ควันหลงจากผลเสมอเกม “แดงเดือด” ที่ทำให้การลุ้นแชมป์ไม่ได้อยู่ในมือของ ลิเวอร์พูล อีกต่อไป - FEATURE

  • ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2
  • “หงส์แดง” มีโอกาสมากมายแต่จบสกอร์ไม่เฉียบขาด
  • ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ หล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อย
Manchester United v Liverpool FC - Premier League
Manchester United v Liverpool FC - Premier League / Shaun Botterill/GettyImages
facebooktwitterreddit

มันเป็นอีกหนึ่งเกมที่ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ไม่สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก ได้ และ “ปีศาจแดง” ไม่ปราชัยให้กับ “หงส์แดง” ตลอด 3 เกมที่เจอกันทุกรายการในซีซันนี้

เกมที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอรด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองเกมที่ตลอด และมีโอกาสทำประตูมากมาย แต่พวกเขาไม่เด็ดขาดกันไปเอง และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ทีมของ คล็อปป์ ต้องเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับ อาร์เซนอล ไปเรียบร้อยแล้ว  

Mohamed Salah, Darwin Nunez
Manchester United v Liverpool FC - Premier League / Michael Regan/GettyImages

ตลอดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสลุ้นประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดย ลิเวอร์พูล มีโอกาสมากมายแต่ยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น และยังไม่รวมถึงครึ่งเวลาหลังที่เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่า แต่การเล่นในจังหวะสุดท้ายไม่ละเอียดพอ

คล็อปปป์ ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “ผมอยากให้เราจับบอลแค่ 1-2 จังหวะแล้วยิงประตูทันที ในบางสถานการณ์ หากเราละเอียดกว่านี้ในการจบสกอร์อีกสักหน่อย แน่นอนว่าเราสามารถชนะได้ที่นี่”

หนึ่งในผู้เล่นแนวรุก ลิเวอร์พูล ที่โดนวิจารณ์มากทที่สุดคงหนีไม่พ้น ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกชาวอุรุกวัย ที่ทิ้งโอกาสทองไปมากมาย และในที่สุด คล็อปป์ ก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวออกมา และให้ โคดี กัคโป ลงไปยืนทำหน้าที่แทน

แน่นอนว่า ในปีนี้ นูนเญซ พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างมากหลังจากโชว์ฟอร์มซัดไป 18 ประตู กับทำไป 13 แอสซิสต์ จาก 45 เกมรวมทุกรายการ พร้อมกับก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแดนหน้าของ ลิเวอร์พูล ได้เรียบร้อยแล้ว แต่จังหวะที่ชี้ขาดชัยชนะ เขายังต้องปรับปรุงต่อไป

Jurgen Klopp, Alexis Mac Allister, Wataru Endo
Manchester United v Liverpool FC - Premier League / Michael Regan/GettyImages

ประเด็นต่อมาที่หลายคนตั้งคำถามคือ ทำไม คล็อปป์ ไม่ส่ง อิบราฮิมา โกนาเต้  ลงยืนเป็นตัวจริงคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ ก่อนดาวรุ่งอย่าง จาเรลล์ ควานซาห์ ที่เป้นคนจ่ายบอลพลาดให้ บรูโน่ เฟอร์นันเดส กัปตัน แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงตีเสมอ

โกนาเต้  มีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่ก็น่าจะฟิตพอเล่นในราวๆ 60 นาทีได้ และมันจะดีกว่านี้หรือไม่หากให้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในเวทีระดับสูงมากกว่า ควานซาห์ ได้ลงเล่นในเกมนัดสำคัญแบบนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มามันอาจแตกต่างออกไป

ขณะเดียวกัน แผงกองกลาง ลิเวอร์พูล อย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, วาตารุ เอนโด และ โดมินิค โซบอสไล ก็ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่สามารถควบคุมเกมเหนือมิดฟิลด์เจ้าบ้านอย่าง คาเซมิโร่, คอบบี ไมนู และ แฟร์นันเดส ได้แบบเด็ดขาดพอ

โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่ที่อาจไม่เหมาะสมในสไตล์เพรสซิ่งสูงของ ลิเวอร์พูล แต่มันไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำมาพูดถึง และจากเกมนี้ไปการลุ้นแชมป์ก็ไม่ได้อยู่ในมือ ลิเวอร์พูล อีกแล้ว และ คล็อปป์ ยังมีปัญหาให้ต้องแก้ไขในช่วงท้ายของซีซัน