แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอฟเวอร์ตัน 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด: สรุป 5 ประเด็นสำคัญหลังเกม ปีศาจแดง พ่าย ท็อฟฟี่

Everton v Manchester United - Premier League
Everton v Manchester United - Premier League / Clive Brunskill/GettyImages
facebooktwitterreddit

การแข่งขัน: ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2022
เวลาแข่งขัน: 18:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน: เอฟเวอร์ตัน 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: กูดิสัน พาร์ค


1. ปีศาจแดง ออกสตาร์ทอย่างกระตือรือล้น

Marcus Rashford, Seamus Coleman
Everton v Manchester United - Premier League / Michael Regan/GettyImages

แมนฯ ยูไนเต็ด ของ ราล์ฟ รังนิก เริ่มต้นเกมที่ กูดิสัน พาร์ค อย่างน่าตื่นตาตื่นใจจากการเร่งเครื่องบุกเข้าใส่ เอฟเวอร์ตัน อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการประสานงานในพื้นที่ฝั่งซ้ายของ อเล็กซ์ เตลเลส, บรูโน แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

การเติมขึ้นสูงของ เตลเลส ส่งให้ แรชฟอร์ด สามารถหมุนตำแหน่งของตัวเองไปรอโอกาสจบสกอร์ในเขตโทษ และเมื่อมี บรูโน คอยเป็นคนสร้างสรรค์จังหวะแรกให้ เกมของ ผีแดง จวนเจียนจะได้ประตูอยู่หลายครั้งตั้งแต่ครึ่งทางของครึ่งแรก

ทว่าโอกาสทั้งหมดดังกล่าวไม่อาจเอาชนะความยอดเยี่ยมของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ยืนปักหลักเฝ้าเสาให้ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ได้

2. ประตู 1-0 ของ ท็อฟฟี่ พลิกโมเมนตัม

FBL-ENG-PR-EVERTON-MAN UTD
FBL-ENG-PR-EVERTON-MAN UTD / ANTHONY DEVLIN/GettyImages

ท่ามกลางความเป็นไปของเกมที่ เอฟเวอร์ตัน จวนเจียนจะเสียประตูครั้งแล้วครั้งเล่า กลายเป็นความผิดพลาดของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากจังหวะเสียบอลที่แดนกลาง นำพาไปสู่การได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ของเจ้าถิ่นเมื่อ ริชาร์ลิสัน เอาชนะ อารอน วาน-บิสซาก้า เลี้ยงจี้เข้าไปผ่านบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษ บอลทะลักไปเข้าทาง แอนโธนี กอร์ดอน แถวสองเติมมาแปด้วยขวาแฉลบ แฮร์รี แม็คไกวร์ บอลไปซุกที่ก้นตาข่าย

จากนั้นเสียงปลุกเร้าของเหล่า เอฟเวอร์โตเนียน ดังกระหึ่มต่อเนื่องกระทั่งจบครึ่งแรกจนทำให้เกมของ เร้ดเดวิลส์ เป๋ไม่เป็นท่าและความกระตือรือล้นที่มีมาตั้งแต่ช่วงครึ่งทางของครึ่งแรกเลือนหาย

3. คีย์แมน แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หายไปจากเกม

Anthony Gordon, Jadon Sancho
Everton v Manchester United - Premier League / Clive Brunskill/GettyImages

แม้ว่าในตัวเลขสถิติจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นฝ่ายครอบครองบอลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่บอลในพื้นที่สุดท้ายยังคงเป็นเพียง อเล็กซ์ เตลเลส กับ บรูโน แฟร์นันด์ส 2 คนเท่านั้นที่เป็นนักเตะซึ่งส่งบอลไปยังพื้นที่อันตราย

แข้งรายอื่นที่ควรแบ่งเบาภาระในการปั้นเกมทั้ง เจดอน ซานโช หรือตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาตั้งแต่ครึ่งแรกอย่าง ปอล ป็อกบา ไม่อาจมีส่วนร่วมกับเกมมากเท่าที่ควรจะเป็น

ยิ่งไปกว่านั้น คริสเตียโน โรนัลโด้ ยังจบเกมด้วยสถิติการสับไกยิงเพียง 2 ครั้งเท่านั้นและไม่ได้มีช็อตประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมให้ได้เห็นเลยในเกมนี้

4. ตัวสำรองของ รังนิก ไม่อาจเปลี่ยนเกม

FBL-ENG-PR-MAN UTD-LEICESTER
FBL-ENG-PR-MAN UTD-LEICESTER / LINDSEY PARNABY/GettyImages

รังนิค แก้ปัญหาการบาดเจ็บของ เฟร็ด ตั้งแต่ครึ่งแรกด้วยการส่ง ปอล ป็อกบา ลงมาแทนที่ และปรับเอา ฮวน มาต้า แทน เนมานยา มาติช ในครึ่งหลังพร้อมกับ แอนโธนี อีลังก้า ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด นาทีที่ 64

นับเป็นเกมแรกของ มาต้า ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ หรือจะให้ละเอียดไปกว่านั้นคือเกมแรกบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีนับตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 2021 ในเกมกับ วูล์ฟส์

มีเพียงจังหวะฉาบฉวยชนิดนับนิ้วได้ของ อีลังก้า เท่านั้นที่ดูจะมีชีวิตชีวา ส่วนแข้งรายอื่นไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเกมได้แต่อย่างใด

5. หนทางท็อปโฟร์ ผีแดง เลือนลาง-ท็อฟฟี่ ลุ้นตกชั้นเดือด

Alex Iwobi, Seamus Coleman
Everton v Manchester United - Premier League / Clive Brunskill/GettyImages

ผลจากชัยชนะของ เอฟเวอร์ตัน และความพ่ายแพ้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ทำให้ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ที่แม้จะรั้งอันดับ 17 ตามเดิมแต่หายใจหายคอได้สะดวกขึ้นเมื่อหนี เบิร์นลีย์ (18) ห่าง 4 แต้มแม้ เดอะบลูส์ จะแข่งมากกว่า 1 นัด

ขณะที่สถานการณ์ของทีม ปีศาจแดง รั้งอันดับ 7 ของตารางจาก 31 นัดตามหลัง สเปอร์ส ในอันดับที่ 4 อยู่ 3 คะแนนและทัพ เร้ดเดวิลส์ แข่งมากกว่า 1 นัด

facebooktwitterreddit