Barcelona

ก้าวต่อไปของ บาร์เซโลนา ในวันที่ทีมไร้ซึ่งชายที่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี่ - FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
FC Barcelona v Real Sociedad - La Liga Santander
FC Barcelona v Real Sociedad - La Liga Santander / Soccrates Images/Getty Images
facebooktwitterreddit

เพราะชีวิตยังคงต้องดำเนินกันต่อไป แม้จะประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปแบบเต็มๆ จึงไม่สามารถรั้งตัว ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะเบอร์หนึ่งของโลกเอาไว้ได้เหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ และต้องปล่อยให้ย้ายทีมในช่วงหลังหมดสัญญาแบบไม่มีค่าตัวไปเลยด้วย แต่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ได้เริ่มลงสนามในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ 2021/2022 กันไปแล้ว ลองไปดูกันว่าวิถีชีวิตของทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ในวันที่ไร้เงาของตำนานกองหน้าวัย 33 ปีเป็นอย่างไรกันบ้าง และมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในด้านต่างๆ มากน้อยเพียงใด

Lionel Messi
ลิโอเนล เมสซี่ / Quality Sport Images/Getty Images

ว่ากันว่า บาร์ซ่า ได้รับผลกระทบจากการสูญเสีย เมสซี่ ไปแบบเต็มๆ โดยเฉพาะเรื่องของความมั่งคั่ง ซึ่งมีการประเมินเอาไว้ว่าเตรียมสูญเสียมูลค่าแบรนด์ของสโมสรเป็นจำนวนสูงถึง 137 ล้านยูโร เนื่องจากดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าเป็นเหมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ "เจ้าบุญทุ่ม" นั่นเอง เพราะเคยอยู่ปักหลักค้าแข้งกับสโมสรมานานถึง 17 ปีเลยทีเดียว นับตั้งแต่เริ่มต้นเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในปี 2004 และจะสูญเสียรายได้จากด้านต่างๆ อีกด้วย ซึ่งรวมถึงเรื่องของรายได้จากภาคธุรกิจที่มีการตีมูลค่าเอาไว้เป็นจำนวนสูงถึง 77 ล้านยูโรเลยด้วย

ทั้งนี้ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรคนใหม่แต่หน้าเก่าที่ได้รับการเลือกตั้งให้กลับมาดูแล "เจ้าบุญทุ่ม" เป็นครั้งที่ 2 ได้เอ่ยปากยอมรับว่า บาร์ซ่า จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องของการเงินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะต้องใช้เวลาสำหรับการฟื้นฟูกิจการของสโมสรที่มีหนี้สินเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลย ซึ่งเป็นผลพ่วงมาจากการบริหารของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานคนก่อนที่ถูกจับกุมในคดีทุจริตด้วย จึงไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ได้เหมือนเมื่อก่อน และต้องใช้วิธี "เซ็นฟรี" ด้วยการคว้า 2 แข้งดังอย่าง เซร์คิโอ อเกโร่ กับ เมมฟิส เดปาย เข้ามาเสริมแนวรุกในช่วงหลังหมดสัญญากับทีมเก่าแบบไม่มีค่าตัวเพื่อทดแทนการจากไปของ เมสซี่ เป็นเรียบร้อยแล้ว

FBL-ESP-LIGA-BARCELONA
โจน ลาปอร์ต้า / LLUIS GENE/Getty Images

นอกจากนี้ บาร์ซ่า จะต้องลงมือแก้ไขปัญหาเรื่องของ "เพดานค่าเหนื่อย" กันต่อไป เพราะมีตัวเลขที่สูงเกินกว่าข้อกำหนดของฟุตบอลลีกอาชีพสเปน หรือ LFP และยังคงต้องแบกรับภาระการจ่ายค่าจ้างให้กับบรรดานักเตะในสังกัดเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งมีการเปิดเผยว่าพวกแข้งดังจะได้รับค่าแรงไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 200,000 ยูโรเลยด้วย จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผลกระทบต่อการรั้งตัว เมสซี่ ไม่สำเร็จไปด้วยเลย เพราะไม่สามารถจ่ายเงินค่าแรงก้อนโตให้กับดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ได้อีกต่อไป หากยึดตามกฎระเบียบดังกล่าวที่เอาไว้ใช้ควบคุมรายจ่ายของแต่ละสโมสร และมีบทลงโทษทีมที่ทำผิดกฎถึงขั้นสั่งปรับตกชั้นได้เลยด้วย

สำหรับฤดูกาล 2021/2022 บาร์ซ่า ยังคงไว้วางใจ โรนัลด์ คูมัน อีกหนึ่งตำนานกองหลังของสโมสรให้สวมบทเป็นกุนซือต่อไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของ "กัปตันทีม" เพื่อทดแทนการจากไปของ เมสซี่ นั่นเอง โดยมอบหมายให้ เซร์คิโอ บุสเกตส์ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมคนใหม่ไปเลย และให้ เกราร์ด ปิเก้ รับบทเป็นรองกัปตันทีมคนแรก ขณะที่ เซร์กี้ โรแบร์โต้ ได้สวมบทเป็นรองกัปตันทีมคนที่ 2 ปิดท้ายด้วย ฆอร์ดี้ อัลบา ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เป็นรองกัปตันทีมคนที่ 3 ส่วนเรื่องของ "เกมรุก" ยังคงใช้แผนการเล่นแบบ 3 ประสานในแดนหน้าหมือนเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่ง

Martin Braithwaite
มาร์ติน เบรธเวท / Soccrates Images/Getty Images

หากดูจากรายชื่อ 11 คนแรกในเกมประเดิมสนามลาลีกา สเปน นัดที่เปิดบ้านชนะ เรอัล โซเซียดัด จะเห็นได้ว่า บาร์ซ่า ใช้ 3 นักเตะในแนวรุก โดยกุนซือ โรนัลด์ คูมัน มอบหมายให้ เมมฟิส เดปาย ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และยังคงให้ อองตวน กรีซมันน์ ยืนอยู่ทางขวา ส่วนทางซ้ายมอบหมายให้ มาร์ติน เบรธเวท ยืนเล่นในตำแหน่งเดิมของ เมสซี่ ไปเลย แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังน้อยกว่าพวกดาวเตะคนอื่นๆ แต่สามารถโชว์ฟอร์มสุดเฉียบเพื่อตอบแทนความไว้วางใจของเจ้านายด้วยการซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนัดแรกของฤดูกาลใหม่ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่ในแดนหน้าของ "เจ้าบุญทุ่ม" ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังพร้อมให้พวกนักเตะดาวรุ่งลงสนามในทีมชุดใหญ่มากกว่าเมื่อฤดูกาลก่อนด้วย เพราะได้โอกาสให้พิสูจน์ฝีเท้ามาตั้งแต่เมื่อช่วงซีซั่นก่อนนั่นเอง โดยเฉพาะ เปดรี้ ไอ้หนูวัยเพียง 18 ปี ซึ่งกลายเป็นตัวหลักในแดนกลางไปแล้ว ขณะที่ ริกิ ปูอิก พร้อมเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ด้วยเช่นกัน ส่วนแนวรับได้เซ็นฟรี เอริก การ์เซีย อดีตเด็กปั้นกลับมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อให้เข้ามาช่วยยืนคุมแดนหลังร่วมกับ โรนัลด์ อเราโฆ่ และ ออสการ์ มินกูเอซ่า ไปด้วยเลย

แม้จะไม่มี เมสซี่ สวมบท "เดอะแบก" ของทีมอีกต่อไป แต่ บาร์ซ่า ได้เริ่มยุคใหม่ในวันที่ไร้เงาของดาวเตะเบอร์หนึ่งไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตามวิถีของเกมลูกหนังที่จะเป็นมีการเปลี่ยนแปลงกันไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit