ทำความรู้จักว่าที่กุนซือใหม่ เชลซี “เอ็นโซ มาเรสก้า” - FEATURE

  • เอ็นโซ มาเรสก้า เตรียมจะเปิดตัวเป็นกุนซือคนใหม่ของ เชลซี
  • เขาสร้างชื่อจากการเป้นอดีตมือขวาของยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
  • ปีก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมพา เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ
Hull City v Leicester City - Sky Bet Championship
Hull City v Leicester City - Sky Bet Championship / George Wood/GettyImages
facebooktwitterreddit

หลัง เชลซี ประกาศแยกทางกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ซึ่งนั่นก็ทำให้สโมสรต้องหากุนซือใหม่อีกครั้ง

โดยล่าสุดเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ฟาบริซิโอ โรมาโน่ สื่อที่เชื่อถือได้ลงข่าวเกี่ยวกับกุนซือรายใหม่ที่จะเข้ามาของ เชลซี นั่นก็คือ “เอ็นโซ มาเรสก้า” ชายผู้พา เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์ และกลับขึ้นมา พรีเมียร์ลีก ไม่นานมานี้

อย่างไรก็ดี แฟนบอล สิงห์บูล ส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชายคนนี้ ดังนั้นวันนี้ 90min จะขอพาทุกท่านมาชมว่าที่กุนซือคนใหม่ว่าเขาคนนี้เป็นใคร มาจากไหน และมีที่มาที่ไปอย่างไรก่อนจะมาลงเอยในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์


อดีตแข้งม้าลาย

เอ็นโซ มาเรสก้า เติบโตมาจากอะคาเดมีของ กายารี่ ในบ้านเกิดที่ประเทศ อิตาลี ก่อนมาเดบิวต์ลงเล่นทีมชุดใหญ่ครั้งแรกกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อตอนอายุ 18 ปี ซึ่งการย้านถิ่นฐานมาค้าแข้งในอังกฤษช่วงแรก เขาเผชิญปัญหามากมายโดยเฉพาะเรื่องของภาษาแต่เขาเองก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว

ในปี 2000 มาเรสก้า ได้กลับมายังบ้านเกิดที่ อิตาลี อีกครั้ง พร้อมลงเล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส แต่ลงเล่นไปเพียง 58 เกม ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวไป โบโลญญ่า กับ ปิอาเซนน่า และ ฟิออเรนติน่า ตามลำดับ

ซึ่งจุดเปลี่ยนก็มาในปี 2005 มาเรสก้า ได้ย้ายไปร่วมทัพ เซบีย่า นี่กลายเป็นสโมสรที่เขาอยู่ด้วยนานที่สุด และประสบความสำเร็จด้วยมากที่สุด ทั้งแชมป์ ยูฟ่า คัพ 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปอร์ โกปา 1 สมัย, และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2 สมัย จากนั้นชีพจรลงเท้าย้ายทีมเป็นว่าเล่นไล่มาตั้งแต่ปี 2009 ไป โอลิมเปียกอส ต่อด้วย มาลาก้า, ซามพ์โดเรีย, ปาแลร์โม่ จนกระทั่งเมื่อปี 2017 ก็เพิ่งจะปิดฉากอาชีพการค้าแข้งกับ เวโรน่า

Enzo Maresca of West Bromwich Albion
Enzo Maresca of West Bromwich Albion / Getty Images/GettyImages

บทบาทกุนซือ

หลังจากที่แขวนสตั๊ดไปในปี 2017 มาเรสก้า ก็ได้เดินสายโค้ชทันที โดยที่เคยร่วมงานกับกุนซือชั้นยอดอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ, มานูเอล เปเยกรีนี และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มาแล้ว ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ มาเรสก้า กลายมาเป็นกุนซือที่มีชื่อเสียงจนถึงตอนนี้นั่นก็คือการที่เขาเคยคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ U23 จนพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 ก่อนที่จะย้ายไปคุม ปาร์มา อยู่ช่วงหนึ่ง และกลับมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้งในฐานะผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

“มาเรสก้า มีสไตล์การเล่นในแบบของ กวาร์ดิโอล่า มากจนเขามักจะดึงดูดความสนใจได้ เขาสามารถทำให้สไตล์นั้นประสบความสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่เขาทำกับ เลสเตอร์” จอร์แดน แบล็คเวลล์ ผู้สื่อข่าวของ เลสเตอร์ กล่าว

กุนซือรายนี้มีวิชาอยู่ในตัวเยอะมากจากการที่เคยร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับตำนานหลายคนจนได้รับข้อเสนอให้ไปคุม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตกชั้นไปเมื่อฤดูกาลก่อน แน่นอนว่านี่คือบทพิสูจน์ตัวเองครั้งใหญ่ที่จะทำให้เขาเติบโตมากยิ่งขึ้นในเส้นทางกุนซือ

มาเรสก้า จบโปรไลเซนส์ เมื่อปี 2019 พร้อมวิทยานิพนธ์ที่เขาตั้งชื่อไว้ว่า 'ฟุตบอลและหมากรุก' ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือ และจัดการของเขา ที่จะต้องปรับแก้สถานการณ์ไปตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป

“มันมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างระหว่างเกมทั้งสอง คู่แข่งจะทำบางอย่างด้วยวิธีการที่แน่นอน ซึ่งผมก็ต้องคอยสังเกตและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์” มาเรสก้า กล่าว

แม้จะมีช่วงวิกฤตผลงานย่ำแย่จนร่วงตำแหน่งจ่าฝูง แต่สุดท้ายด้วยคุณภาพและแท็คติกก็ส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง พ่วงด้วยตำแหน่งแชมป์

Enzo Maresca
Manchester City v Tottenham Hotspur - Premier League 2 / Naomi Baker/GettyImages

เรื่องของแท็คติก

ในส่วนของแท็คติที่ มาเรสก้า ใช้เขายึดระบบ 4-2-3-1 และ 4-3-3 เป็นหลัก ซึ่งอาจเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมในแต่ละเกม แต่แบบแผนแนวทางยังคงชัดเจน และแน่นอนว่าการที่ มาเรสก้า ใกล้ชิดกับยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั่นทำให้เขาใช้แผนที่คล้ายคลึงกับสมัยที่เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นก็คือ “Inverted full-back” ซึ่งเป็นการที่ให้เเบ็กซ้าย-ขวา ฮุบเข้ามาเล่นบอลตรงกลาง

ส่วนของเกมรับพื้นที่ตรงกลางจะใช้คู่มิดฟิลด์คอยประสานงานเล่นร่วมกับคู่เซ็นเตอร์ฮาร์ฟเพื่อป้องกันการโต้กลับของคู่แข่ง หรือบางทีถ้าแบ็คขวาเติมสูง ก็ขยับแบ็คซ้ายมาร่วมยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาร์ฟอีกหนึ่งคน

“การที่เราพยายามดึงฟูลแบ็คเข้ามาด้านในช่วยเกมรับ เพราะในช่วงเวลาที่เราเสียบอล เราจะมีผู้เล่น 5 คน (กองหลัง 3 คน และกองกลางตัวรับ 2 คน) ที่คอยปกป้องเกมสวนกลับไวคู่แข่ง”

ซึ่งนี่คือแท็คติกบางส่วนที่ มาเรสก้า เลือกที่จะใช้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา และแน่นอนว่าถ้าเขาย้ายมาอยู่กับ เชลซี ที่มีวัตุดิบที่ดี และเลือกให้ใช้มากกว่าสมัยอยู่ทีมเก่า เราอาจจะได้เห็นรูปแบบการเล่นของ สิงห์บูล แบบใหม่แปลกตา แต่แน่นอนกับ สิงโตนำเงินคราม เวลา ความอดทน และความคาดหวังนั้นต่างออกไปสมัยที่คุม เลสเตอร์ ก็ต้องมาลุ้นกันว่าอย่างแรกเจ้าตัวจะรักษาเก้าอี้นี้ไว้ได้จนครบจบฤดูกาลหรือไม่ ?

Enzo Maresca
Preston North End v Leicester City - Sky Bet Championship / Alex Livesey/GettyImages

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทีม เชลซี ได้ที่นี่