เทียบความแข็งแกร่ง "ตำแหน่งต่อตำแหน่ง" ของ อินเตอร์ มิลาน ชุดแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ปี 2010 และปัจจุบัน

ศักย์ศรณ์ เนนเลิศ
May 4, 2021, 10:53 AM GMT+7
Manchester United v Chelsea - Premier League
Manchester United v Chelsea - Premier League | Getty Images/Getty Images
facebooktwitterreddit

จัดว่าเป็นทางการแล้วสำหรับตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลี ที่เปลี่ยนมือเป็นครั้งแรกจากที่ ยูเวนตุส ผูกขาดมานานถึง 9 ปีเต็ม จากผลเสมอ 1-1 ของทีมอันดับสอง อตาลันต้า เมื่อคืนวาน จึงส่งผลให้ อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงการันตีตำแหน่งแชมเปี้ยนไปโดยปริยาย

วันนี้เราจึงอยากย้อนกลับไป 11 ปีก่อน สมัยที่ที่ ทัพงูใหญ่ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศมาครองได้หนล่าสุดว่าขุมกำลังหลักประกอบด้วยใคร และพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน หากนำมาเปรียบเทียบแบบตำแหน่งต่อตำแหน่งกับทีมชุดปัจจุบันจะแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด เราลองไปดูกัน...

ผู้จัดการทีม

แม้ว่า อันโตนิโอ คอนเต้ ทำพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมใน เซเรีย อา ปีนี้ ด้วยการเร่งฟอร์มขึ้นมาจนนำโด่งเป็นจ่าฝูงได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 22 ก่อนจะเกาะอันดับหนึ่งเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่นและคว้าแชมป์ได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่ 34 ชนิดที่ทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง ยูเวนตุส ขาดลอย แต่สำหรับผลงานในรายการอื่นโดยเฉพาะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับตกต่ำอย่างน่าใจหายด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่มรั้งอันดับบ๊วย ไม่ได้ไปเล่นแม้แต่ ยูโรปาลีก ส่วนใน โคปปา อิตาเลีย พวกเขาตกรอบ 4 ทีมสุดท้ายจากการพ่าย ยูเวนตุส ไป 1-2

จากที่กล่าวมาดูจะเทียบไม่ได้เลยกับผลงานของ โชเซ มูรินโญ ในฤดูกาล 2009/10 ที่แม้ในลีกต้องแข้งขันจนถึงเกมสุดท้ายก่อนเฉือน โรมา ทีมอันดับ 2 เพียง 2 คะแนน แต่สำหรับรายการอื่น ๆ อย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์มาครองได้สำเร็จ เอาชนะมาทั้ง เชลซี บาร์เซโลนา รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ เช่นเดียวกับ โคปปา อิตาเลีย ที่อัด โรมา ในรอบชิงฯ คว้าเทรเปิลแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ในยุคนั้น

Jose Mourinho, Antonio Conte
Manchester United v Chelsea - Premier League | Laurence Griffiths/Getty Images

ผู้รักษาประตู

ดูจะคล้ายกันสำหรับสองยุคนี้นั่นคือการใช้นายทวารรายเดียวลงเล่นทุกรายการ ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของ ซาเมียร์ ฮันดราโนวิช มือกาวชาว สโลวิเนีย วัย 36 ปี ด้วยผลงานจนถึงปัจจุบัน 44 เกม เสีย 42 ประตูทำได้ 17 คลีนชีทรวมทุกรายการ ส่วนเมื่อ 11 ปีก่อน หน้าที่นี้เป็นของ ฮูลิโอ เซซาร์ จอมหนีบชื่อดังชาวบราซิล ที่ลงสนามไปถึง 54 นัด เสีย 45 ลูก เก็บได้ 25 คลีนชีท

Julio Cesar
Inter Milan v AS Roma - Serie A | Etsuo Hara/Getty Images

กองหลัง

สิ่งที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนสำหรับทั้งสองยุคก็คือแผนการเล่น ที่ปัจจุบัน คอนเต้ ใช้งาน 3 เซ็นเตอร์แบ็คและมีวิงแบ็คคอยวิ่งขึ้นลง ซึ่งปราการหลังตัวกลางหลัก ๆ ก็มี สเตฟาน เดอ ไฟร์จ มิลาน สคริเนียร์ อเลสซานโดร บาสโตนี ที่เป็นตัวยืนพื้นและมี ดานิโล ดิ อัมโบรซิโอ กับ อันเดรีย ราน็อคเคีย เป็นตัวสำรองทดแทน โดยมีวิงแบ็คสองฝั่งคอยสนับสนุนประกอบด้วย อัชราฟ ฮาคิมี ที่ทำได้ถึง 7 ประตูกับ 8 แอสซิตส์ดูแลทางกราบขวา "จารย์ยัง" แอชลีย์ ยัง ประจำการทางฝั่งซ้าย และมีตัวสำรองอย่าง มัตเตโอ ดาเมียน และ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในยามจำเป็น

FBL-ITA-SERIEA-ROMA-INTER
FBL-ITA-SERIEA-ROMA-INTER | VINCENZO PINTO/Getty Images

ส่วนในยุคของ มูรินโญ อินเตอร์ ในเวลานั้นเล่นสูตรแบ็คโฟร์ มีเซ็นเตอร์จอมแกร่งอย่าง ลูซิโอ และ วอล์เตอร์ ซามูเอล ประจำการเป็นตัวหลัก โดยมีตัวสำรองที่ทดแทนได้อย่าง อิวาน คอร์โดบา และ มาร์โก มาเตราซซี รอโอกาสอยู่ข้างสนาม ขณะที่แบ็คฝั่งขวาก็เป็น ไมคอน ส่วนด้านซ้ายเป็น คริสเตียน คิวู โดยมี และ ดาวิเด้ ซานตอน เป็นตัวสำรองที่สามารถเล่นได้ทั้งซ้ายและขวา

Barcelona's French forward Thierry Henry
Barcelona's French forward Thierry Henry | GIUSEPPE CACACE/Getty Images

กองกลาง

ทีมในยุค อันโตนิโอ คอนเต้ ส่วนใหญ่จะใช้มิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนในการสนับสนุนทั้งรุกและรับ ประกอบด้วย นิโก้ บาเรลลา มาร์เซโล โบรโซวิช และ อาร์ตูโร วิดัล เป็นกำลังหลัก โดยมีตัวหมุนเวียนอย่าง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี สเตฟาโน เซนซี และ คริสเตียน เอริคเซน ที่สามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้

Nicolo Barella, Marcelo Brozovic
AC Milan v FC Internazionale - Serie A | Quality Sport Images/Getty Images

ขณะที่ยุคของ เฮียมู จะหนักไปทางแผงมิดฟิลด์ โดยจะใช้กองกลาง 4-5 คนแพ็คเกมกลางสนามแล้วแต่สถานการณ์ โดยจะมี ฮาเวียร์ ซาเนตติ ที่เดิมทีเป็นแบ็คแต่ถูกจับมาเล่นเป็นกลางรับและทำได้อย่างไร้ที่ติชนิดที่ เมสซี ก็ยังผ่านเขาไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมี เอสเตบัน คัมเบียสโซ เดยัน สตันโควิช ติอาโก้ มอตต้า ซัลลีย์ มูนตารี ปาทริซ วิเอรา และมี เวสลีย์ ชไนเดอร์ เป็นเพลย์เมคเกอร์คอยปั้นเกม

Ivan Ramiro Cordoba, Wesley Sneijder, Javier Zanetti
FC Internazionale Milano v Catania Calcio - Serie A | Claudio Villa/Getty Images

กองหน้า

ยุคปัจจุบัน อินเตอร์ มีหัวหอกที่ใช้งานบ่อย ๆ 4 รายด้วยกัน ประกอบด้วย โรเมลู ลูกากู ที่ทำไปแล้ว 27 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ จับคู่กับ เลาตาโร มาร์ติเนซ ที่ยิงไป 17 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ และ อิวาน เปริซิช เป็นอีกทางเลือกในยามที่ทีมต้องการสร้างสรรค์เกมจากริมเส้น

Romelu Lukaku, Lautaro Martinez
FC Internazionale v US Sassuolo - Serie A | Marco Luzzani/Getty Images

ส่วนเมื่อ 11 ปีก่อน หัวหอกในยุคของ มูรินโญ ต้องบอกว่า "ไร้เทียมทาน" ทั้ง ซามูเอล เอโต้ ที่ทำไป 16 ประตูกับ 9 แอสซิสต์และคนสำคัญในปีนั้นอย่าง ดิเอโก้ มิลิโต้ ที่ยิงรวมทุกรายการไปถึง 30 ประตู อีกทั้งยังมี "หอกเทพจุติ" มาริโอ บาโลเตลี ในวัยเด็กที่กำลังคึกคะนองร้อนวิชา รวมถึง โกรัน ปานเดฟ ริคาร์โด้ ควาเรสมา และ อันโตนิโอ มันชินี ที่พร้อมจะลงมาสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เสมอในยามที่ได้รับโอกาส

Diego Alberto Milito, Samuel Eto'o
FC Internazionale Milano v US Citta di Palermo - Serie A | Claudio Villa/Getty Images

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit