ฟุตบอลหญิง

ก้าวสำคัญของฟุตบอลหญิงทีมชาติ อิหร่าน - FEATURE

ชิดชนก เชอร์มา
India v Iran - AFC Women's Asian Cup Group A
India v Iran - AFC Women's Asian Cup Group A / Thananuwat Srirasant/GettyImages
facebooktwitterreddit

ทีมชาติ อิหร่าน ได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในรายการฟุตบอลหญิงศึกชิงแชมป์ เอเชีย ที่ลงเอยด้วยผลเสมอกับ อินเดีย แบบไร้สกอร์ 0-0

จริงอยู่ที่ฟากทีมจากแดน ภารตะ คุมเกมเสียอยู่หมัด กระนั้นพวกเขาก็ไม่อาจเจาะเกมรับที่แข็งแกร่งซึ่งมี โซห์เรห์ คูเดอี คอยเซฟเป็นพัลวัน

ผลเสมอไม่ใช่ความสำเร็จเดียวของ อิหร่าน แต่กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องฝ่าฟันมาเพื่อให้ได้มาลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์นี้ต่างหาก

โดยอุปสรรคแรกของพวกเขาคือการที่ ฟีฟ่า สั่งแบนฮิญาบในปี 2007 ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยจนเกือบจะทำให้ทีมเยาวชนของพวกเขาชวดลงสนามใน โอลิมปิกที่ สิงคโปร์ เมื่อปี 2011 ก่อนจะหารือกันได้ลงตัวและเปลี่ยนมาสวมเฮดการ์ดที่ไม่คลุมคอแทน

ท้ายที่สุดในปี 2014 ฟีฟ่า ก็ได้ตัดสินใจยกเลิกมาตรการแบนและอนุญาตให้ผู้เล่นสวมฮิญาบลงสนามได้ในที่สุด

ไม่ใช่เพียงแต่ปัญหาจากภายนอกเท่านั้นที่กดทับฟุตบอลหญิง อิหร่าน แต่กฏหมายของบ้านเขาระบุเอาไว้ตั้งแต่ปี 1979 ที่สั่งห้ามมิให้สตรีเข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอล

กฏดังกล่าวถูกบังคับใช้มาอย่างยาวนานก่อนที่จะถูกพูดถึงอย่างจริงจังเมื่อปี 2019 ตอนที่ ซาฮา โคดายาริ หญิงวัย 40 ปลอมตัวเป็นชายเพื่อเข้าชมเกมแต่กลับถูกจับได้และกำลังรับโทษในเรือนจำ 6 เดือน แต่เธอเลือกจะจุดไฟเผาตัวเองเพื่อแสดงออกซึ่งอารยะขัดขืน

เรื่องร้อนถึงหูชาวโลก จนทำให้ ฟีฟ่า ต้องยื่นมือเข้ามาพร้อมกับสั่งให้ยกเลิกกฏหมายดังกล่าวไปในปีนั้น

Zohreh Koudaei
India v Iran - AFC Women's Asian Cup Group A / Thananuwat Srirasant/GettyImages

ล่าสุดเลยก็คือเรื่องที่ผู้เล่นในทีมถูกกล่าวหาว่าเป็นชายถึงสองครั้ง ในปี 2015 กับเมื่อปีที่แล้ว ในกรณีของ คูเดอี มือกาววัย 32 ที่ลงเล่นในเกมกับ อินเดีย ด้วยนั่นเอง


นี่อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ มาร์ยาม อิรานดูสท์ ผู้จัดการทีมก็มองเรื่องนี้ในแง่บวกและหวังที่จะเห็นฟุตบอลหญิงในประเทศถูกพัฒนาขึ้นจนสามารถคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกได้ภายใน 5 ปี ข้างหน้านี้

facebooktwitterreddit