Lionel Messi

สิ้นสุดการรอคอยอันแสนยาวนาน ในวันที่ทุกคนร่วมกันแบก เมสซี โยนขึ้นฟ้าสู่การเป็นตำนานลูกหนังอย่างสมบูรณ์แบบ - FEATURE

Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Alexandre Schneider/Getty Images
facebooktwitterreddit

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวจาก เอสเตบัน ออสโตยิช ผู้ตัดสินชาว อุรุกวัย ในเกมนัดชิงชนะเลิศ โคปา อเมริกา 2021 ระหว่าง อาร์เจนตินา และเจ้าภาพ บราซิล ภาพแรกที่แฟนบอลได้เห็นคือทุกคนในทีมฟ้าขาว ต่างวิ่งกรูกันไปสวมกอดกับ ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมวัย 34 ปีชนิดที่ราวกับว่านี่เป็นเกมเทสติโมเนียลให้กับเขาคนนี้ยังไงอย่างงั้น

ซึ่งต้องบอกว่ามันต่างออกไปจากเกมนัดชิงชนะเลิศอื่น ๆ เล็กน้อย ที่ปกติแล้วส่วนมากบรรดาผู้ชนะจะต่างวิ่งพล่านดีใจกันไปทั่วทั้งสนาม หรือวิ่งไปแสดงความดีใจกับฮีโร่ของทีม ณ เวลานั้น ๆ ซึ่งต้องบอกว่าสำหรับ เมสซี วันนี้ไม่ใช่วันของเขาเท่าใดนัก ทั้งการพลาดโอกาสทองช่วงท้ายเกม รวมถึงตลอดทั้งเกมก็ไม่ได้เล่นโดดเด่นไปมากกว่าคนอื่น ๆ แถมเน้นยืนคุมเชิง ไม่ค่อยไล่ ไม่ลงมาช่วยเกมรับตามสไตล์ของเจ้าตัวอีกต่างหาก ซึ่งต่างกับเกมก่อน ๆ ที่เจ้าตัวทั้งยิงทั้งจ่ายแบกทีมจนมาถึงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย

Lionel Messi, Rodrigo De Paul, Nicolas Tagliafico
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Alexandre Schneider/Getty Images

แน่นอนว่าภาพที่เราเห็น เมสซี แบกทีมฟ้าขาวไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว กับความพยายามจะเข็น อาร์เจนตินา ให้ไปถึงฝั่งฝัน ทั้งยิง ทั้งจ่าย แถมยังต้องแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโลกเอาไว้บนสองบ่านั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนเห็นจนชินตานับตั้งแต่เจ้าตัวถูกสถาปนาให้เป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะแห่งวงการลูกหนัง แต่อย่างที่ทราบกันดีว่ามันไม่เคยประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

และก็เหมือนกับทุก ๆ ครั้ง ที่ในรายการ โคปา อเมริกา 2021 นี้ หลายคนหวังจะเห็น สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ แบกทีมและชูถ้วยรายการเมเจอร์ได้เป็นครั้งแรกกับทีมชาติเสียที เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของ เมสซี ในวัย 34 ปีในการพา อาร์เจนตินา เถลิงบัลลังก์แชมป์รายการนี้หลังจากห่างเหินมานาน จากเคยทำได้หนล่าสุดในปี 1993 หรือเกือบ 30 ปีมาแล้วนั่นเอง

Lionel Messi
Argentina v Chile: Championship - Copa America Centenario / Mike Stobe/Getty Images

อาร์เจนตินา ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้แบบไม่ยากเย็นด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มกับผลงาน 3 ประตูของ เมสซี ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับ เอกวาดอร์ ที่ เมสซี เองก็ทำได้อีก 1 ประตูในเกมนั้นช่วยให้ทีมเอาชนะ 3-0 เข้าไปพบกับ โคลอมเบีย ในรอบรองชนะเลิศ โดยเกมรอบ 4 ทีมสุดท้าย เมสซี ทำได้ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมเสมอ 1-1 ใน 120 นาทีก่อนที่จะเอาชนะจุดโทษมาได้อย่างหวุดหวิด กระทั่งรอบชิงชนะเลิศการต้องพบกับ บราซิล ในแผ่นดินแซมบ้าดูจะเป็นงานหินสุด ๆ กระทั่ง ดิ มาเรีย ยิงออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 22 หลังจากนั้นก็อุดลูกเดียวจนเฉือนเอาชนะมาได้ในที่สุด

หากพูดถึงฟอร์มของ เมสซี ในรอบชิงชนะเลิศ ต้องบอกว่าบทบาทแตกต่างกับรอบก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้าตัวมีบทบาทกับเกมค่อนข้างน้อย แถมพลาดโอกาสจ่อ ๆ ปิดกล่องในช่วงท้าย เรียกได้ว่าไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับเกมก่อน ๆ ก็ว่าได้ แต่นั่นพิสูจน์ให้แฟนบอลทุกคนได้เห็นอีกครั้งว่า "ฟุตบอลเขาเล่นกันเป็นทีม" ผู้ชายธรรมดา ๆ เพียงคนเดียวไม่สามารถเอาชนะฝั่งตรงข้ามที่มี 11 คนได้ ซึ่งเกมนี้นักเตะอาร์เจนตินาทุกคนแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถลบคำสบประมาทตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า ทีมนี้จะไม่มีอะไรหากไร้ซึ่ง เมสซี เพราะนัดนี้ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่...

เอมี มาร์ติเนซ ที่เป็นฮีโรในรอบรองเซฟ 3 จุดโทษก่อนจะมาเซฟจังหวะชี้ชะตาในช่วงท้ายที่ กาเบรียล บาร์บอซา ซัดเหน่ง ๆ ด้วยซ้าย รวมถึงป้องกันลูกยิงจ่อ ๆ ของ ริชาร์ลิซอน เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นิโกลาส โอตาเมนดี้ ที่วันนี้ต้องรับมือกับแนวรุกสุดอันตรายของ บราซิล แต่ยังยังเอาอยู่ไว้ใจได้ทุกสถานการณ์แถมยังมีจังหวะช่วยบล็อคสวย ๆ หลายต่อหลายครั้ง

โรดริโก้ เดอ ปอล ที่มีส่วนกับเกมทั้งรุกและรับ แถมยังผ่านบอลสวย ๆ หลายครั้งรวมถึงจังหวะได้ประตูที่เจ้าตัววางยาวทะลุช่องไปแบบสวยสดงดงาม

อังเคล ดิ มาเรีย ผู้ทำประตูให้กับทีมพร้อมกับคอยสร้างความอันตรายในแดนหน้า วันนี้เล่นได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัล แมนออฟเดอะแมทช์ไปครอง

Angel Di Maria
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Buda Mendes/Getty Images

ที่กล่าวมานี้ยังไม่รวมอีกหลาย ๆ คนที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในนัดก่อน ๆ รวมถึงบรรดาสตาฟฟ์โค้ชที่ทำการบ้านกันมาอย่างหนักตลอดหลายปี และที่ขาดไม่ได้คือแฟนบอลที่ส่งกำลังใจให้อาร์เจนตินาไปถึงฝั่งฝันในรายการนี้ ซึ่งทั้งหมดที่พูดมาก็เพื่อ "ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้ เมสซี ก้าวขึ้นสู่การเป็นตำนานอย่างสมบูรณ์แบบ" นั่นเอง

นั่นจึงย้อนกลับไปในประโยคแรกที่กล่าวไปว่าหลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา เมสซี ทรุดลงไปดีใจกับพื้นสนาม ก่อนที่เพื่อน ๆ ทุกคนรวมถึงสตาฟฟ์ต่างวิ่งกรูกันเขามารุมยังกะเห็นแบงค์พันตกอยู่ยังไงอย่างงั้น นั่นไม่ใช่เพื่อแสดงความขอบคุณฮีโรที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จ แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราทุกคนมาส่งคุณถึงฝั่งแล้วต่างหาก ! ทุกกริยาหลังเกมแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดเพื่อใคร ? หรือแม้แต่แฟนบอลที่ยอมตื่นแต่เช้าหรือแม้แต่บางคนไม่ยอมนอนมาทั้งคืนเพื่ออะไร ?

Lionel Messi
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Buda Mendes/Getty Images

แน่นอนว่าคำตอบเดียวกันของทุก ๆ คนทั้งแฟนบอลและบรรดาแข้งอาร์เจนตินาคือเพื่อร่วมกันดันหลังให้ชายที่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี ที่ก่อนหน้านี้เราต่างเคยคาดหวังให้เขาเป็นแนวหน้าคอยทะลวงฝ่า เป็นผู้นำทางจิตวิญญาน หรือแม้แต่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของจิตใจในฐานะแฟนบอลมาโดยตลอด สามารถปีนขึ้นไปอยู่บนจุดที่ควรจะเป็นให้ได้ กระทั่งวันนี้ทุกคนในทีมและบรรดาแฟนบอลต่างบรรลุวัตุประสงค์นั้นแล้ว แถมยังเป็นฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแบกเขาโยนขึ้นฟ้า สู่จุดสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้อย่างเต็มภาคภูมิชนิดที่ไม่ให้เขาต้องมารับภาระอันหนักอึ้งอยู่เพียงลำพัง สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานตลอดอาชีพการค้าแแข้งซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความสำเร็จในครั้งนี้ดูมีคุณค่ามหาศาล ด้วยการรวมพลังกันเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ขาดหายไปให้ เมสซี จนสามารถก้าวสู่การเป็นตำนานได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit