Juventus

สถานีต่อไปของ อารอน แรมซีย์ หลังล้มเหลวกับ ยูเวนตุส - OPINION

Juventus  v FC Crotone - Serie A
Juventus v FC Crotone - Serie A / Jonathan Moscrop/Getty Images
facebooktwitterreddit

กลายเป็นนักเตะเนื้อหอมไปแล้วสำหรับ อารอน แรมซีย์ กองกลางเชิงสูงของ สโมสร ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช เซเรีย อา หลังจากที่มีข่าวว่าเตรียมถูกโละออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้

สตาร์ชาวเวลส์เคยค้าแข้งอยู่กับ อาร์เซนอล เป็นเวลายาวนานถึง 11 ปี นับตั้งแต่อายุ 17 จนกระทั่งหลังจบฤดูกาล 2018-2019 เจ้าตัวก็ไม่คิดต่อสัญญาและมุ่งหน้าหาความท้าทายใหม่ ๆ ในช่วงขวบวัย 28 ปีกับทีม "เบียงโคเนรี" ในแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งตอนนั้นทำเอาแฟนบอล ปืนโต ต่างครวญครางด้วยความเสียดาย พร้อมก่นด่าฝ่ายบริหารที่ไม่รู้จักรั้งนักเตะลูกหม้อรายนี้เอาไว้กับทีม

การจากไปของ แรมซีย์ คล้ายกับเป็นการสิ้นสุดยุครุ่งเรืองของ อาร์แซน เวนเกอร์ โดยสมบูรณ์ แม้ว่าจะมีสตาร์บางคนที่หลงเหลือมาจากยุคของนายใหญ่ชาวฝรั่งเศสในทีมชุดปัจจุบันอยู่บ้างก็ตาม แต่ดาวเตะมังกรแดงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเขาก็ว่าได้

Arsene Wenger, Aaron Ramsey
Arsenal v Swansea City - Premier League / Clive Mason/Getty Images

แต่การไปเหยียบดินแดนมักกะโรนีของสตาร์ อาร์เซนอล ก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเอาไว้ ที่นั่นเต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ โดยเฉพาะในแดนกลางที่อัดแน่นด้วยแข้งคุณภาพ การจะแทรกตัวเข้าไปเป็น 1 ใน 11 ตัวจริงจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบากพอสมควร ประกอบกับเรื่องของอาการบาดเจ็บที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ลอนดอน จึงทำให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

ผลคือ 18 เดือนนับตั้งแต่ที่ย้ายมายังตูริน แรมซีย์ ได้รับบาดเจ็บมากถึง 13 ครั้ง ทำได้เพียง 6 ประตู และได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในฤดูกาลนี้เพียง 12 นัดเท่านั้น ในขณะที่ยังคงรับค่าเหนื่อยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยถึง 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ พร้อมกับสัญญาที่ยังเหลืออีก 2 ปี

การที่ไม่ได้ลงเล่นอย่างเต็มที่แถมยังทำให้สโมสรต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในเรื่องการเงินเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สตาร์วัย 30 ปีจะกลายเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมนับตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

AC Milan v Juventus - Serie A
AC Milan v Juventus - Serie A / Stefano Guidi/Getty Images

นอกจากเหตุผลเรื่องฟอร์มการเล่นแล้ว ยูเวนตุส ยังมีปัญหาเรื่องการเงินในสโมสรหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เพราะพวกเขามีนักเตะที่มีค่าเหนื่อยระดับแสนปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่ในทีมหลายคน แถมฟุตบอลยังต้องเตะแบบไร้คนดูมาเกือบจะหนึ่งปี รายได้ที่ควรจะเข้าสโมสรก็หายไปเท่าตัว สุดท้ายก็ต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างรุนแรง โดยเพิ่งจะมีประกาศออกมาว่า แค่ครึ่งฤดูกาลแรกพวกเขาก็ขาดทุนไปแล้ว 99.07 ล้านปอนด์หรือเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัวจากซีซันที่แล้ว

จึงเป็นที่มาให้ทีมม้าลายพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่จะช่วยเอา แรมซีย์ ไปให้พ้น ๆ สโมสร จากนั้นสื่ออย่าง กัลโชแมร์คาโต้ ก็ตีข่าวว่าทั้ง ลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน และ อาร์เซนอล สโมสรเดิมพร้อมจะรับกลับไปใช้งานหลังจบซีซัน รวมทั้งข่าวล่ามาแรงจาก ตุ๊ตโต้สปอร์ต ที่ระบุว่า ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมคู่อริกับ เดอะกันเนอร์ส ก็พร้อมจะเซ้งกองกลางรายนี้ในช่วงซัมเมอร์เช่นกัน

มีการคาดการณ์กันว่าค่าตัวของกองกลาง ยูเว รายนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20-30 ล้านปอนด์ ซึ่งจะว่าไปถ้าเอาเฉพาะเรื่องฝีเท้าก็ถือว่าน่าลองน่าลุ้น แต่หากนับปัจจัยอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความฟิตและเรื่องสำคัญที่สุดอย่างค่าเหนื่อย
ทีมที่ให้ความสนใจคงต้องคิดกันหลายตลบ

เว็บไซต์ฟุตบอลลอนดอน วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า หาก อารอน แรมซีย์ ต้องการย้ายกลับมา พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวจะต้องยอมลดค่าเหนื่อยลง อาจจะไม่ใช่ 50% แต่ต้องถึงระดับ 60-70% เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่เพราะโรคระบาดในตอนนี้

Federico Chiesa, Alvaro Morata, Adrien Rabiot, Aaron Ramsey
Juventus v SS Lazio - Serie A / Jonathan Moscrop/Getty Images

เมื่อคิด ๆ ดูแล้ว ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล คงไม่ใช่ทีมที่ยอมจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะวัย 30 ปีในระดับมหาศาลเช่นนั้น หงส์แดง เองกำลังจะปล่อย จีนี ไวจ์นัลดุม วัย 30 ซึ่งรับค่าเหนื่อยแค่ 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ออกจากทีม การจะไปดึงเอา แรมซีย์ ซึ่งอายุเท่ากันแถมค่าเหนื่อยยังแพงกว่า 2-3 เท่ามันคงจะไม่ใช่วิสัยของ เยอร์เก้น คล็อปป์ และไมเคิล เอ็ดเวิร์ด อย่างแน่นอน

ส่วน ไอ้ปืนโต พวกเขาไม่ได้ไปเล่น ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก มาหลายปีแล้ว ทำให้สถานภาพทางการเงินไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิม การจะทุ่มเงินเพื่อจ่ายค่าเหนื่อยให้กับอดีตนักเตะของตัวเองในระดับ 100,000 - 200,000 ปอนด์นั้นคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในตอนนี้

ดังนั้นก็เหลือแค่ 2 ทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน และ สเปอร์ส ที่อาจจะบ้าเลือดยอมจ่ายในระดับที่ต้องการได้ แต่ทีมหนึ่งคือสโมสรที่ร้างลาความสำเร็จมาเนิ่นนาน แม้กระทั่งการจะไปเล่นในยุโรปยังเป็นเรื่องยาก ส่วนอีกทีมก็ดูเหมือนจะหลุดพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก ไปแล้วเช่นกัน แถมยังเป็นคู่ปรับสำคัญของ อาร์เซนอล ด้วยการจะเลือกย้ายข้ามฟากไปเล่นให้คู่อริดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีของนักเตะที่ต้องการจบอาชีพค้าแข้งแบบสวย ๆ อย่างแน่นอน

ดังนั้นเมื่อพิจารณาดูแล้ว หากให้ฟันธงกันตอนนี้คงจะเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่า แรมซีย์ จะลงเอยกับทีมใด แต่ถ้าเจ้าตัวยังอยากจะเล่นฟุตบอลต่อไปก็คงต้องยอมตัดใจลดค่าเหนื่อยลงดู บางทีอาจจะช่วยให้กลับมาแจ้งเกิดในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพค้าแข้งก็เป็นไปได้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

facebooktwitterreddit