวนี้เขาได้ย้ายมาเล่นกับ ลีดส์ ด้วยค่าตัวประมาณ 1.6 ล้านปอนด์ 

“ตอนผมได้ทราบว่ามีข้อเสนอจากลีดส์ เข้ามา มันเป็นสิ่งที่ผมสนใจมาก พวกเขาเป็นสโมสรใหญ่ ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก ตอนนั้นผมหวังแค่ว่าตัวเองจะได้ลงเล่นช่วยทีม และได้มีความทรงจำที่ดีเมื่อได้รับโอกาสนั้นก็พอใจมากแล้ว”

การลงเล่นกับ ลีดส์ ในปีแรกของเขาจบลงด้วยการโดนเคี่ยวเข็ญจากทีมสำรองอย่างหนัก เขาทำงานหนักมากในทีมเยาวชนที่เขาฝากผลงานไว้ที่ 25 เกม 18 ประตูตลอดหนึ่งฤดูกาลกับอีก 3 เดือน และคว้าโอกาสในการติดทีมชุดใหญ่ของลีดส์ มาได้ในเวลาต่อมา หลังผ่านการฝึกหนักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโอกาสในทีมชุดใหญ่มาถึง ทีมที่ได้ชื่อว่านักเตะทุกคนต้องวิ่ง วิ่ง และวิ่งได้มากกว่า 90 นาทีต่อเกม

Marcelo Bielsa
Leeds United v Tottenham Hotspur - Premier League / Robbie Jay Barratt - AMA/GettyImages

“ผมน้ำหนักลดไป 8 กิโลกรัมในช่วงหนึ่งปี ดังนั้นภาพตอนผมเซ็นสัญญากับทีม กับตัวผมเวลานี้มันเลยมีความแตกต่างกัน ที่นี่คืออีกระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่การซ้อม แต่มันคือเรื่องของการทานอาหาร สารอาหารที่ได้รับ ไปจนถึงระดับความฟิตของนักเตะ มันคนละเรื่องกันเลย”

“ก่อนย้ายมาที่ลีดส์ ผมคิดว่าตัวเองวิ่งต่อเกมประมาณ 8 กิโลเมตร หรือไม่ก็ 8.5 กิโลเมตร ไม่เกินนี้ แต่ตอนนี้ผมยิ่งได้ 10 กิโลเมตรต่อเกม นี่คือความแตกต่างที่ผมรู้สึกได้เลย”

การขึ้นมาของ เกลฮาร์ท ได้รับการจับตามองเมื่อคุณอายุเพียง 19 ปี แต่ได้ขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก แทนที่ของ พาทริค แบมฟอร์ด หรือว่า โรดริโก้ โมเรโน่ ที่บาดเจ็บ และใช้เวลาเพียงเกมที่ 4 ของตนเองในการเล่นในลีกสูงสุด ยิงประตูได้ทันที เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของทีมที่ยิงได้ในพรีเมียร์ ลีก ครั้งใหม่ของสโมสรในเกมแพ้เชลซี 3-2 ที่กลายเป็นความทรงจำของเด็กคนนี้ตลอดชีวิต

“ผมเสียใจที่พ่อแม่ไม่ได้มาดูเกมนี้ในสนาม พวกเขาดูผมอยู่ที่บ้าน ตอนลงสนามไปสิ่งแรกที่โค้ช (บิเอลซ่า) บอกกับผมคือ ลงไปทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ผมจำได้ว่า ก่อนลงสนามผมหลับตาและเมื่อเปิดตาขึ้นผมลงสนามไป แล้วก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง พอสามารถยิงประตูบ้าง ก็งงไปหมดว่าต้องทำตัวอย่างไร ดีใจอย่างไร มีแต่ภาพแฟนบอลเฮดังมาก เกมนั้นจะสวยงามถ้าเราได้คะแนนกลับบ้าน แต่การเสียจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บคือความโชคร้ายของวันนั้น”

“ผมติดตามผลงานของ แบมฟอร์ด มาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ดูการทำงานของเขา ดูวิธีการเล่นในสนาม เขาคือคนที่ผมต้องดู เพราะเขาคือกองหน้าชุดใหญ่ของทีม คนที่ผมมีคำถามให้ตัวเองเสมอว่า “เขาทำแบบนั้นได้ด้วย แล้วผมล่ะทำแบบนั้นได้ไหม จะเล่นอย่างไรให้ได้แบบนั้น” ทุกครั้งที่มีโอกาสผมจะดูการเล่นของเขาเป็นสิ่งแรก และนำมาปรับปรุงกับการเล่นของตนเอง”

เกลฮาร์ท ยอมรับว่าหนึ่งปีในระดับเยาวชนและอีก 7 เดือนกว่าบนทีมชุดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตการเล่นฟุตบอลของเขาเกิดขึ้นมากมาย แม้กระทั่งสไตล์การเล่น ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากการชี้นำของ มาร์เซโล บิเอลซ่า คนที่มอบโอกาสให้กับเขา และ เจสซีย์ มาร์ช ผู้จัดการทีมคนใหม่ ที่เริ่มมองเห็นศักยภาพของเขาในฐานะของ “หน้าต่ำ” มากกว่า “หน้าเป้า” ที่ต่างฝ่ายต่างกำลังเรียนรู้และทำงานร่วมกันท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องการวีรบุรุษหลังการไม่ชนะใคร 8 เกมติดต่อกัน [เสมอ 1 แพ้ 7] 

ลีดส์ เอาชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ในนาทีที่ 90+ 4 สามนาทีหลังจากพวกเขากำลังหดหู่สุดขีดจากการโดนตีเสมอ และคนยิงประตูชัยคือ เกลฮาร์ท ที่ลงสนามมาเพียง 2 นาที และเป็นผู้เริ่มต้นของประตูนี้ และเป็นคนจบสกอร์ในสัมผัสที่สองของตัวเองในเกมนี้

"“ผมแทบไม่อยากเชื่อ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ได้ตอนเห็นบอลเข้าประตู มันบ้ามาก บ้าคลั่งมาก”"

โจ เกลฮาร์ท

13 เกม 2 ประตู 3 แอตซิสต์ ไม่ใช่ผลงานที่เลวร้ายนักสำหรับเด็กที่ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดครั้งแรก แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับ ความหวังของ ลีดส์ ยังคงอยู่ต่อไปในการเอาตัวให้รอดในลีกสูงสุดฤดูกาลนี้ ฤดูกาลที่พวกเขาเจอกับปัญหารุมเร้ามากมายตลอดฤดูกาลนี้

Joe Gelhardt
Leeds United v Norwich City - Premier League / Michael Regan/GettyImages

พรีเมียร์ ลีก ไม่เคยร้างลาเรื่องดราม่า และการแจ้งเกิดของเหล่าดาวรุ่งมากมายขึ้นมาสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง และสโมสร แต่สุดท้ายแล้วใครจะยืนระยะได้ดีกว่ากัน สม่ำเสมอกว่ากัน นั่นคือการต่อสู้ในระยะยาวที่ต้องแข่งกับอุปสรรคอะไรอีกมากมาย และมาถึงตรงนี้ คงจะพูดได้แล้วว่า

ขอต้อนรับสู่ พรีเมียร์ ลีก โจ เกล​​ฮาร์ท…นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit