ลิเวอร์พูล

ย้อนรอยขุนพลเกมหลังสุดที่ ลิเวอร์พูล โคจรมาพบ อินเตอร์ มิลาน - FEATURE

Inter Milan v Liverpool - UEFA Champions League Round of 16 2nd Leg
Inter Milan v Liverpool - UEFA Champions League Round of 16 2nd Leg / Etsuo Hara/GettyImages
facebooktwitterreddit

ตอนนี้คงทราบดีแล้วว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021/22 ใครจะโคจรมาพบกับใครกันบ้าง ซึ่งแน่นอนหนึ่งในเกมที่น่าติดตามสุด ๆ ในรอบนี้คงหนีไม่พ้นการที่ ลิเวอร์พูล จะได้ลงฟาดแข้งกับแชมป์อิตาลีปีล่าสุดอย่าง อินเตอร์ มิลาน ซึ่งต้องบอกว่าไม่บ่อยนักที่ทั้งคู่จะมีโอกาสโคจรมาพบกัน

แต่หากใครจำกันได้เกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมปะทะกันก็เกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของรายการนี้ ซึ่งต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 2007/08 โดยในปีนั้น งูใหญ่ ที่กำลังครองความยิ่งใหญ่ใน อิตาลี ผ่านรอบแบ่งกลุ่มในฐานะแชมป์ของกลุ่ม จี ก่อนจะถูกจับมาประกบคู่กับ หงส์แดง ที่จบในอันดับสองของกลุ่ม เอ

Steven Gerrard, Dejan Stankovic
Inter Milan v Liverpool - UEFA Champions League Round of 16 2nd Leg / Etsuo Hara/GettyImages

อินเตอร์ ของ โรแบร์โต้ มันชินี ณ เวลานั้นขุมกำลังจัดว่าไม่ธรรมดาโดยประกอบด้วย

ผู้รักษาประตู - ฮูเลโอ เซซาร์ เป็นตัวหลักและมี ฟรานเชสโก้ ตอลโด้ เป็นมือสอง

กองหลัง - มันโช ใช้งานแผงหลังสลับกันถึง 9 รายโดยปกติจะยืนเป็นแบ็คโฟร์โดยมีทั้ง อิวาน กอร์โดบา ที่เล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงหลัง ฮาเวียร์ ซาเนตติ และ ไมคอน สองสุดยอดแบ็คขวา แม็กซ์เวลล์ และ คริสเตียน คิวู ประจำการฝั่งซ้าย และมีเซ็นเตอร์อย่าง นิโกลาส บูดิสโซ มาร์โก้ มาเตรัซซี วอลเทอร์ ซามูเอล และ เนลสัน ริบาส

กองกลาง - สมัยนั้น อินเตอร์ นิยมใช้แผนการยืนแบบไดมอนด์โดยมี เอสเตบัน คัมเบียสโซ ปาทริซ วิเอรา และ โอลิเวียร์ ดากูร์ต สลับกันยืนหน้าแผงหลัง และใช้งาน เดยัน สแตนโควิช ซาดิอาโก้ โซรารี เซซาร์ และ มานิช เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางโดยมี หลุยส์ ฟิโก้ หลุยส์ ฆิเมเนซ และ มาริโอ บาโลเตลี ยืนเป็นตัวรุกคอยสนับสนุนอยู่หลังคู่หัวหอก

กองหน้า - งูใหญ่ ณ เวลานั้นต้องบอกเลยว่าเต็มไปด้วยแข้งระดับแถวหน้าทั้งตั้วหลักอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ฮูลิโอ ครูซ คู่ขาที่ยิงประตูถล่มทลาย แถมยังมี เฮอร์นัน เครสโป ดาวิด ซัวโซ อัลบาโร เรโคบา และ อาเดรียโน เป็นทางเลือกแม้ว่าสองรายหลังจะอยู่ในช่วงขาลงแล้วก็ตาม

Zlatan Ibrahimovic
Inter Milan v AC Milan - Serie A / Etsuo Hara/GettyImages

ด้าน ลิเวอร์พูล ของ ราฟา เบนิเตซ ก็ถือว่าเป็นขาประจำในรอบลึก ๆ รายการนี้เสมอมาโดยมี

ผู้รักษาประตู - เปเป้ เรนา เป็นตัวหลักและ ชาร์ลส์ อิตองเช เป็นมือสอง

กองหลัง - แผงแบ็คโฟร์จะมีเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง เจมมี คาราเกอร์ ซามี ฮูเปียร์ มาร์ติน สเคอร์เทล และ แดเนียล แอ็กเกอร์ โดยมีแบ็คขวาอย่าง สตีฟ ฟินแนน และ อัลบาโร อาเบลัว ส่วนด้านซ้านเป็น จอห์น อาร์เน ริเซ และ ฟาบิโอ ออเรลิโอ สลับกันลงประจำการ

กองกลาง - ตัวรับสองคนใช้งาน ลูคัส เลวา ฮาเวียร์ มาเชราโน ชาบี อลอนโซ และ โมโม ซิสโซโก้ ผลัดกันดูแล ส่วนตัวรุกสามคนมีตัวเลือกค่อนข้างเยอะทั้ง สตีเฟน เจอร์ราร์ด ไรอัน บาเบล ยอสซี เบนนายูน แฮร์รี คีเวลล์ เดิร์ค เคาท์ และ เจอร์เมน เพนเนนต์

กองหน้า - มีให้เลือกใช้งานสามรายประกอบด้วย เฟร์นันโด ตอร์เรส ที่กำลังฮ็อตสุด ๆ ปีเตอร์ เคราช์ และ อังเดร โวโลนิน

Fernando Torres, Steven Gerrard
Liverpool v Portsmouth - Premier League / Laurence Griffiths/GettyImages

โดยการพบกันของทั้งคู่จบลงด้วยชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ทั้งไปและกลับ (2-0 ที่ แอนฟิลด์ จากสองประตูช่วงท้ายเกมของ เคาท์ และ เจอร์ราร์ด และ 0-1 ที่ จูเซปเป้ เมอัซซา จากประตูชัยของ ตอร์เรส) ก่อนที่จะเข้ารอบ 8 ทีมไปพบกับ อาร์เซนอล ซึ่งก็ยังผ่านไปได้ โดยไปพบกับ เชลซี ในรอบ 4 ทีมสุดท้ายและจอดป้ายในรอบนั้น ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะคว้าแชมป์มาครองด้วยการเอาชนะการดวลจุดโทษชี้ขาด สิงห์บลู ไปได้ในที่สุด


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit