เชลซี

เชลซี 2020/21 รีวิวซีซันสุดครบรส กับการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายจบท็อป 4 พรีเมียร์ลีก - OPINION

TOPSHOT-FBL-EUR-C1-CHELSEA-REAL MADRID
TOPSHOT-FBL-EUR-C1-CHELSEA-REAL MADRID / GLYN KIRK/Getty Images
facebooktwitterreddit

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฤดูกาล 2020/21 ที่สำหรับแฟน เชลซี คงได้เสพฟุตบอลกันแบบครบรสแทบทุกอารมณ์ตลอดปีที่ผ่านมา วันนี้เราจะวิเคราะห์จุดสำคัญ ๆ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาจนที่สุดแล้วสามารถคว้าท็อป 4 มาครองพร้อมเข้าชิงอีก 2 รายการ โดยจะมีประเด็นใดกันบ้างตามไปดูกัน...


นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2020/21

*รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรอีกครั้ง ตัวเลือกดังกล่าวเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน

เอ็นโกโล ก็องเต้

กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างเจิดจรัสอีกครั้งในฤดูกาลนี้สำหรับกองกลางผู้ที่ว่ากันว่ามีปอด 5 คู่อยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากการมาของ โธมัส ทูเคิล ที่ปรับมาใช้แผนการเล่นแบบวิงแบ็คโดยมีกองกลางบ็อกทูบ็อกสองคนคอยคุมจังหวะเกมกลางสนาม ทำให้บทบาทของ ก็องเต้ กลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้ง ด้วยความขยันไล่บอลแบบขึ้นสุดลงสุดทุกวินาทีที่อยู่ในสนาม แม้ว่าบทบาทของเขาจะไม่มีส่วนร่วมกับการสร้างสรรคโอกาสโดยตรง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรามักจะเห็น ก็องเต้ เข้าไปมีส่วนร่วมกับเกมอยู่ตลอดชนิดที่กล้องจับไปทางไหนก็เจอแทบทุกครั้งเลยก็ว่าได้

N'Golo Kante, Caglar Soyuncu
Chelsea v Leicester City: The Emirates FA Cup Final / Pool/Getty Images

นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2020/21

*รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรอีกครั้ง ตัวเลือกดังกล่าวเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน

เมสัน เมานท์

อันที่จริงต้องบอกว่ามีแข้งพลังหนุ่มของ สิงห์บลู หลายคนที่โชวฟอร์มได้ดีในปีนี้ แต่หากจะเลือกมาสักคนที่เข้าตาที่สุด ขอยกให้ เมสัน เมานท์ ตัวรุกดีกรีทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปีที่เรียกได้ว่าเป็น "เดอะแบก" ในแผงเกมรุกอยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียว กระทั่งมี พูลิซิช รวมถึง ฮาเวิร์ตซ์ ที่ฟอร์มดูดีขึ้นช่วงแบ่งเบาภาระไปได้บ้างตอนท้ายฤดูกาล อย่างไรก็ตาม เมานท์ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถยกระดับฝีเท้าจนกลายเป็นตัวหลักที่ทีมจะขาดไม่ได้เป็นที่เรียบร้อย โดยแฟนบอลหลายคนต่างคาดหวังว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นตำนานเหมือนอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกุนซือผู้ที่เชื่อมั่นและให้โอกาสเขาได้แจ้งเกิดขึ้นมานั่นเอง

Mason Mount, Anwar El Ghazi
Aston Villa v Chelsea - Premier League / Richard Heathcote/Getty Images

การเซ็นสัญญายอดเยี่ยมแห่งปี 2020/21

ติอาโก้ ซิลวา

เชลซี ใช้เงินเสริมทัพในฤดูกาลนี้ไปมากกว่า 220 ล้านปอนด์ ซึ่งต้องยอมรับว่านักเตะใหม่หลายคนยังโชว์ฟอร์มไม่ได้ตามที่คาดหวังเท่าใดนัก แต่มีอยู่หนึ่งรายหนึ่งที่ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้ามามีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านนั่นก็คือ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังชาวบราซิลวัย 36 ปี ที่หลายคนมองว่าทั้งอายุมากเกินกว่าจะเล่นในระดับท็อปต่อไป แถมในอังกฤษฟุตบอลทั้งรวดเร็วและดุดันไม่น่าจะรับมือไหว แต่แล้วเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้จะอายุผ่าน 30 กลาง ๆ มาแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช้อุปสรรคของเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะมันถูกชดเชยด้วยประสบการอันโชกโชนและเซ็นต์บอลอันยอดเยี่ยมจนเขากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้ทั้งที่เป็นปีแรงของเขา ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวยังย้ายมาแบบไร้ค่าตัวอีกด้วย !

Karim Benzema, Thiago Silva
Real Madrid v Chelsea - UEFA Champions League Semi Final: Leg One / Angel Martinez/Getty Images

ผลงานผู้จัดการทีม

คงต้องแบ่งเป็นสองพาร์ทสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมของ เชลซี ในปีนี้ เพราะช่วงต้นสโมสรยังใช้งาน แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือหนุ่นตำนานสโมสรที่พาทีมจบท็อป 4 ในปีแรกได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามผลงานนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจัดว่าน่าผิดหวัง แม้จะเก็บชัยมาได้อยู่บ้าง แต่รูปเกมต้องบอกว่าทรงไม่ดีเอาเสียเลยแม้ว่าจะกว้านซื้อนักเตะราคาแพงมากมายเข้ามาสู่ทีม เวลผ่านไปผลงานกลับดูไม่พัฒนาขึ้นแถมอาจจะตกต่ำกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ ถึงขนาดลงไปจมอยู่กลางตารางหลังผ่านไปครึ่งฤดูกาล นั่นจึงทำให้สโมสรจัดการอย่างเด็ดขาดตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการทีมในเกมสัปดาห์ที่ 20 โดยนำตัว โธมัส ทูเคิล ที่เพิ่งถูกปลดจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เข้ามาคุมทีมแทนนั่นเอง

หลายคนอาจตั้งคำถามต่อนายใหญ่ชาวเยอรมันรายนี้ในช่วงแรก แต่อาศัยคิดว่าคงมาแค่คุมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล กระนั้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผลงานของ ทูเคิล กับ แลมพาร์ด กลับต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่ทั้งระบบ รูปเกม ฟอร์มของนักเตะ ต่างค่อย ๆ ดีขึ้น ๆ จนสร้างสถิติกุนซื้อหน้าใหม่มากมาย กระทั่งพาทีมจบท็อป 4 ได้สำเร็จ พร้อมกับเข้าชิงฟุตบอลถ้วยอีก 2 รายการด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าผลงานในช่วงท้ายฤดูกาลจะดูแผ่วลงไป คงต้องมาลุ้นกันว่า ทูเคิล จะจบปีแรกกับทีมอย่างสวยหรูด้วยการพา สิงห์บลู เถลิงบัลลัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่รอชิงชนะเลิศในวันเสาร์นี้ได้หรือไม่ หรือจะจบปีอันขื่นขมแบบมือเปล่าสวนทางกับเม็ดเงินที่ทีมลงทุนไป..

Thomas Tuchel, Frank Lampard
Chelsea v Wolverhampton Wanderers - Premier League / Sam Bagnall - AMA/Getty Images

ช่วงเวลายอดเยี่ยมแห่งปี 2020/21

หากจะให้เลือก 1 เหตุการณ์ที่น่ายินดีสำหรับ สิงโตน้ำเงินคราม ในปีนี้ ขอยกให้เป็นชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด 2-0 ในเลกสองที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากที่เกมแรกบุกไปยันเสมอมาได้ 1-1 ที่เลือกโมเมนต์นี้เพราะทุกคนทราบกันดีว่า เรอัล มาดริด คือยอดทีมของยุโรป แถมเพิ่งจะอัด ลิเวอร์พูล ตกรอบไปก่อนหน้านั้น แม้ว่าเกมแรกจะฟอร์มจะดูดีกว่าแต่ก็ยังต้องมากดดันต่อเนื่องในเกมนัดที่สอง ซึ่งประตูซ้ำจ่อ ๆ ของ ติโม แวร์เนอร์ ดูจะปลดล็อคความกดดันไปได้บ้าง แต่ มาดริด เองก็เกือบได้ทีเด็ดของ เบนเซมา ยิงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาอยู่หลายครั้ง กระทั่งประตูปิดกล่องของซุเปอร์ซับอย่าง พูลิซิช ส่งทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปได้แบบไม่มีใครคาดคิด หากดูจากผลงานในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา

Casemiro, Ngolo Kante
Real Madrid v Chelsea - UEFA Champions League / Soccrates Images/Getty Images

ช่วงเวลายอดแย่แห่งปี 2020/21

นอกจากผลงานอันตกต่ำในช่วงต้นฤดูกาล สิ่งหนึ่งที่ดูจะผิดหวังชนิดไม่มีใครคาดคิดสำหรับปีนี้นั่นก็คือฟอร์มที่แผ่วลงอย่างน่าใจหายในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายความเป็นไปของฤดูกาลหน้า โดยหลังจากชัยชนะในเกมลีกสัปดาห์ที่ 35 เหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 โมเมนตัมของทีมดูจะสวยหรูเข้าทางไปหมดชนิดที่แม้แต่คู่ชิง แชมเปี้ยนส์ลีก ยังผ่านมาได้แล้ว แบบนี้ช่วงที่เหลือทั้งฟอร์มและความมั่นใจคงจะพาทีมประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นแน่นอน...

แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในเกมนั้นต่อมาพวกเขาเปิดบ้านโดน อาร์เซนอล อัดคาบ้าน 0-1 แถมเกมวันเสาร์ถัดมาในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ดันพ่าย เลสเตอร์ ชนิดที่เล่นแบบเหมือนไม่อยากชูถ้วยอีกด้วย แม้จะกลับมาแก้แค้นในลีกได้สำเร็จ แต่เกมสุดท้ายในลีกที่สำคัญสุด ๆ ต่อการลุ้นท็อป 4 ยังดันมาแพ้ แอสตัน วิลลา ที่หมดลุ้นอะไรแล้วเสียอีก โชคดีที่ สเปอร์ส พลิกเอาชนะ เลสเตอร์ ไปได้ มิฉนั้นทีมคงจบอันดับที่ 5 ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยฟอร์มที่ตกต่ำแบบน่าใจหายนี้เองกับเกมสำคัญที่สุดแห่งปีในนัดสุดท้ายที่กำลังมาถึง ผลงานแบบนี้มันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจทั้งนักเตะรวมถึงแฟนบอล ที่แค่เจอ แมนฯ ซิตี้ ก็หนักพออยู่แล้ว แถมต้องมากลุ้มกับฟอร์มของทีมที่หากเล่นเหมือนเกมก่อน ๆ คงจะยากที่จะเบียด เรือใบสีฟ้า คว้าถ้วยบิ๊กเอียร์เอาไว้ได้นั่นเอง

Chelsea v Leicester City: The Emirates FA Cup Final
Chelsea v Leicester City: The Emirates FA Cup Final / Marc Atkins/Getty Images

ดาวซัลโวสูงสุด 2020/21

ติโม แวร์เนอร์ / แทมมี อับราฮัม - 12 ประตูรวมทุกรายการ

หากนับรวมทุกรายการ แวร์เนอร์ ที่ฟอร์มบูด ๆ กับ แทมมี อับราฮัม ที่แทบไม่ได้ลงเล่นในช่วงหลังคือ 2 นักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดตลอดทั้งฤดูกาล โดย แวร์เนอร์ ยิงในลีกไป 6 ประตู ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 ประตู เอฟเอ คัพ 1 ประตู คาราบาว คัพ 1 ประตู ส่วน แทมมี ยิงในลีกไป 6 ประตู ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ประตู เอฟเอ คัพ 4 ประตู คาราบาว คัพ 1 ประตูด้วยกัน

FBL-ENG-FACUP-CHELSEA-LUTON
FBL-ENG-FACUP-CHELSEA-LUTON / DANIEL LEAL-OLIVAS/Getty Images

แอสซิสต์สูงสุด 2020/21

ติโม แวร์เนอร์ - 15 ครั้งรวมทุกรายการ

แม้ฟอร์มการถล่มประตูจะผิดไปจากความคาดหมาย แต่อย่างน้อยมันก็ถูกทดแทนได้จากการสร้างโอกาสทำประตูให้ทีมซึ่งมากที่สุดในฤดูกาลถึง 15 ครั้ง แบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 12 ครั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้ง และ เอฟเอ คัพ 1 ครั้ง แถมปีนี้เจ้าตัวยังสามารถเรียกจุดโทษให้ทีมได้หลายต่อหลายครั้งอีกด้วย

Timo Werner
Chelsea v Leicester City - Premier League / Catherine Ivill/Getty Images

ภาพรวมในปี 2020/21 ที่ผ่านมา

หากจะสรุปเรื่องราวตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมาต้องใช้คำว่า "ครบทุกรสชาติ" จริง ๆ สำหรับแฟนบอล สิงโตน้ำเงินคราม ที่เริ่มต้นด้วยความหวังตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ก่อน กับการเสริมทัพชนิดที่ดุเดือดกว่า 200 ล้าน กระทั่งหลังจากเริ่มต้นซีซั่นที่ดูแล้วเต็มไปด้วยความหงุดหงิดหัวร้อน บางรายอาจถึงขึ้นถอดใจตอนที่ผลงานตกต่ำสุด ๆ ถึงขนาดทำใจไว้แล้วว่าทีมคงล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่นอนในปีนี้ แต่ในที่สุดการมาของ ทูเคิล กลับสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่เฉยชาให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ซึ่งผลงานของทีมดี ๆ ขึ้นชนิดที่เรียกว่าสามารถจุดประกายความหวังของแฟนบอลให้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วช่วงท้ายก็กลับต้องมาเหนื่อยใจปนผิดหวังที่ผลงานของสโมสรรักสะดุดขาตัวเองล้มลงไปกองอีกรอบ แต่สุดท้ายแล้วยังดีที่ไม่เป็นอะไรมากและคว้าท็อป 4 มาได้ในที่สุด ที่สำคัญหว่านั้นสาวก สิงห์บลู ยังต้องเจอกับรสชาติความกดดันอันหนักหน่วงที่สุดในฤดูกาล เพราะต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้าย ทัพสิงโตพันล้าน จะสามารถยืนหยัดและลุกขึ้นมาผงาดเป็นเจ้ายุโรป เพื่อเติมเต็มรสชาติสุดท้ายที่ยังขาดไปได้หรือไม่ รสชาติที่แฟนบอลต่างต้องการลิ้มรสมากที่สุด "รสชาติการเป็นแชมป์" นั่นเอง...

Thomas Tuchel
Chelsea v Leicester City - Premier League / Glyn Kirk - Pool/Getty Images

ความคาดหวังในฤดูกาลหน้า 2021/22

หากอิงจากผลงานในปัจจุบัน เกมรับโดยรวมจัดว่าเข้าที่เข้าทางพอสมควรแล้ว แต่สำหรับเกมรุก เห็นได้ชัดว่าในยุคของ ทูเคิล นั้นยังต้องปรับปรุงในเรื่องการโจมตีอีกมากพอดู ทั้งวิธีการเข้าทำ แนวทางการเล่น ความเฉียบขาดแน่นอน รวมถึงทางเลือกเพิ่มเติมที่ไว้ใจได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว รับแน่นให้ตาย แต่ทำประตูไม่ได้สุดท้ายก็มีแต่แพ้กับเสมอเท่านั้น เพราะฉนั้นสิ่งที่แฟนบอลหลายคนคาดหวังกับทีมในปีหน้าเป็นอย่างแรก ๆ ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้ทีมกลับมาถล่มประตูคู่แข่งเป็นกอบเป็นกำได้อีกครั้ง ซึ่งนักเตะที่มีอยู่ใช่ว่าจะไม่มีคุณภาพ เพียงแต่ต้องใช้งานให้ตรงจุดเพื่อเค้นความสามารถออกมาให้เต็มที่เท่านั้น ส่วนเรื่องการเสริมทัพคงขาดก็แต่นักเตะบิ๊กเนมที่จะเข้ามาเสริมบารมีเพื่อช่วยข่มแนวรับข้าศึก อาจจะเป็น ฮาแลนด์ หรือ ลูกากู ตามที่เป็นข่าวก็พอจะเข้าท่าเข้าทรง ตามคำกล่าวที่ว่า "การป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตีที่มีคุณภาพมากที่สุด" นั่นเอง และหาก สิงห์บลู แก้ปัญหานี้ได้ ความสำเร็จที่แฟน ๆ หวังไว้ ก็คงไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน...


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit