ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้: เปิดอกถึงฟุตบอลไทย, เผชิญหน้ากับช้าง!? และการเล่นให้ทีมชาติไทย - EXCLUSIVE INTERVIEW

Diogo Luis Santo ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้
Diogo Luis Santo ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ /
facebooktwitterreddit

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ แทบจะกลายเป็นตำนานที่ยังโลดแล่นอยู่ใน ไทยลีก จากสถิติพังประตู 128 ลูกจากการลงเล่น 157 นัดให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รวมกัน

แม้จะมีช่วงเวลาสั้นๆ กับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม อยู่ 2 ฤดูกาล ก่อนที่เจ้าตัวจะรีเทิร์นสู่ลีกสูงสุดแดนสยามเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพาทีมซิวแชมป์ ไทยลีก เมื่อซีซันก่อน ตามด้วยการพาพลพรรค กระต่ายแก้ว ฉลุยผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ของศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

นับเป็นเวลารวมเกือบ 5 ปีที่ ดิโอโก้ โลดแล่นบนเวทีฟุตบอลไทย เราจึงพา เบรลเลอร์ ปิแรส บรรณาธิการ 90Min บราซิล คุยกับสตาร์ดังเจ้าของสถิติดาวซัลโว ไทยลีก 2 สมัย

ดิโอโก้ มองฟุตบอลไทยเป็นอย่างไร การเผชิญหน้ากับช้างตัวเป็นๆ ครั้งแรกในชีวิต และโอกาสในการเล่นให้กับทีมชาติไทย


FC Metalist's Jonatan Maidana (L) fights
FC Metalist's Jonatan Maidana (L) fights / SERGEI SUPINSKY/Getty Images

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณสร้างชื่อมาจาก โปร์ตูกีซา (สโมสรลีกล่างใน บราซิล) จากนั้นได้เล่นให้กับ ฟลาเมงโก้, ซานโตส และ พัลไมรีส ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในประเทศไทยเมื่อปี 2015

ดีลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และคุณจำได้ไหมว่าได้ข้อเสนอนี้มาได้อย่างไรในเวลานั้น?

ดิโอโก้: ผมได้รับข้อเสนอนั้นระหว่างที่ผ่านครึ่งทางของฤดูกาลที่ บราซิล หรือช่วงเวลาประมาณนั้น ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ผมได้รับข้อเสนอจาก บุรีรัมย์ ระหว่างที่ยังเล่นให้กับ พัลไมรัส แต่ว่ากันตามตรงโดยไม่ปิดบัง ผมไม่ได้ตระหนักถึงฟุตบอลทีนี่ ฟุตบอลที่ไทยเลย จากนั้น พัลไมรัส กำลังอยู่ระหว่างแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้ายของลีก บราซิล เราตกอยู่อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยุ่งเหยิง ผมได้มีเวลาหยุดพักชั่วขณะหลังจากนั้นเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลงเพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์เมื่อสัญญาของผมกับ พัลไมรัส จะสิ้นสุดลงเมื่อจบซีซัน ผมไม่อาจปฎิเสธได้ว่าสิ่งที่สำคัญในเวลานั้นคือเรื่องของการเงิน และเมื่อผมมาถึงที่นี่ (ประเทศไทย) มันก็ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากจนผมแปลกใจ

เบรลเลอร์ ปิแรส: การต้อนรับที่ไทยเป็นอย่างไรบ้าง คุณมองประเทศไทยในทุกวันนี้เป็นอย่างไรหลังจากใช้เวลาที่นี่มากกว่า 6 ปีแล้ว?

ดิโอโก้: มันเป็นสิ่งที่ผมเซอร์ไพรส์ ผมได้รับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยม คนไทยเป็นคนใจกว้าง พวกเขามหัศจรรย์และสร้างความแปลกใจให้กับผม นั่นเป็นเรื่องที่ดี อีกอย่างคือสโมสรที่ผมเล่นให้มีโครงสร้างที่เพียบพร้อม พวกเขามี 2 สนามซ้อม สนามแห่งหนึ่งในกรุงเทพ อีกแห่งคือใน บุรีรัมย์ นั่นทำให้การปรับตัวของผมง่ายขึ้นไปอีกขั้น

Diogo Luis Santo
Guangzhou R&F v Buriram Utd - Asian Champions League / Thananuwat Srirasant/Getty Images

เบรลเลอร์ ปิแรส: ความสัมพันธ์ของคนไทยกับฟุตบอลเป็นอย่างไรบ้าง คุณมองเห็นจุดใดบ้างที่เป็นความแตกต่างระหว่างที่ บราซิล กับ ไทย?

ดิโอโก้: พวกเขาชอบฟุตบอลมาก ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าประเทศไทยมีชื่อเสียงในกีฬาชกมวย คิกบ็อกซิ่งใช่ไหม มวยไทยอะไรทำนองนั้นที่ผมเชื่อว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของที่นี่ แต่ตอนนี้ผมมั่นใจว่าเป็นฟุตบอล ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของที่นี่

(ในแง่ความแตกต่างกับ บราซิล) ผมคิดว่ายังมีอยู่ (สำหรับคนไทย) ทุกอย่างสำหรับพวกเขาเหมือนกับปาร์ตี้ มีทีมที่อาจจะมีคนดูมากกว่าเล็กน้อยแต่ไม่ได้เชียร์ด้วยความดุดันนักแม้จะยังมีการสบถอยู่ก็ตาม มันยังมีความแตกต่างกันในแง่ที่หากทีมในไทยแพ้ แฟนบอลจะไม่วิจารณ์เราเมื่อเจอหน้า ผมสามารถเดินหน้างสรรพสินค้าได้อย่างไร้ปัญหา

Gilberto Macena
Gamba Osaka v Buriram United - AFC Champions League Group F / Atsushi Tomura/Getty Images

เบรลเลอร์ ปิแรส: นอกจากฟุตบอลแล้วอะไรคือสิ่งที่คุณสนใจมากที่สุดในประเทศไทย การเฝ้ามองสังคม วัฒนธรรม ศาสนา อาหารการกิน และอย่างอื่น หรือช่วยเล่าเรื่องช้างในไทยให้เราฟังหน่อย

ดิโอโก้: ความเรียบง่ายของพวกเขาเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ มันทำให้ผมสนใจ มันทำให้นึกถึงคนหลายคนในบราซิล คนไทยเป็นคนตลก พวกเขาชอบเล่าเรื่องตลก คนไทยเป็นคนที่น่ารักในมุมมองของผม

ส่วนเรื่องช้างน่ะ เมื่อตอนที่ผมมาถึงที่นี่ใหม่ๆ ตอนที่ผมไปร้านอาหารกับเพื่อนร่วมทีมชาว บราซิล (กิลแบร์โต้) มาเชนา เขาจามเสียงดังมากก็เลยบอกกับเขาว่า "เฮ้ มาเชนา นายบ้าหรือเปล่า เสียงมันบ้ามากเลยนะ" แต่เมื่อผมหันหลังกลับไป ลูกช้างยืนอยู่ตรงนั้น! จากนั้นผมก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว มันไม่ใช่เรื่องปกติที่คุณจะเห็นช้างอยู่บนถนนแบบนั้น แต่ช้างที่นี่เป็นสิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวอะไรทำนองนั้น แต่หลังจากนั้นผมก็คุ้นเคยกับมัน ผมคิดว่ามันเจ๋งจริงๆ

เบรลเลอร์ ปิแรส: พูดถึงครั้งแรกที่คุณเล่นในไทย คุณย้ายไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปี 2015 และมีฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จหลายซีซัน มีเหตุผลใดที่คุณคิดว่าทำให้ตัวเองมีผลงานที่ดี สถิติของคุณคือ 133 ประตู 44 แอสซิสต์จาก 156 แมตช์

ดิโอโก้: ผมคิดว่าทุกอย่างแค่ลงล็อคในตัวของมัน ผมมาที่นี่ด้วยทัศนคติที่ว่าจะทำงานของตนเองให้ดีที่สุด ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสโมสร ทีมในเวลานั้นมีทรัพยากรที่ยอดเยี่ยม นักเตะไทยที่ดีที่สุดมาจากทีมของเรา พวกเขามาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนั้นเรายังมีนักเตะมากประสบการณ์อยู่ในทีมด้วยเช่นกัน โค้ชยังทำให้งานของผมง่ายขึ้นจากที่เขาเป็น บราซิเลียน ทีมงานสต๊าฟฟ์เทคนิคทั้งหมดเป็น บราซิเลียน เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ช่วยผมเป็นอย่างมากในการปรับตัวในปีแรก จากนั้นทุกอย่างค่อยตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างที่ผมบอกว่ามีเรามีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณคว้าแชมป์ 11 สมัยและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กระทั่งได้รับการลงคะแนนให้เป็น 'นักเตะ บราซิเลียน ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลในประเทศไทย' คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับความสำเร็จทั้งหมดนี้ และความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างคุณกับสโมสรตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

ดิโอโก้: ผมรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ยินดีที่สโมสรเปิดประตูให้โอกาสผม พวกเขาเป็นสโมสรแรกของผมในเอเชีย ผมมีความสุขกับที่นั่นมาก ผมได้มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากมายกับพวกเขาจึงรู้สึกขอบคุณพวกเขาที่ให้โอกาส

FBL-ASIA-C1-THA-MUANTHONG UNITED-KASHIMA ANTLERS
FBL-ASIA-C1-THA-MUANTHONG UNITED-KASHIMA ANTLERS / ROBERTO SCHMIDT/Getty Images

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่อย่างรุนแรงเมื่อปี 2016 โดยเป็นปีที่ บุรีรัมย์ ไม่สามารถคว้าแชมป์ ไทยลีก ได้ คุณจำได้ไหมว่าคิดอะไรอยู่บ้างในฤดูกาลนั้น ผู้คน ผู้สื่อข่าวแสดงความคิดเห็นต่อการที่ทีมขาดหายคุณไปอย่างไรบ้าง

ดิโอโก้: ผมจำได้เนื่องจาก บุรีรัมย์ ในตอนนั้นมักเป็นทีมเต็งอยู่เสมอในทุกปี ทีมมักได้ลุ้นแชมป์อยู่ตลอด ปีนั้นผมได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ในเกมที่ 2 ของฤดูกาล เราลงเล่นในเกม ซูเปอร์คัพ ของไทยเป็นนัดแรก (ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก.) ต่อด้วยการประเดิมสนามใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ผมลงเอยด้วยการได้รับบาดเจ็บ เส้นเอ็นทุกเส้นที่หัวไหล่มันปวดร้าวไปหมด เรายังเสียนักเตะไทยที่ดีที่สุดระหว่างปี (ธีราทร บุญมาทัน สู่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) และผลการแข่งขันไม่เป็นอย่างใจ เหล่าแฟนบอลถามผมว่าจะกลับมาลงสนามได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างในตอนนั้นดูอยู่เหนือการควบคุมของผมไปหมด อาการบาดเจ็บของผมนั้นทำได้เพียงแต่เฝ้าหวังและพยายามที่จะช่วยทีมในทางอื่นได้บ้าง

เบรลเลอร์ ปิแรส: เราพูดถึงช่วงเวลาที่ 2 ในประเทศ ไทย ของคุณบ้างหลังจากที่ มาเลเซีย

คุณย้ายมา ปทุม ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายปีก่อน ได้เผชิญหน้ากับอดีตสโมสรอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แฟนบอลของ บุรีรัมย์ มีปฏิกิริยาต่อคุณอย่างไรบ้าง

ดิโอโก้: ผมคิดว่าตอนนั้นเรายังเล่นแบบไม่มีแฟนบอลจากปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-19 เราได้เล่นบางเกมโดยมีแฟนบอลเข้าสนามได้บ้างในปีก่อนแต่เกมกับ บุรีรัมย์ ไม่มีแฟนบอลเข้าชม แต่พวกเขามาที่โรงแรม พวกเขาชอบทำให้เรานิสัยเสียด้วยการให้ของขวัญ บางครั้งก็เป็นอาหาร ผมมักมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา อย่างที่ผมบอกตั้งแต่เริ่มต้นว่ามันเป็นความรู้สึกถึงการยินดี

เบรลเลอร์ ปิแรส: การที่คุณเล่นได้อย่างโดดเด่นกับ ปทุม ยูไนเต็ด ด้วยการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ คุณคาดหวังอย่างไรบ้างกับ ACL ในฤดูกาลนี้

ดิโอโก้: ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นรายการที่สำคัญมาก ไม่เพียงแต่แค่ตัวผมเองแต่ยังสำหรับสโมสรด้วย เราผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้ในครั้งแรกที่มีส่วนร่วมกับรายการนี้ มันเจ๋งเอามากๆ และเป็นผลงานที่น่าพึงพอใจ แน่นอนว่าสโมสรอื่นก็แข็งแกร่งด้วยเช่นกัน มีทั้งทีมจาก ญี่ปุ่น เกาหลี ผมยังคิดว่าเราเป็นรองนิดหน่อยแต่ก็ต้องมองไปข้างหน้าทีละเกม ตอนนี้เรามาถึงรอบน็อคเอาท์แล้ว อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราหวังว่าจะทำผลงานได้ดี

Diogo Luis Santo
BG Pathum United v Ratchaburi Mitrphol FC - Thai League 1 / Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณเพิ่งคว้าแชมป์ ไทยลีก อีกสมัยกับ ปทุม ยูไนเต็ด เรียกได้ว่าคุณคว้าแชมป์ในไทยได้ทุกอย่างแล้ว คุณยังฝันถึงอะไรในประเทศไทยอยู่อีก ก้าวต่อไปในเส้นทางค้าแข้งของคุณจะเป็นแบบใด?

ดิโอโก้: ผมตั้งเป้าทำให้เต็มที่อยู่เสมอ ผมไม่เคยต้องการที่จะพึงพอใจเต็มร้อยกับมัน แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้ผมมีความสุข แต่เราต้องคิดในใจอยู่เสมอว่ามันยังไม่เพียงพอ ดังนั้นผมจึงมักทำทุกทางเพื่อที่จะพัฒนาตนเองในด้านใดด้านหนึ่งสำหรับซีซันต่อไป แชมป์ลำดับต่อไป นั่นคือทัศนคติของผมเสมอ

เบรลเลอร์ ปิแรส: หมุดหมายความสำเร็ขของคุณใน ไทย นั้นมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง คุณเคยได้รับการทาบทาม หรือมีความคิดที่จะเปลี่ยนสัญชาติเล่นให้กับ ทีมชาติไทย หรือไม่?

ดิโอโก้: ผู้คนมักแสดงความคิดเห็น เปิดประเด็น แต่อย่างนี้นะ (การเปลี่ยนสัญชาติ) ที่นี่มันไม่ได้ง่าย มันไม่ง่ายเลยที่คุณจะได้สัญชาติไทย พวกเขาไม่ให้... ผมไม่คิดว่ามันง่ายขนาดที่ใครก็ได้จะเดินไปขอพาสปอร์ตไทยได้ เพราะฉะนั้นในทางปฎิบัติมันเป็นไปไม่ได้เลย

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณสนใจท่ีจะกลับไปเล่นใน บราซิล ไหม?

ดิโอโก้: ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมไม่คิดว่าอย่างนั้น ผมยังมีความสุขดีที่นี่ ผมปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว ครอบครัวของผมก็สามารถปรับตัวได้เชนเดียวกัน โดยคำตอบของวันนี้คือผมยังไม่คิดถึงวันที่จะกลับไป

เบรลเลอร์ ปิแรส: คุณมองเส้นทางฟุตบอลของตนเองอย่างไรบ้างจนถึงเวลานี้ กับสถิติกว่า 500 นัด และยิงไปมากกว่า 200 ประตูเข้าไปแล้ว

ดิโอโก้: ผมมีความสุขกับมัน อย่างที่ผมบอกว่าตัวเองได้ทำทุกอย่างให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บางครั้งเรื่องดีๆ ก็เกิดขึ้น บางครั้งก็ไม่ มันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพ และผมคิดว่าไม่เพียงแต่ในแง่ฟุตบอลเท่านั้นแต่ยังหมายรวมถึงการใช้ชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นผมยินดีกับทุกอย่างที่ได้ประสบและพึงพอใจกับมัน ดังนั้นทุกอย่างที่อยู่ในหัวผมตอนนี้คือได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด