EURO 2020

โรนัลโด้ แค่เลื่อน ขวดน้ำดำ เป็นเหตุสังเกตได้ใน ยูโร2020 - FEATURE

Chatchawal Chatsuwanvilai
Hungary v Portugal - UEFA Euro 2020: Group F
Hungary v Portugal - UEFA Euro 2020: Group F / Alex Pantling/Getty Images
facebooktwitterreddit

แม้จะไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสังเวียนแข้ง แต่กลับกลายเป็นเรื่องฮือฮา หรือที่เรียกกันว่า "ไวรัล" ในโลกโซเซียลมีเดียไปเลย หลังจากที่มีภาพของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสหยิบขวดน้ำอัดลมสีดำยี่ห้อ "โค้ก" ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะแถลงข่าวออกไปต่อหน้าสื่อมวลชนในช่วงก่อนเกม ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดประเดิมสนามกลุ่ม เอฟ ที่ไล่ถล่ม ฮังการี 3-0 เมื่อคืนวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกับหยิบขวดน้ำเปล่ามาวางแทน เพื่อแนะนำให้ทุกคนดื่มน้ำเปล่าตามประสาของคนที่รักสุขภาพกันดีกว่า ทั้งๆ ที่ยอดกองหน้าวัย 36 ปีเคยรับเงินค่าจ้างก้อนใหญ่จาก โค้ก เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์เมื่อตอนสมัยที่เพิ่งแจ้งเกิดบนสังเวียนลูกหนังในช่วงของศึกฟุตบอลโลก 2006 เมื่อ 15 ปีก่อนโน้นเลย

Cristiano Ronaldo
Portugal v Netherlands - UEFA Nations League Final / Chris Brunskill/Fantasista/Getty Images

ทำให้ โค้ก ซึ่งเป็นยี่ห้อของน้ำอัดลมสัญชาติอเมริกันที่มีชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการว่า โคคา-โคล่า ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของศึกฟุตบอลยูโร 2020 ถึงกับสั่นสะเทือนไปเลยเพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไปแบบเต็มๆ และส่งผลให้มูลค่าของหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ตกลงไป 1.6% เลยด้วย เพราะมีรายงานว่าราคาหุ้นของ โค้ก ร่วงลงจาก 56.10 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือราคาหุ้นละ 55.22 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ที่ โรนัลโด้ หยิบขวดน้ำดำออกจากโต๊ะแถลงข่าว และทำให้มูลค่าหุ้นโดยรวมทั้งหมดลดลงจาก 2.42 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 2.38 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหายไปมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว หรือถ้าจะคิดเป็นเงินไทยก็เอาตัวเลข 30 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศแบบกลมๆ ไปคูณเอาเองกันได้เลย แต่จะมีศูนย์ห้อยท้ายเยอะๆ หน่อย เพราะมีมูลค่าเป็นจำนวนมหาศาลตามหลักล้านล้านบาทเลยด้วย

นอกจากนี้ยังมีนักฟุตบอลชื่อดังในศึกยูโร 2020 ได้ทำตามแบบอย่างของ โรนัลโด้ ในช่วงระหว่างนั่งโต๊ะแถลงข่าวด้วย โดยเฉพาะ มานูเอล โลคาเตลลี่ กองกลางทีมชาติอิตาลีในช่วงหลังจบเกมที่ซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมบ้านเกิดไล่ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ 3-0 เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ได้หยิบขวดน้ำออกไปจากต่อหน้าในช่วงหลังจบที่เฉือนชนะ เยอรมนี 1-0 ด้วยเช่นกัน แต่เป็นขวดเบียร์ยี่ห้อ "ไฮเนเก้น" ในฐานะอีกหนึ่งสปอนเซอร์หลัก เพราะเห็นว่าขัดหลักศาสนาอิสลามที่นับถืออยู่ตามกฎข้อห้ามเรื่องการดื่มน้ำเมาโดยเด็ดขาด

In this photo illustration a Coca-Cola logo seen displayed...
In this photo illustration a Coca-Cola logo seen displayed... / SOPA Images/Getty Images

ทั้งนี้ โค้ก ในฐานะสปอนเซอร์หลักของ ศึกยูโร 2020 ได้ออกมาเปิดเผยในช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ทุกคนมีความชื่นชอบเครื่องดื่มแตกต่างกันออกไป ต่างคนต่างก็มีรสนิยม และความต้องการต่างกันด้วยเช่นกัน ส่วนโฆษกของฝ่ายจัดการแข่งขันได้ออกมาแก้เกี้ยวด้วยการชี้แจงเรื่องการวางขวดน้ำต่างๆ บนโต๊ะแถลงข่าวว่า ทางทีมงานจะจัดเตรียมเครื่องดื่มบนโต๊ะไว้ให้กับนักฟุตบอลทุกคนเหมือนกันทั้งหมด ประกอบไปด้วย น้ำเปล่า 1 ขวด และ โค้ก ซีโร่ สูตรไม่มีน้ำตาลอีก 2 ขวด ซึ่งก็ทำได้เพียงแค่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ เท่านั้น เพราะสิ่งที่ โรนัลโด้ ได้แสดงออกมาตามประสาของคนที่รักสุขภาพถือว่าเป็นสิทธิ์ส่วนตัวที่ทำได้อยู่แล้ว

แต่มีคนดังในศึกยูโร 2020 ที่ได้สวนกระแสของ โรนัลโด้ และเห็นว่าเป็นเรื่องตลกกันไป โดยเฉพาะ สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ กุนซือทีมชาติรัสเซียที่ได้โชว์การเปิดขวดโค้กแบบฝาจีบแล้วยกกระดกดื่มลงคอในช่วงระหว่างการแถลงข่าวเสียเลย ขณะที่ จอห์น แม็คกินน์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ได้เรียกเสียงฮาในช่วงก่อนนั่งแถลงข่าวด้วยการถามหาขวดโค้กเสียหน่อย ส่วนในรายของ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ กองหน้าทีมชาติยูเครนได้หยิบทั้งขวดโค้ก และขวดเบียร์มากองรวมเอาไว้ตรงหน้าในช่วงก่อนแถลงข่าวด้วย ปิดท้ายด้วย โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมได้บอกแบบเอาฮาว่าให้ โค้ก ติดต่อ ร็อก เนชัน สปอร์ต บริษัทที่ดูแลเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวได้เลย หากกำลังมองหาพรีเซนเตอร์อยู่ และมั่นใจว่าจะสามารถร่วมงานกันได้เป็นอย่างดีแน่ๆ

Romelu Lukaku
โรเมลู ลูกากู / Evgenia Novozhenina - Pool/Getty Images

ด้วยเหตุนี้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ในฐานะองค์กรลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในทวีป จึงได้ออกคำสั่งห้ามบรรดานักเตะและทีมงานแล้วว่า อย่าเคลื่อนย้ายสินค้าของสปอนเซอร์โดยไม่จำเป็น เพราะว่าผู้สนับสนุนคือส่วนสำคัญของการจัดแข่งขันในรายการต่างๆ นั่นเอง และอาจจะมีการออกโทษปรับเงินในอนาคตอีกด้วย หากยังคงมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำบ่อยๆ โดยสมาคมฟุตบอลของประเทศต่างๆ อาจจะต้องรับผิดชอบเรื่องค่าปรับในฐานะที่เป็นประเทศบ้านเกิดของนักเตะที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันนั่นเอง

นี่คือเรื่องดราม่าจาก "ขวดน้ำดำ" ในช่วงหลังจากที่ โรนัลโด้ ยื่นมือหยิบออกไปจากตรงหน้า และกลายเป็นเรื่องดราม่าในโลกโซเซียลมีเดียระหว่างเกมฟาดแข้งยูโร 2020 ไปด้วยเลย ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเปลี่ยนจากขวดโค้กมาเป็นรองเท้า "แอโร่ซอฟต์" แล้วจะถูกใจกัปตันทีมชาติโปรตุเกสด้วยหรือเปล่า แต่น่าจะถูกใจแฟนบอลชาวไทยอย่างแน่นอน

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit