เชลซี

10 เหตุการณ์ตราตรึงของ เชลซี ในยุค โรมัน อบราโมวิช - FEATURE

Chelsea v Crystal Palace - Premier League
Chelsea v Crystal Palace - Premier League / Clive Mason/GettyImages
facebooktwitterreddit

สโมสรฟุตบอลเชลซี ภายใต้ยุคของ โรมัน อบราโมวิช กำลังจะสิ้นสุดลงในอนาคตอันใกล้เมื่อมหาเศรษฐีชาว รัสเซีย ประกาศอย่างเป็นทางการว่าต้องการที่จะขายทีมแห่งนี้พ้นจากการครอบครอง

การมาถึงของ อบราโมวิช ในปี 2003 ได้เปลี่ยนโฉมให้ สิงห์บลู กลายเป็นยอดทีมแห่งยุโรป เติมเต็มโทรฟีแชมป์มากมายตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา

90min พาผู้ผ่านย้อนเวลา จดจำ 10 เหตุการณ์ที่ตราตรึงกับ เดอะบลูส์ ในยุค อบราโมวิช


1. การมาถึงของ โชเซ มูรินโญ - 2 มิถุนายน 2004

Jose Mourinho
Chelsea/Jose Mourinho Press Conference / Ben Radford/GettyImages

หมุดหมายอันเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ เชลซี เมื่อ โรมัน อบราโมวิช ดึงตัว โชเซ มูรินโญ ยกระดับในเส้นทางการเป็นกุนซือของตนเองด้วยการรับตำแหน่งนายใหญ่ของ สิงห์บลู

เสี่ยหมี เด้ง เคลาดิโอ รานิเอรี อันเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลออกจากทีมในซัมเมอร์ 2004 และแทนที่ด้วย มูรินโญ ในซัมเมอร์นั้นหลังจากที่ผู้จัดการทีมชาว โปรตุเกส เพิ่งพา ปอร์โต้ ซิวแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และเขาตอบแทนความไว้วางใจของ อบราโมวิช ด้วยการพา สิงโตน้ำเงินคราม ซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 50 ปีทันทีตั้งแต่ซีซันเดบิวต์

ด้วยคาแร็กเตอร์ 'เดอะสเปเชียลวัน' ของ จ่ามู ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตำนานผู้จัดการทีมที่ตราตรึงที่สุดรายหนึ่งในโลกลูกหนังยุคโมเดอร์น

2. ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2004

Didier Drogba
Chelsea v AC Milan / Ben Radford/GettyImages

วิถีฟุตบอลของ โชเซู มูรินโญ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ เชลซี ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับการเดินหน้าใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ 2004 ด้วยเช่นเดียวกัน

พวกเขาคว้าแข้งบิ๊กเนมอย่าง เปาโล แฟเรย์รา, ปีเตอร์ เช็ก, อาร์เยน ร็อบเบน, ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ติอาโก้ และ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ ร่วมทัพภายในเดือนเดียวก่อนที่จะกรุยทางกลายเป็นตำนานนักเตะแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเวลาต่อมา

3. เชลซี 4-2 บาร์เซโลนา - 8 มีนาคม 2005

John Terry
Champions League - Chelsea v Barcelona / Shaun Botterill/GettyImages

เชลซี ในยุคของ อบราโมวิช ประกาศศักดาบนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเขี่ย บาร์เซโลนา พ้นเส้นทาง

เดอะบลูส์ เริ่มต้นด้วยการปราชัยต่อ บาร์ซา 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกแรกที่ คัมป์นู ก่อน มูรินโญ จะพาทีมดับพลพรรค อาซูลกรานา 3-0 เลกที่สองใน เดอะบริดจ์ โดยเป็นการทำ 3 ประตูภายในเวลาเพียง 19 นาที

ลูกยิงระดับไอคอนของ โรนัลดินโญ ด้วยปลายเกือกเกือบจะสร้างแอนตี้ไคลแม็กซ์แต่ทีม สิงห์บลู ก็สามารถยันสกอร์ดังกล่าวเอาไว้ได้ท้ายที่สุด

4. แชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรก - 30 เมษายน 2005

Chelsea players spray champagne over the
Chelsea players spray champagne over the / ADRIAN DENNIS/GettyImages

เชลซี ภายใต้การนำทัพของ มูรินโญ ฤดูกาลแรกเดินหน้าขโยกคู่แข่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทำแต้มขาดนับตั้งแต่จบเกมที่ 35 ของฤดูกาลโดยเป็นการเอาชนะ โบลตัน 2-0 จากการเหมาทำ 2 ประตูของ แฟรงค์ แลมพาร์ด

ทีมชุดดังกล่าวยังทำสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีกสูงสุดแดนผู้ดียาวนานจนถึงเวลานี้ที่เพียง 15 ประตูเท่านั้น

5. ดับเบิลแชมป์ - 15 พฤษภาคม 2010

Chelsea's Captain John Terry (R), Englis
Chelsea's Captain John Terry (R), Englis / GLYN KIRK/GettyImages

ถัดจากนั้น เชลซี ยังสามารถรักษามาตรฐานประสบความสำเร็จต่อเนื่องทั้งในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ กระทั่งพวกเขาสามารถคว้าดับเบิลแชมป์ทั้ง 2 รายการสำเร็จเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2009/10

ทีมชุดดังกล่าวภายใต้การนำของ คาร์โล อันเชลอตติ ส่งท้ายด้วยการถล่มเอาชนะ วีแกน แอธเลติก 8-0 ขณะที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นฮีโร่ดับ พอร์ทสมัธ ใน เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ

6. แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในที่สุด - 19 พฤษภาคม 2012

Didier Drogba, George Osborne, Roman Abramovich
FC Bayern Muenchen v Chelsea FC - UEFA Champions League Final / Alex Livesey/GettyImages

เชลซี ของ เสี่ยหมี ทยอยกวาดแชมป์ทุกรายการภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายสูงสุดที่โทรฟี่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กระทั่งสามารคว้าแชมป์รายการดังกล่าวมาเชยชมได้ในปี 2012

ทีมชุดดังกล่าวสร้างปาฏิหาริย์คัมแบ็คในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเขี่ย นาโปลี หลุดวงโคจร ตามด้วยการคว่ำ เบนฟิก้า รอบถัดมา และ บาร์เซโลนา คือเหยื่อของ สิงห์บลู รอบรองชนะเลิศ

สิงโตน้ำเงินคราม ดวลกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ในนัดชิงชนะเลิศโดยมีลูกจุดโทษของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ตัดสินเกมส่งทีมคว้าแชมป์ บิ๊กเอียร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

7. ความเกรียงไกรในยุค อันโตนิโอ คอนเต้ - 12 พฤษภาคม 2017

Antonio Conte
Chelsea v Sunderland - Premier League / Michael Regan/GettyImages

ปีแรกของ อันโตนิโอ คอนเต้ ออกสตาร์ทด้วยผลงานที่น่าเป็นห่วงก่อนที่จะค้นพบจุดเปลี่ยนเร่งเครื่องเข้าป้ายในท้ายที่สุด นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ปฎิวัติฟุตบอลในยุคโมเดิร์น

รูปแบบการเล่น 3-4-3 ของ คอนเต้ บนเวที พรีเมียร์ลีก กลายเป็นของสแลงสำหรับอีก 19 ทีมที่เหลือ นำไปสู่การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนผู้ดีในที่สุด

8. แฟรงค์ แลมพาร์ด คัมแบ็คถิ่นเก่า - 4 กรกฎาคม 2019

Frank Lampard
Chelsea FC v Tottenham Hotspur - Premier League / James Williamson - AMA/GettyImages

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความปีติยินดีให้กับสาวก เดอะบลูส์ เมื่อ อบราโมวิช ดึงตัวเอา แฟรงค์ แลมพาร์ด ในฐานะอดีตตำนานแข้งของสโมสรคืนถิ่นเก่ากับบทบาทผู้จัดการทีม

ช่วงเวลาดังกล่าว สิงห์บลู ตกอยู่ภายใต้การติดโทษแบนในตลาดซื้อขายนักเตะ แข้งคีย์แมนอย่าง เอเด็น อาซาร์ ย้ายออกจากทีมสู่ เรอัล มาดริด เหลือเพียงทรัพยากรจากอคาเดมีเท่านั้นที่เป็นตัวเลือกให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ใช้งาน

นักเตะอย่าง เมสัน เมาท์, รีซ เจมส์, และ แทมมี อับราฮัม คือผลผลิตจากทีมชุดดังกล่าวของ แลมพาร์ด

9. แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ โธมัส ทูเคิล - 29 พฤษภาคม 2021

Thomas Tuchel
Manchester City v Chelsea FC - UEFA Champions League Final / Marc Atkins/GettyImages

เมื่อทีมภายใต้การกุมบังเหียนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เริ่มจะมีทิศทางไม่เป็นอย่างที่หวัง อบราโมวิช หันกลับไปใช้กระบวนการเดิมคือดึงเอากุนซือบิ๊กเนมที่เชื่อมั่นได้เข้ามากอบกู สิงห์บลู ก่อนจะทำให้ทีมมีผลงานที่กระเตื้องขึ้นอีกครั้ง

ทูเคิล นำ เชลซี จบอันดับท็อปโฟร์ของตารางคะแนน โดยมีผลงานที่น่าทึ่งอย่างการคว่ำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คว้าถ้วยบิ๊กเอียร์สำเร็จ

10. ปลดล็อคทุกโทรฟี่ - 12 กุมภาพันธ์ 2022

Cesar Azpilicueta
Chelsea v Palmeiras: Final - FIFA Club World Cup UAE 2021 / Francois Nel/GettyImages

การคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก กลายเป็นโทรฟีใบสุดท้ายของ เชลซี ภายใต้ยุคของ โรมัน อบราโมวิช เติมเต็มการสร้างเกียรติประวัติเป็นเต้ยในทุกรายการที่ เสี่ยหมี เป็นเจ้าของสโมสร

ขณะเดียวกัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยังเป็นนักเตะของ สิงโตน้ำเงินคราม คนแรกที่คว้าถ้วยแชมป์ในทุกรายการกับสโมสรอีกด้วย

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของ เชลซี อย่างแท้จริงที่สาวก เดอะบลูส์ จะไม่ลืมเลือน

facebooktwitterreddit