โอกาสลุ้นแชมป์อันริบหรี่ของ ลิเวอร์พูล หลังความพ่ายแพ้ศึก เมอร์ซีไซด์ดาร์บี้ - FEATURE

  • ลิเวอร์พูล บุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน แบบน่าผิดหวัง 2-0
  • ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ฟอร์มหลุดอย่างต่อเนื่อง
  • “หงส์แดง” แทบหมดหวังในการลุ้นแชมป์กับ 4 เกมที่เหลือของฤดูกาล
Everton FC v Liverpool FC - Premier League
Everton FC v Liverpool FC - Premier League / Chris Brunskill/Fantasista/GettyImages
facebooktwitterreddit

ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำของ เยอร์เก้น คล็อปป์ โค้ชชาวเยอรมัน เหลือโอกาสไม่มากแล้วในการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2023-2024 หลังฟอร์มหลุดบุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม กูดิสัน ปาร์ค แบบหมดรูป 2-0 ในเกมลีกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ในเกมนี้เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้เล่น ลิเวอร์พูล ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน ขาดความกระกาย และเกมรับเสียง่านจนเกินไป ซึ่งหลังจบเกมคงบอกได้เต็มปากแล้วว่า โอกาสของพลพรรค “หงส์แดง” หลุดลอยไปแล้ว แม้ในทางทฤษฏีจะเป็นไปได้ก็ตาม

Mohamed Salah, Darwin Nunez
Everton FC v Liverpool FC - Premier League / Michael Regan/GettyImages

ลูกทีมของ คล็อปป์ ยังคงพลาดโอกาสสำคัญหน้าปากประตูคู่แข่งอยู่เสมอ โดยปกติแล้ว ลิเวอร์พูล จะสร้างโอกาสได้มากมาย แต่เมื่อไม่มีกองหน้าคนใดจบสกอร์ได้ มันก็กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และส่งผลให้พวกเขาเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย

ในหลายเกมที่ผ่านมา แนวรุกอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ หลุยส์ ดิอาซ ต่างก็ใช้โอกาสเปลืองมาก และการพลาดจังหวะสำคัญแบบน่าเหลือเชื่อ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับทีมระดับลุ้นแชมป์ด้วยกันอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซนอล นั้น “หงส์แดง” มีความเฉียบขาดน้อยกว่าชัดเจน

ขณะเดียวกัน โมเมนตัมที่ดีๆของ ลิเวอร์พูล หายไปหมดแล้ว โดยหลังจากบรรดานักเตะหลักอย่าง  อลิสซอน เบ็คเกอร์, เคอร์ติส โจนส์ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ หายเจ็บกลับมา พวกเขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เลย

อลิสซอน ควรจะทำให้ ลิเวอร์พูล มีนายทวารที่ไว้ใจได้มากขึ้น แต่ตลอด 4 เกมหลังสุดที่ โกล์ชาวบราซิล ลงเฝ้าเสานั้น “หงส์แดง” เก็บคลีนชีตได้เพียงเกมเดียว ขณะที่ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ก็ยังต้องรอคอยจังหวะการเล่นของตัวเองกลับมา ส่วน โจนส์ ฟอร์มหลุดอย่างน่าใจหาย  

Jurgen Klopp
Everton FC v Liverpool FC - Premier League / Robbie Jay Barratt - AMA/GettyImages

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูล มีปัญหาในการรับมือกับบรรยากาศในศึก ดาร์บี้ แมทช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้านี้ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กดดันจนไม่เป็นตัวของตัวเอง และล่าสุดกับ เอฟเวอร์ตัน ที่สร้างปัญหาให้พวกเขาได้ตลอดทั้ง 90 นาที  

นักเตะ ลิเวอร์พูล ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน และผิดพลาดกันเองง่ายๆ ซึ่งมันยิ่งเป็นการเพิ่มบรรยากาศให้แฟนบอลเจ้าบ้านส่งเสียงเชียร์กดดันได้ตลอด และในที่สุดพลพรรค “หงส์แดง” ก็ต้องกลับออกมาด้วยความพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวัง

เมื่อมองไปที่โอกาสลุ้นแชมป์ แมนฯ ซิตี้ ยังมีอีก 2 เกมในมือ และหากชนะรวดพวกเขาก็จะขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันที ส่วน อาร์เซนอล ก็ยังฟอร์มแรงต่อเนื่อง แม้จะห่างกันแค่ 3 แต้มแต่ผลต่างประตูได้-เสียก็เป็นรองถึง 15 ลูก นั่นทำให้สิ่งเดียวที่ ลิเวอร์พูล ทำได้คือ การคว้าชัยชนะทุกเกมที่เหลือ พร้อมกับภาวนาให้ทั้ง 2 ทีมทำแต้มหล่นไปในช่วงโค้งสุดท้าย

เกมที่เหลือ ลิเวอร์พูล ยังต้องเผชิญหน้ากับทีมอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, แอสตัน วิลล่า และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส หากดูจากฟอร์มในตอนนี้แล้วแทบไม่มีทางเลยที่ “หงส์แดง” จะกลับมาช่วงชิงความได้เปรียบ นั่นหมายความว่าโอกาสคว้าแชมป์ของพวกเขานั้นแม้จะยังไม่ปิดลงแต่ก็คงริบหรี่เต็มทีแล้วนั่นเอง