Lionel Messi

เมสซี่่ กับการเติมเต็มในเกมระดับชาติไม่น้อยหน้า โรนัลโด้ - FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Alexandre Schneider/Getty Images
facebooktwitterreddit

ในที่สุด ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ได้เติมเต็มในส่วนที่ตามหามานานแล้วได้เสียที นั้นก็คือเรื่องของความสำเร็จในเกมระดับชาติ เพราะสามารถนำทีมบ้านเกิดยึดบัลลังก์ "เจ้าลูกหนังอเมริกาใต้" จากการคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2021 แม้ว่าในรอบชิงชนะเลิศจะต้องเผชิญหน้ากับชาติเจ้าภาพอย่าง บราซิล ซึ่งเป็นทีมคู่ปรับร่วมทวีปเดียวกันแบบตลอดกาลอีกด้วย แต่ทัพลูกหนัง "ฟ้าขาว" เป็นฝ่ายได้เฮจากการเฉือนชัยด้วยสกอร์ 1-0 และได้ครองความเป็นเบอร์หนึ่งของทวีปบนดินแดนแซมบ้าไปเลย

Lionel Messi, Alejandro Gomez, Sergio Agüero, Rodrigo De Paul, Agustín Marchesin, Angel Di Maria
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Alexandre Schneider/Getty Images

ทำให้ อาร์เจนติน่า ได้กลับมายึดบัลลังก์เจ้าลูกหนังดินแดนละตินอีกครั้งเป็นสมัยที่ 15 ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุดเทียบเท่ากับ อุรุกวัย พอดีเลย และเป็นการคัมแบ็กกลับคืนสู่ความสำเร็จในเกมระดับชาติได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีเลยด้วย นับตั้งแต่ตอนที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ครั้งล่าสุดในศึกโคปา อเมริกา เมื่อปี 1993 แม้ว่าหลังจากนั้นจะได้ผ่านเข้าถึงนัดชิงแชมป์ในศึกฟุตบอลรายการต่างๆ แบบต่อเนื่องเลย แต่ต้องพบกับความผิดหวังมาโดยตลอด เพราะทำได้ดีที่สุดเพียงแค่สวมบท "พระรอง" ในฐานะรองแชมป์เท่านั้น และเป็น เมสซี่ ที่สามารถนำทีมบ้านเกิดกลับมาประสบความสำเร็จได้แล้ว

แน่นอนว่า เมสซี่ ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบันแบบเทียบข้างกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกสในรุ่นราวคราวเดียวกันเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็น 2 สุดยอดนักเตะที่กวาดความสำเร็จในเกมระดับสโมสร รวมถึงเรื่องของรางวัลเกียรติยศส่วนตัวที่ได้กันมาหมดแล้วด้วย โดยเฉพาะการครองแชมป์รายการใหญ่สุดของทวีปยุโรป นั่นก็คือ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเคยได้คนละ 4 ครั้งเท่ากันพอดีเลย แต่ เมสซี่ แอบเหนือกว่าเล็กน้อยตรงที่เคยได้รับเลือกให้คว้ารางวัล "บัลลังดอร์" ในฐานะนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปมาแล้วถึง 6 ครั้ง หรือมากกว่า โรนัลโด้ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

Lionel Messi, Cristiano Ronaldo
FIFA Ballon d'Or Gala 2014 / Philipp Schmidli/Getty Images

แต่ โรนัลโด้ เคยเหนือกว่า เมสซี่ ในเรื่องของความสำเร็จจากเกมระดับชาติ หลังจากที่นำทีมชาติโปรตุเกสผงาดคว้าแชมป์ยูโร 2016 เมื่อ 5 ปีก่อน และต่อยอดไปสู่การคว้าอีกหนึ่งแชมป์ระดับทวีป นั่นก็คือ ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ในปี 2019 ได้อีกหนึ่งรายการด้วย ส่วนดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าเคยพบกับฝันร้ายจากเกมนัดชิงในเกมระดับชาติอยู่เป็นประจำ จึงเปรียบเหมือนกับ "ราชา" ที่ได้ยึดบัลลังก์จากความสำเร็จในเกมระดับสโมสรได้หมดแล้ว แต่บนศีรษะกลับไร้ "มงกฎ" ซึ่งเปรียบเหมือนความสำเร็จจากเกมระดับชาตินั่นเอง

ทั้งนี้ เมสซี่ ได้เริ่มต้นรับใช้ทัพลูกหนัง "ฟ้าขาว" มาตั้งแต่ปี 2005 แม้ว่าตอนเด็กๆ จะเคยนำทีมบ้านเกิดคว้าแชมป์เยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เมื่อปี 2005 และได้เหรียญทองฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2008 อีกด้วย แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความสำเร็จในเกมระดับเยาวชน โดยหลังจากนั้นได้นำทีมชุดใหญ่ไปถึงนัดชิงโคปา อเมริกา ทั้งหมด 3 ครั้ง และนัดชิงฟุตบอลโลกเมื่อปี 2014 อีกหนึ่งครั้งด้วย แต่ต้องพบกับความผิดหวังทั้งหมดเลย เพราะทำได้ดีที่สุดเพียงแค่บท "พระรอง" จากความพ่ายแพ้ในนัดชิงที่เป็นเหมือน "ฝันร้าย" คอยตามหลอกหลอนกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ามาโดยตลอด

FIFA World Cup final - "Germany v Argentina"
FIFA World Cup final - "Germany v Argentina" / VI-Images/Getty Images

เริ่มต้นจากในนัดชิงโคปา อเมริกา 2007 ซึ่งพลาดท่าแพ้ บราซิล แบบขาดลอยถึง 0-3 และหลังจากนั้นได้ผ่านเข้าไปชิงแชมป์ฟุตบอลรายการใหญ่อีกถึง 3 ปีติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งพลาดท่าแพ้ เยอรมนี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 0-1 ตามติดมาด้วยโคปา อเมริกา 2015 ซึ่งเป็นฝ่ายปราชัยให้กับ ชิลี ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน และปิดท้ายด้วยโคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของศึกลูกหนังชิงแชมป์อเมริกาใต้เมื่อปี 2016 หลังเริ่มต้นฟาดแข้งกันมาตั้งแต่ปี 1916 ปรากฎว่าพลาดท่าแพ้ ชิลี ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน

ทำให้ เมสซี่ เคยถึงขั้นท้อใจด้วยการประกาศขอ "รีไทร์" เลิกรับใช้บ้านเกิดเพื่อหันหลังให้เกมระดับชาติในช่วงหลังจบนัดชิงโคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ เมื่อปี 2016 ไปเลยด้วย เพราะคิดว่าคงจะไม่มีวาสนาคว้าแชมป์ระดับชาตินั่นเอง แต่สุดท้ายได้ตัดสินใจยอมกลืนน้ำลายเพื่อขอสู้ใหม่อีกครั้ง แม้จะต้องใช้เวลาอีกนานถึง 5 ปีกว่าจะได้กลับไปลุ้นแชมป์อีกครั้ง หลังทะลุผ่านเข้าถึงนัดชิงโคปา อเมริกา 2021 และคราวนี้เป็นฝ่ายสมหวังเสียที เพราะเป็นฝ่ายเฉือนชนะ บราซิล 1-0 พร้อมกับฝากผลงานสุดยอดเอาไว้มากมายเลยด้วย

Lionel Messi, Gianni Infantino, Claudio Tapi, Alejandro Dominguez
Brazil v Argentina: Final - Copa America Brazil 2021 / Buda Mendes/Getty Images

ไล่ตั้งแต่การยิงได้ถึง 4 ประตูเท่ากับ หลุยส์ ดิอาส ปีกทีมชาติโคลอมเบีย จึงได้รับรางวัล "รองเท้าทองคำ" ในฐานะดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ไปเลย และสามารถจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมสอยตาข่ายได้มากที่สุดถึง 5 แอสซิสต์เลยด้วย ทำให้ เมสซี่ ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของศึกโคปา อเมริกา 2021 ไปด้วยเช่นกัน และมีเรื่องบังเอิญที่ดันไปตรงกับเหตุการณ์ในความทรงจำของ โรนัลโด้ อีกด้วย เนื่องจาก เมสซี่ ได้แชมป์ระดับชาติเป็นครั้งแรกจากการชูถ้วยโคปา อเมริกา ในวันที่ 10 กรกฎาคมปี 2021 ซึ่งเป็นวันเดียวกับตอนที่กัปตันทีมชาติโปรตุเกสได้ชูถ้วยแชมป์ยูโร 2016 เมื่อ 5 ปีที่แล้วพอดีเลย

ด้วยเหตุนี้ เมสซี่ จึงได้เติมเต็มในส่วนที่ตามหามานานแล้วได้สำเร็จ เพราะได้ชูถ้วยแชมป์ในเกมระดับชาติที่รอคอยมานานแล้วเสียที จึงเปรียบเหมือนกับ "ราชา" ที่ได้สวมมงกุฎแบบ โรนัลโด้ เรียบร้อยแล้ว และมีโอกาสต่อยอดไปสู่การลุ้นคว้ารางวัล "บัลลังดอร์" ประจำปี 2021 ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปอีกหนึ่งสมัยได้เหมือนกัน ส่วนหลังจากนี้จะต้องมองหาทีมต้นสังกัด เพราะกลายเป็นนักเตะไร้สโมสรในช่วงหลังหมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงจบฤดูกาลที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้วที่จะฝากอนาคตกับทีมเดิมต่อไป


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit