ข่าวฟุตบอล

อัลเวส ยอดแข้งแซมบ้าผู้ทำสถิติสะสมแชมป์ได้มากที่สุด- FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
Brazil v Spain: Gold Medal Match Men's Football - Olympics: Day 15
Brazil v Spain: Gold Medal Match Men's Football - Olympics: Day 15 / Francois Nel/Getty Images
facebooktwitterreddit

แม้จะมีอายุที่อยู่ในช่วงบั้นปลายของอาชีพค้าแข้งด้วยวัย 38 ปีแล้ว แต่ ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาจอมเก๋าทีมชาติบราซิลยังคงเดินหน้าเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากเกมฟาดแข้งรายการใหญ่ๆ ได้ต่อไป และสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะแชมป์ฟุตบอลชายจากการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งที่ 29 ตามโควตาของนักเตะอายุเกินที่ถูกเรียกตัวไปรับใช้บ้านเกิดมาคล้องคอได้อีกด้วย

Dani Alves
Brazil v Spain: Gold Medal Match Men's Football - Olympics: Day 15 / Alexander Hassenstein/Getty Images

เท่ากับว่า อัลเวส ได้ฉลองความสำเร็จจากการคว้าแชมป์รายการต่างๆ ในช่วงตลอดระยะเวลาของอาชีพค้าแข้งไปแล้วมากถึง 43 ครั้งเลยทีเดียว จึงยังคงเป็นสถิตินักฟุตบอลที่ได้แชมป์มากที่สุดในโลก และคงเป็นเรื่องยากที่จะหาใครมาทุบสถิตินี้เพื่อแซงหน้าขึ้นไปยึดอันดับ 1 แทนในช่วงอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย เพราะเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าผลงานของพวกนักเตะระดับ "ซูเปอร์สตาร์" บนโลกใบนี้ทั้งหมดเลยนั่นเอง

ทั้งนี้ อัลเวส ได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในบ้านเกิดกับ บาเฮีย เมื่อปี 2001 และได้ลิ้มรสชาติแห่งความสำเร็จเป็นครั้งแรกจากตอนที่ชูถ้วยแชมป์โคปา โด นอร์ดเอสต์ ในปี 2002 แต่ไม่ถูกนำมานับเป็นแชมป์รายการใหญ่ เพราะเป็นการแข่งขันในระดับภูมิภาคของวงการลูกหนังแดนแซมบ้านั่นเอง หลังจากนั้นแบ็กขวาเลือดแซมบ้าได้ย้ายไปโชว์ฝีเท้ากับ เซบีญ่า ทีมดังแห่งศึกลาลีกา สเปน ซึ่งเป็นต้นสังกัดแรกในทวีปยุโรปเมื่อปี 2002 และเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมถ้วยแชมป์มาจนถึงปัจจุบัน

Barcelona's Brazilian defender Dani Alve
Barcelona's Brazilian defender Dani Alve / CARL DE SOUZA/Getty Images

ในช่วงระหว่างที่ค้าแข้งกับ เซบีญ่า ระหว่างปี 2002-2008 อัลเวส ได้ชูถ้วยแชมป์ไปทั้งหมด 6 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ แชมป์โคปา เดล เรย์, แชมป์ซูเปอร์โคปา เดอ เอสปันญ่า, แชมป์ยูฟ่า คัพ อีก 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ หลังจากนั้นได้ยกระดับฝีเท้าจากการไปค้าแข้งกับทีมลูกหนังระดับโลก เพราะได้ย้ายไปปักหลักอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ในช่วงระหว่างปี 2008-2016 และสามารถกวาดถ้วยแชมป์ได้มากถึง 23 รายการเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่ แชมป์ลาลีกา สเปน 6 สมัย, แชมป์โคปา เดล เรย์ 4 สมัย, แชมป์ซูเปอร์โคปา เดอ เอสปันญ่า 4 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัย, แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 3 สมัย และแชมป์สโมสรโลก "ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ" อีก 3 สมัย

หลังจากที่สะสมความสำเร็จจากการค้าแข้งในลีกลูกหนังสเปนได้แบบเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ อัลเวส ตัดสินใจออกไปตามหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับอาชีพค้าแข้งด้วยการย้ายไปร่วมทัพ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ในปี 2016-2017 และได้ชูถ้วยแชมป์บนดินแดนอิตาลีอีก 2 รายการ นั่นก็คือ แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 1 สมัย รวมถึงแชมป์โคปปา อิตาเลีย อีกหนึ่งสมัย ก่อนจะย้ายไปซบ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ระหว่างปี 2017-2019 และกวาดแชมป์บนดินแดนฝรั่งเศสได้อีกถึง 6 รายการ ไล่ตั้งแต่ แชมป์ลีก เอิง 2 สมัย, แชมป์เฟรนซ์ คัพ 1 สมัย, แชมป์เฟรนซ์ ลีก คัพ 1 สมัย และแชมป์โทรฟี่ เดส แชมปิยองส์ หรือที่เรียกกันว่า ซูเปอร์ คัพ อีก 2 สมัยด้วย

Dani Alves
Brazil v Peru: Final - Copa America Brazil 2019 / Buda Mendes/Getty Images

เพราะได้อยู่ปักหลักค้าแข้งในทวีปยุโรปมานานถึง 17 ปีเลยทีเดียว ทำให้ อัลเวส ตัดสินใจย้ายกลับบ้านเกิดไปซบ เซา เปาโล ทีมต้นสังกัดปัจจุบันมาตั้งแต่ปี 2019 แม้จะได้แชมป์คัมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า หรือแชมป์แห่งรัฐเซา เปาโล ในปี 2021 แต่ไม่ถูกนับว่าแชมป์รายการใหญ่ เพราะเป็นการชิงชัยในระดับภูมิภาคนั่นเอง เท่ากับว่าดาวเตะวัย 38 ปีได้ชูถ้วยแชมป์ในระดับสโมสรที่เกิดขึ้นจากการโชว์ฝีเท้าในดินแดนยุโรปไปทั้งหมดถึง 37 ครั้งเลยทีเดียว

ส่วนในเกมระดับชาติ อัลเวส ได้เริ่มต้นรับใช้ทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ในทีมชุดเด็กมาก่อน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมชุดแชมป์เยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีเมื่อปี 2003 และได้ก้าวเท้าขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2006 โดยผ่านการรับใช้บ้านเกิดจนถึงปัจจุบันมาแล้วถึง 118 เกม แม้จะไม่เคยสัมผัสแชมป์ฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดของนักฟุตบอลเลยก็ว่าได้ แต่ยังสามารถกวาดแชมป์ในเกมระดับชาติได้ถึง 5 รายการ ไล่ตั้งแต่ แชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัย, แชมป์ฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่น คัพ 2 สมัย และแชมป์ฟุตบอลชายโอลิมปิกอีก 1 สมัย

ทำให้ อัลเวส ยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกลูกหนัง เพราะได้แชมป์รายการใหญ่มาแล้วถึง 43 ครั้ง โดยเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า ซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 แบบห่างๆ ด้วยจำนวน 38 ครั้งนั่นเอง

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit