อาร์เซนอล

ชัยชนะหลังความพ่ายแพ้ของอาร์เซนอล - FEATURE

Aston Villa v Arsenal - Premier League
Aston Villa v Arsenal - Premier League / James Gill - Danehouse/GettyImages
facebooktwitterreddit

64 ชั่วโมงก่อนหน้าเกมกับ แอสตัน วิลล่า จะเริ่มต้นขึ้น อาร์เซนอล เพิ่งเดินออกจากสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พร้อมความผิดหวังเมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูล 2-0

66 ชั่วโมงต่อมาหลังความพ่ายเกมพวกเขาจบเกมที่ วิลล่า พาร์ค พร้อมกับสามคะแนนสำคัญในการลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเต็มตัว และเกมของพวกเขาเหลืออีก 10 เกมสุดท้ายในฤดูกาลนี้

ก่อนเกมเริ่มต้น อาร์เซนอล พบข่าวร้ายเพิ่มเติม นอกเหนือจากการที่ทีมได้พักน้อยเพียง 2 วันครึ่งก่อนลงสนามเกมนี้ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ กองหลังทีมชาติญี่ปุ่นยังคงพลาดเกมพรีเมียร์ ลีก เป็นเกมที่ 9 ติดต่อกันจากอาการบาดเจ็บน่อง ชื่อของ อารอน แรมสเดล (กล้ามเนื้อสะโพก)และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (ป่วย) เป็นอีกสองคนที่ไม่มีชื่อในทีมวันนี้ 

อาร์เซนอล เริ่มต้นเกมนี้คล้ายกับเกมที่เล่นกับ ลิเวอร์พูล เลือกทีมในระบบ 4-2-3-1 ในเชฟเกมบุก และเล่นยืนกันเป็น 4-4-2 ในเกมรับ มาร์ติน เออเดการ์ด ยืนสูงในระนาบเดียวกับ อเล็กซองเดร ลากาแซตต์

ส่วน แอสตัน วิลล่า มีปัญหาใหญ่เดียวกับ ลูก้า ดีญ แบ็คซ้ายฝรั่งเศส บาดเจ็บฟิตไม่ทันเกมนี้ แอชลีย์ ยัง (36 ปี สัญญาถึงกลางปี 2022) ลงมาแทนที่ และกลายเป็นหนึ่ง “ตัวละคร” สำคัญของเกมนี้ไปโดยไม่รู้ตัวและนี่คือประเด็นที่ผู้เขียนแยกย่อยออกมาจากสิ่งที่เห็น

ครึ่งแรกผิดแผนสิงห์ผงาด เข้าทางปืน และจังหวะเป็นใจ

อาร์เซนอล ยังคงเล่นบอลทรงเดิมแบบที่ผ่านมาตลอด พวกเขาใช้การขึ้นเกมทางริมเส้น เป็นอาวุธหลัก ใช้บริการ บูคาโย่ ซาก้า ทางขวา และ เอมิล สมิธ โรว์ ทางซ้ายในวันนี้ มองหาข่องทางการเข้าทำเร็ว โดยมีตรงกลางคือ มาร์ติน เออเดการ์ด บัญชาเกมรุก เน้นการออกบอลสั้นลำเลียงมาจากแนวรับมาถึง คู่กลาง ชาก้า-ปาเตย์ พาบอลมาเริ่มต้นเกมบุก

ขณะที่ แอสตัน วิลล่า วันนี้พวกเขาเล่นไม่เหมือนกับหลายทีมที่เล่นกับ อาร์เซนอล 45 นาทีแรก พวกเขายืนแพคเกมในพื้นที่ตนเอง แต่แนวรุกด้านบนที่วันนี้พวกเขาเล่นเหมือน 4-3-2-1 (หรือ 4-3-3) ใช้งาน บูเอนเดีย - คูตินโญ่ ยืนห้อยต่ำกว่า โอลลี่ วัตกิ้นส์ ในฐานะหน้าเป้าเล็กน้อย พวกเขาไม่ได้ดันเกมขึ้นสูงในการไล่บอลตั้งแต่แดนบน แต่ยืนโซนในแดนของตนเอง คุมพื้นที่ เคลื่อนที่ตามพื้นที่ ซึ่งนั่นทำให้ อาร์เซนอล สามารถเล่นได้ในแบบที่ต้องการ เซตบอลได้ง่าย ตัดสลับกับการวางบอลให้ริมเส้นเข้าทำ เราจึงได้เห็นการวางบอลออกข้าง ได้บ่อยครั้งมากตั้งแต่ครึ่งแรก โดยเฉพาะ ซาก้า ที่ทำให้ แอชลีย์ ยัง ที่อายุห่างกัน 16 ปี ตามเขาไม่ทันเลย จนต้องให้เพื่อนลงมาประคอง

จุดเด่นของวันนี้คือการยืนคู่กันของ ชาก้า และ ปาเตย์ ที่อาร์เตต้าเลือกใช้งานเป็นการเคลื่อนที่แบบคู่ ขึ้นเกม หรือถอยเล่นเกมรับแทบจะพร้อมกันอยู่ตลอด เจอกับ สามกองกลาง ดั๊กลาส ลุยซ์, ยาค็อบ แรมซีย์ และ จอน แมคกินน์ ที่ผลออกมาคือ คู่กลางของ อาร์เซนอล ทำได้ดีกว่า 2 จุดสำคัญ 1. การตัดเก็บบอลสอง 2. การเอาตัวรอดในสถานการณ์บีบพื้นที่ โดยเฉพาะ ปาเตย์ ที่ระยะหลังฟอร์มโดดเด่นมากในงานด้านนี้ กอปรกับ แอสตัน วิลล่า การเซตเกมของพวกเขาออกบอลเร็ว แต่ไม่แม่นยำมากพอ ก่อนจะเปิดประตูแรก (ที่กลายเป็นประตูชัยของเกมนี้) วิลล่า ทำให้ อาร์เซนอล ลำบากด้วยเกมรับที่ยังไม่ผิดพลาด ถ้าอาร์เซนอล ออกบอลไม่แม่นพอ ครองบอลเจ้าบ้านสู้ อาร์เซนอล ไม่ได้ก็จริง แต่ก็ไม่ปล่อยให้ได้ลุ้นอะไร

ประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้มาพร้อมความผิดพลาดของ วิลล่าในการยืนเกมรับ และการเข้าทางปืนซาก้า ที่ยิงได้มุมดี จุดเริ่มต้นการเล่นลูกสูตรตั้งเตะที่จังหวะแรกบอลไม่เข้าเป้า การเก็บบอลสองในเขตโทษของอาร์เซนอล ทำได้และกลายเป็นจังหวะลงตัว เมื่อ ซาก้า วิ่งเข้ามายิงหน้าเขตโทษ ขณะที่ แนวรับ วิลล่า ยืนอยู่ในเขตโทษตนเองครบ 11 คน โดยเฉพาะตรงกลางเทกันเข้ามา 5-6 คน กลายเป็นว่า ซาก้า ยิงผ่านกำแพงมนุษย์เหล่านั้นได้พอดีเป๊ะ และ มาร์ติเนซ ผู้ซึ่งกลายเป็นโดนเพื่อนร่วมทีมบังมิดจากจำนวนคนมากมาย บอลมาให้เห็นอีกทีก็ผ่าน ไทโรน มิงส์ ที่ยืนเป็นตัวสุดท้ายแล้ว พุ่งล้มไม่ทัน กลายเป็นประตูที่ 2,000 ของอาร์เซนอลในพรีเมียร์ ลีก ไปเรียบร้อย

สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังเกมนี้บ่นลูกทีมตัวเองว่าครึ่งแรกเล่นด้วยความเกร็ง ไม่เชื่อมั่นในแผนงานของทีม ซึ่งตรงนี้เห็นด้วยมาก เพราะจุดเริ่มที่อาร์เซนอละครองเกมได้คือ ความผิดพลาดของวิลล่าเป็นที่ตั้ง ยิ่งถ้าจะเล่นแผนที่ต้องใช้ความเข้าใจเกมสูงมากเท่าไร นักเตะต้องทำได้ตามแผนอย่างละเอียดมากเท่านั้น แต่พอครึ่งหลังตรงนี้ก็ยิ่งชัดเจน

Bukayo Saka
Aston Villa v Arsenal - Premier League / Chris Brunskill/Fantasista/GettyImages

ครึ่งหลัง ความนิ่งในเกมรับ ความแม่นยำที่ลดลงในเกมบุก และผลงานตัวสำรองที่ไม่ได้ตามสั่ง

วิลล่าเริ่มครึ่งหลังมาทางเลือกพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากนัก พวกเขาดันเกมทันที เราได้เห็นการเพรสซิ่งบอลตั้งแต่แดนบน วิ่งไล่กันบ้าคลั่งมาก ซึ่งบางช่วง วิลล่า สามารถครองเกมได้ขั้นครองบอล 75:25 เลยก็มี แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาไปไม่ได้สุดทางอย่างที่ต้องการคือ พวกเขาออกบอลกันไม่แม่นยำในการเซตเกมเพื่อจะขึงใส่อาร์เซนอลแบบต่อเนื่อง และอีกเรื่องคืออาร์เซนอล แดนกลางของพวกเขาบีบพื้นที่ ได้ชะงัดกว่า และรอสวนกลับ 

บางช่วงเราจะได้เห็นว่า วิลล่า สร้างเกมรุกได้ช่วงใหญ่ ๆ เลย แต่พวกเขาเอาบอลเข้าพื้นที่อันตรายไม่ได้ ครั้นพอจะโหมใส่ พวกเขาก็ขาดช่วงในเกมบุก เพราะ อาร์เซนอล กับการยืนแบบ 4-4-2 พวกเขาใช้การเคาะบอลสั้น และอาศัยความสามารถเฉพาะตัวผู้เล่น แกะเพรสซิ่งอออกมาได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ถ้าแกะได้พวกเขาก็ได้สวนทุกครั้ง เพราะ เออเดการ์ด - สมิธ โรว์ หรือว่า ซาก้า พวกนี้ ไม่มีความเร็ว ก็เบสิกครองบอลแน่น บวกกับมีชาก้า – ปาเตย์ ที่เด่นในเรื่องการตัดบอล-แย่งบอล วิลล่าก็ยิ่งลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม “จุดเปลี่ยน” ที่เกือบ “เปลี่ยนเกม” คือคุณภาพของตัวสำรองของ อาร์เซนอล เอง

แอสตัน วิลล่า ในฐานะผู้ตามไม่มีทางเลือกอยู่แล้วในการใส่ตัวรุกลงมาเพิ่มเติม เข้าใจกันได้ทีมตามหลัง การเติม เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ และ เลออน ไบลีย์ ลงมาแทน พวกเขามองหาความเร็วมากขึ้นในการจะทำให้อาร์เซนอลเกิดข้อผิดพลาดให้ได้ แต่มันไม่เป็นผลเท่ากับ ตัวสำรองสองคนแรกของอาร์เซนอลเอง การลงมาของ นิโกล่าส์ เปเป้ และ เอ็ดดี้ เอนเคเธีย สร้างข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ เปเป้ ลงมาวูบวาบเพียงไม่กี่นาทีแรก แต่หลังจากนั้นผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง ไม่ต่างจาก เอนเคเธีย ที่เป็นอีกเกมที่ได้โอกาสแล้วยังคงไม่น่าพอใจกับฟอร์มการเล่น

Nicolas Pepe, Bukayo Saka
Aston Villa v Arsenal - Premier League / Catherine Ivill/GettyImages

วิลล่าเปลี่ยตัวมาบุก อาร์เซนอล เปลี่ยนตัวมาเพิ่มความสด ให้แดนหน้าช่วยกันเก็บบอลให้ได้ หรือยิ่งดีคือสวนกลับให้ได้ แต่สุดท้ายทั้งสองส่วนนี้ ทำได้น้อยมาก และนั่ทำให้ วิลล่า ยังคงมีโอกาสในเกม  โมเมนตัมช่วงท้ายเกม วิลล่า บุกหนัก แม้กระทั่งแมตตี้ แคช และ แอชลีย์ ยังก็ดันเกมขึ้นมาด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความไม่แม่นยำของพวกเขาไม่มากพอจะสร้างโอกาสอะไรได้ และอาร์เซนอล เอาตัวรอดได้แบบไม่ได้เหนือกว่า แต่พวกเขานิ่งกว่าในเวลาคับขัน

แอสตัน วิลล่า จบเกมนี้แบบเจ็บปวดผิดหวัง แต่ทีมของ เจอร์ราร์ด เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เข้าสู่เดือนที่ 4 แล้วที่เขาเลือกมารับงานที่นี่ แผนงานของทีมมีความชัดเจนขึ้น เห็นโครงสร้างทีมตัวหลัก บวกกับการลงทุนจาก นาสเซฟ ซาวิริส ที่ยืนยันว่าจะสนับสนุนต่อ แม้ว่าจะลงทุนไปมากกว่า 300 ล้านปอนด์แล้วนับจากเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร “สิงห์ผงาด” ทีมนี้น่าติดตามว่าในฤดูกาลหน้าพวกเขาจะเสริมทีม และจัดการทีมได้ดีกว่าเดิมแค่ไหน วันนี้พวกเขายังมีข้อผิดพลาดจากตัวเองมากเกินไป ความเข้าใจการเล่นของทีมที่โค้ชต้องการ ความเข้าใจในเพื่อนร่วมทีมว่าเล่นกันอย่างไร ตรงนี้ยังไม่เข้มข้นมากพอและมันส่งผลถึงความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะเรื่องของการออกบอล และการขึงเกมที่ยังทำไม่ได้ต่อเนื่องที่พวกเขาอาจพูดได้ว่าไม่น่าแพ้ แต่ถ้ามองจากสถิติที่ออกมาพวกเขาก็ไม่ควรได้สามคะแนนเช่นกัน ถ้าเล่นมายิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมนี้ในช่วงนาทีสุดท้ายของการแข่งขันแบบที่ออกมา เพียงแต่ประตูเดียวที่เกิดขึ้น น๊อคพวกเขาร่วงนับสิบ มันมาจากจังหวะที่ลงตัว เพียงเสี้ยววินาทีที่เกิดขึ้น  ฤดูกาลนี้ของพวกเขาคือฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และเพิ่งเข้าสู่การปรับทีมในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

FBL-ENG-PR-ASTON VILLA-ARSENAL
FBL-ENG-PR-ASTON VILLA-ARSENAL / ADRIAN DENNIS/GettyImages

อาร์เซนอล ในภาพรวมมองว่าทำได้ดี พวกเขาเล่นเกมรับได้นิ่งมาก “Personal Error” ที่เคยก่อความบรรลัยให้ทีมในหลายเกม รวมถึงความพ่ายแพ้ในเกมกับลิเวอร์พูล วันนี้เกิดขึ้นน้อยมาก และเมื่อพลาดมันไม่ส่งผลต่อการไปถึงการเสียประตู แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ 10 เกมต่อจากนี้ที่เหลือ กับจำนวนนักเตะที่มีเหล่าตัวสำรองของพวกเขา หากยังผลงานได้แค่นี้ และต้องเสียตัวหลักไปเพราะบาดเจ็บ หรือแบน พวกเขาจะเอาตัวรอดไปจนถึงฝั่งฝันได้จริงหรือ นี่เป็นสิ่งที่ต้องรอการพิสูจน์ด้วยการแข่งขันกันต่อไป เพราะปัญหาเรื่อง Squad Depth ถึงตรงนี้ ต้องเลยตามเลยกันแล้วจนกว่าจะจบฤดูกาล ทีมงานต้องทำงานกันอีกเพียบในการดูแล 20 นักเตะกับช่วงที่เหลือให้พวกเขาพร้อมที่สุดเพื่อลงเล่นให้จงได้

ชัยชนะในเกมนี้อของอาร์เซนอล หลังผ่านเกมกับลิเวอร์พูลที่พ่ายแพ้มาเพียง 66 ชั่วโมง น่าจะเป็นยาใจชั้นยอดสำหรับพวกเขาในการเดินหน้ากันต่อไป ภาพการฉลองชัยชนะที่นักเตะวิ่งไปกอดคอกันกลม ยินดีกับชัยชนะ และขอบคุณ แบนด์ เลโน่ นายทวารที่หายไป 7 เดือนกับการเล่นพรีเมียร์ ลีก และแอคชั่นเซฟสุดท้ายของเขาในเกมนี้ คือจังหวะหมดเวลาการแข่งขัน ทำให้เห็นถึงทีมสปิริตที่ยอดเยี่ยมของทีม กับอาการ “ดีใจเหมือนได้แชมป์” แบบที่ แอชลีย์ ยัง กล่าวไว้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะ มิเคล อาร์เตต้า ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นกับ 10 เกมที่เหลือที่เหมือนนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยสำหรับทีม และก็คงไม่ได้แคร์เสียด้วยว่าใครจะว่ายังไงกับการฉลองชัยที่หากจบฤดูกาลนี้มันทำให้ทีมได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ

จังหวะยิงประตูชัยของ บูคาโย่ ซาก้า ที่นักเตะแอสตัน วิลล่า เข้าไปยืนในเขตโทษครบ 11 คน จากจังหวะต่อเนื่องในลูกตั้งเตะ ที่กลายเป็นกระจุกตัวหน้าบ้านตัวเองมากเกินไป เมื่อ ซาก้า ยิงประตูผ่านกำแพงมนุษย์เข้ามาได้ มาร์ติเนซ ที่โดนบังแทบไม่เห็นอะไรก็แทบจะทำอะไรไม่ได้มากกว่าสิ่งที่เขาพยายามออกมาแล้ว

facebooktwitterreddit