พรีเมียร์ลีก

นิโกลาส อเนลก้า: ตามรอย 1 ในท็อป 20 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล พรีเมียร์ลีก

Tottenham Hotspur v Manchester City
Tottenham Hotspur v Manchester City / Clive Mason/GettyImages
facebooktwitterreddit

หากใครมีโอกาสได้ติดตามฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ช่วง 10-20 ปีก่อนคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อกองหน้าจอมพเนจรมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง นิโกลาส อเนลก้า หัวหอกชาวฝรั่งเศสที่มีประสบการณ์เคยค้าแข้งกับสโมสรยักษ์ใหญ่มาแล้วอย่าโชกโชน

วันนี้เราจะพาแฟน ๆ 90Min ย้อนกลับไปชมที่มาที่ไปและชีวิตการค้าแข้งของยอดดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้ ก่อนจะปิดฉากการค้าแข้งด้วยการเป็น 1 ใน 20 ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในยุค พรีเมียร์ลีก กับดาวยิงอันดับที่ 16 นิโกลาส อเนลก้า...


เกิดที่ ปารีส โตที่ ลอนดอน

อเนลก้า เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1979 ที่เมือง เลอ เชส์เนย์ ประเทศฝรั่งเศสก่อนที่จะย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่ ปารีสในเวลาต่อมา เมื่ออายุได้ 16 ปีเขาถูกแมวมองของทีมชุดเยาวชน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ดึงตัวเข้าสู่อคาเดมี ซึ่งนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นอาชีพการแข้งอย่างเป็นทางการของเขานับจากนั้น

ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาเพียง 1 ปีต่อมา ชีวิตของเขาจะพลิกผันจากการเป็นแค่ดาวรุ่งโนเนมสู่การเป็นกองหน้าชื่อดังของวงการเมื่อ อาแซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 500,000 ปอนด์ ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1997 แม้ว่าจะอายุได้เพียง 17 ณ เวลานั้น แต่เจ้าตัวก็ได้รับความไว้วางจากจาก เวงเกอร์ ให้เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชุดใหญ่ ก่อนที่ฤดูกาลต่อมา 1997/98 เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับสโมสรพร้อมผลงาน 9 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ก่อนพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ทั้ง พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในที่สุด

ช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมของ อเนลก้า กับ ปืนใหญ่ เกิดขึ้นในปี 98/99 ในวัยเพียง 19 ปี เจ้าตัวซัดไปถึง 19 ประตูให้กับทีม พาทีมลุ้นแชมป์เบียดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาจนถึงนัดสุดท้ายก่อนจะจบด้วยอันดับที่สองมีแต้มห่างจาก ปีศาจแดง เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

Nicolas Anelka
Nicolas Anelka / Ben Radford/GettyImages

เริ่มต้นออกพเนจร

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ อาร์เซนอล ช่วงหน้าร้อนปี 1999 เรอัล มาดริด ไม่รอช้าจัดการยื่นข้อเสนอก้อนโตให้กับ ปืนใหญ่ แลกกับการปล่อยตัวดาวเตะดาวรุ่งรายนี้มาร่วมทีม แต่ต้องบอกว่าที่กรุง มาดริด ทั้งโอกาสลงสนามและผลงานของเขาในยุคที่มี วิเซนเซ เด บอสเก้ คุมทีมนั้นดูจะสวนทางกับสมัยที่เล่นที่อังกฤษอย่างสิ้นเชิง โดยทำไปได้เพียง 2 ประตูในลาลีกา แต่ก็มีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ในปีนั้น

อย่างไรก็ตามหลังจบฤดูกาล 99/00 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต้นสังกัดเก่าตัดสินใจทุ่มทุนดึงตัว อเนลก้า ที่ล้มเหลวที่สเปนกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง แม้ในซีซั่นแรกผลงานจะเริ่มดูมีทรงกับการยิงไป 13 ประตูรวมทุกรายการให้ เปแอสเช แต่แล้วในปีถัดมาเขากลับฟอร์มตกลงไปดื้อ ๆ พร้อมกับเริ่มมีข่าวเรื่องพฤติกรรมนอกสนามจนเดือนมกราคมปี 2002 ลิเวอร์พูล จัดการลองยืมตัวเขาใช้งานแต่ก็ดูเหมือนกับว่าจะยังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาไม่ได้ ยิงไปเพียง 4 ประตูในช่วง 6 เดือนที่ แอนฟิลด์ เท่านั้น

Nicolas Anelka
Nicolas Anelka / Clive Brunskill/GettyImages

มีลง ก็ต้องมีขึ้น

หลังจากล้มเหลวนับตั้งแต่ย้ายออกจาก อาร์เซนอล เมื่อปี 1999 ในช่วงหน้าร้อนปี 2002 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้มอบโอกาสให้เขากลับมาเล่นยัง พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ซึ่งที่ ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ อเนลก้า งัดฟอร์มเทพกลับมาได้สำเร็จโดยตลอด 2 ปีครึ่งกับ เรือใบสีฟ้า เจ้าตัวยิงได้รวมถึง 46 ประตูเลยทีเดียว

ต้นปี 2005 อเนลก้า ย้ายทีมอีกครั้งไปอยู่กับ เฟเนอร์บาห์เช โดยค้าแข้งอยู่ที่ตุกรี 1 ปีครึ่งทำไปได้ 16 ประตูก่อนที่ซัมเมอร์ 2006 โบลตัน จะคว้าตัวเขากลับมายังลีกเมืองผู้ดีอีกครั้ง แล้วก็อีกเช่นเคยที่ผลงานของเขายังคงดีต่อเนื่องบนเวที พรีเมียร์ลีก นั่นทำให้หลังจากเล่นในถิ่น รีบอกซ์ สเตเดี้ยม ได้เพียงปีครึ่ง เชลซี ก็จัดการคว้าตัวเขาไปเสริมทัพในที่สุด

ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงครึ่งซีซั่นแรก อเนลก้า พยายามปรับตัวให้กับกับทีมอย่างเต็มที่ จนกระทั่งในปี 2008/09 เจ้าตัวระเบิดฟอร์มเก่งยิงไป 19 ประตูในลีกคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก มาครองได้สำเร็จ ก่อนที่ปีต่อมาจะยิงอีก 15 ประตูกับ 10 แอสซิสต์พาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ แม้ซีซั่น 2010/11 สิงห์บลู จะจบแบบมือเปล่า แต่ผลงานส่วนตัวของเขายังยอดเยี่ยมด้วยการยิง 16 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ให้ทีมในฤดูกาลนั้น

Nicolas Anelka
Chelsea v Spartak Moscow - UEFA Champions League / Mike Hewitt/GettyImages

บั้นปลายอาชีพการค้าแข้ง

ฤดูกาล 2011/12 การมาของ อังเดร วิลาส โบอาส ทำให้โอกาสในการลงสนามของ อเนลก้า ลดน้อยลง ทำให้ช่วงเดือนมกราคมปี 2012 เจ้าตัวตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปค้าแข้งกับ เซียงไฮ้ เซินหัว ในประเทศจีน ซึ่งต้องบอกว่าน่าเสียดายเอามาก ๆ เพราะหากอยู่ต่อจนจบฤดูกาลเขาก็จะมีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลชุดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ เชลซี ไปแล้ว

หลังจากย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนหนึ่งปี ยูเวนตุส จัดการดึงตัวเขามาร่วมทีมแบบฟรี ๆ ใช่วงหน้าหนาวปี 2013 แม้จะคว้าแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ร่วมกับ ทัพม้าลาย ในปีนั้น แต่ อเนลก้า ก็แทบไม่มีส่วนร่วมเลย จนกระทั่งในซัมเมอร์ถัดมา เวสต์บรอมวิช ดึงตัวเขากลับสู่แดนผู้ดีอีกครั้ง แต่ก็อยู่ได้ไม่ครบปีก็ต้องแยกทางกันไปพร้อมฝากผลงานไว้ 2 ประตูกับสโมสร ช่วงบั้นปลายหลังจากไม่มีสังกัดมาพักใหญ่ ปี 2014 เจ้าตัวตัดสินใจเซ็นสัญญากับ มุมไบ ซิตี้ ทีมในลีกประเทศอินเดีย ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2016 ที่ผ่านมา ปิดตำนานดาวยิงจอมพเนจรในอังกฤษเอาไว้ที่ 126 ประตูจากการลงเล่น 364 นัดซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับที่ 16 ในการจัดอันดับดาวยิงสูสุดตลอดกาลยุค พรีเมียร์ลีก เลยทีเดียว

FBL-IND-MUMBAI CITY
FBL-IND-MUMBAI CITY / PUNIT PARANJPE/GettyImages

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit