เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาข่าวใหญ่ของ ​ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงในศึก ​พรีเมียร์ลีก คงจะหนีไม่พ้นการแสดงความสนใจอย่างออกนอกหน้าอีกครั้งของ เรอัล มาดริด ต่อ ซาดิโอ มาเน หนึ่งในสามกองหน้าระดับพระกาฬของ เยอร์เก้น คล็อปป์


ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ทีมระดับ ราชันชุดขาว จะให้ความสนใจกองหน้าทีมชาติเซเนกัลรายนี้ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า เจ้าตัวเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งที่พา หงส์แดง ประสบความสำเร็จในช่วง 2 ซีซันที่ผ่านมา


จริง ๆ แล้ว มาเน เกือบจะได้ย้ายไปเล่นในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ตั้งแต่หลังจบนัดชิงชนะเลิศ ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2018 ในเกมที่ มาดริด เอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ 3-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 13 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ แต่ท้ายที่สุดแล้วดีลก็ล่มไม่เป็นท่า เนื่องจาก ซีเนดีน ซีดาน ประกาศลาออกจากการเป็นเทรนเนอร์ของทีม โลส บลังโกส อย่างกะทันหัน


แม้ไม่อาจจะสามารถสานฝันในการไปเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้เสียสมาธิในการเล่นฟุตบอลแต่อย่างใด แถมยังสามารถกลับมาพาเครื่องจักรสีแดงเถลิงบัลลังก์แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 เมื่อซีซันที่ผ่านมา และสำหรับผลงานส่วนตัวก็ยังคว้ารางวัลดาวซัลโวของ พรีเมียร์ลีก ร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพื่อนร่วมทีมเป็นของแถม


Liverpool Parade To Celebrate Winning UEFA Champions League


จากจุดเริ่มต้นด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นนำมาซึ่งฟอร์มอันร้อนแรงของเหล่าพลพรรค หงส์แดง ในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะกับ มาเน ซึ่งเจ้าตัวยังคงเป็นกำลังสำคัญในเดินหน้าพาสโมสรไล่ล่าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยลงสนามในทุกรายการ 38 นัดยิงได้ 18 ประตูและทำแอสซิสต์ไป 12 ครั้งพาทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงด้วยการมีแต้มห่างทีมอันดับ 2 อย่าง ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 25 คะแนน และยังเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA อีกด้วย


สำหรับสถิติอันยอดเยี่ยมที่เขาทำได้ในฤดูกาลนี้คือ ยิงประตูเฉลี่ยเกมละ 2.3 ครั้ง การผ่านบอลสำคัญได้ 1.6 ครั้ง และการเลี้ยงบอล 2.1 ครั้ง ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมเจ้าตัวจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่น 11 คนแรกของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา


นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ มาเน มีความโดดเด่นและกลายเป็นกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งในอังกฤษและยุโรปก็คือ การไปกับบอลได้ดีและสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูจากจังหวะที่ไม่มีอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นมากจากช่วงแรกที่ย้ายมายังถิ่น แอนฟิลด์


สำหรับในส่วนของทีมชาตินั้น มาเน เป็นกำลังหลักในทีมชาติเซเนกัลด้วยการติดธงไปแล้ว 61 ครั้งและทำได้ 16 ประตู โดยแน่นอนว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้นำทัพบ้านเกิดลงเล่นในศึก แอฟฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ซึ่งจะกลับมาเตะกันในเดือนมกราคมปี 2021 นี้ด้วย


Sadio Mane,Neymar


ด้วยความยอดเยี่ยมทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น จึงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่จะมีทีมใหญ่มาให้ความสนใจ แต่แม้ว่าจะทำผลงานได้โคตรเจ๋งขนาดนี้ก็ยังมีกระแสที่ออกมาในเชิงยอมรับและสนับสนุนให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยอมตัดใจขายนักเตะรายนี้ออกจากทีม เพราะคิดว่าอย่างน้อยเงินจำนวนขึั้นต่ำ 150 ล้านปอนด์ (หากเป็นไปตามข่าว) ก็สามารถนำมาเล่นแร่แปรธาตุได้เหมือนที่พวกเขาเคยได้รับประโยชน์จากการขาย ฟิลลิปเป้ คูตินโญ ให้กับ บาร์เซโลนา เมื่อปี 2018 มาแล้ว


อย่างไรก็ตามแฟนบอลและกูรูอีกหลายเสียงก็ออกมายืนยันว่านักเตะอย่าง ซาดิโอ มาเน ไม่ควรที่จะต้องย้ายไปไหน ในเมื่อตอนนี้ระดับความยิ่งใหญ่ของของ ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด ก็แทบจะไม่ต่างกันในช่วง 2 ปีหลัง และการย้ายไปยัง ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว นั้นก็ใช่ว่าจะการันตีเรื่องความสำเร็จได้ เพราะหลังจากที่ ซีดาน นำลูกทีมเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 13 แล้วดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถสานต่อสิ่งที่ทำเอาไว้ได้และดูจะห่างไกลจากความสำเร็จที่เคยทำไว้อีกหลายปี


ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ดูเหมือนว่าพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังจากที่เคยครอบครองวงการลูกหนังบนเกาะอังกฤษและยุโรปมาแล้วเมื่อราว ๆ 30-40 ปีก่อน


ดังนั้นหาก เยอร์เก้น คล็อปป์ อยากจะพา หงส์แดง กลับสู่จุดที่เคยเป็น สิ่งที่สำคัญอันดับแรกก็คือ เขาต้องรั้งนักเตะตัวหลักของทีมเอาไว้ให้ได้ เพราะการเสียผู้เล่นดี ๆ ออกไปนั้น แม้จะได้เงินกลับมาจำนวนมหาศาล แต่ไม่ง่ายเลยที่จะได้นักเตะระดับคุณภาพที่ทัดเทียมกันกลับมาเสมอไป


FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-NEWCASTLE


ผู้เล่นอย่าง ซาดิโอ มาเน นั้นใช่ว่าจะหาได้ง่ายตามท้องตลาดเหมือนปลาสลิดหรือผักสด จริงอยู่ที่ว่ากว่าที่เจ้าตัวจะก้าวขึ้นมาได้ในระดับนี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาราว 1-2 ปี ซึ่งนายใหญ่ หงส์แดง ก็คงไม่สามารถจะรอปั้นแข้งรายใหม่ได้นานขนาดนั้นเพราะทีมกำลังติดลมบน ไอ้ที่ปั้นมาแล้วและที่มีอยู่ถ้าได้ใช้งานต่อไปและเสริมแบ็คอัพดี ๆ หรือหาตัวใหม่มาปั้นไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็น่าจะเป็นแผนงานที่ดีกว่า


ที่สำคัญก็คือ ตอนนี้ เดอะเร้ดส์ ไม่ใช่ทีมที่ขาดแคลนเงินทองเหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน พวกเขามีพลังการเงินที่แข็งแกร่งจากความสำเร็จในช่วง 2 ปีหลัง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องขายนักเตะกินเหมือนที่เคยทำมา


ดังนั้นหากผู้ที่เกี่ยวข้องกับสโมสรทุกคนมองว่าการพา ลิเวอร์พูล กลับคืนสู่การเป็นหนึ่งในเกาะมหาสมบัตินี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งเมื่อมีผู้จัดการทีมฝีมือระดับเทพพร้อมด้วยขุมกำลังที่สุดจะลงตัวแบบนี้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่พวกเขาจะต้องทำการขายผู้เล่นคนสำึคัญออกจากทีมในช่วงที่กำลังรุ่งแบบนี้


เพียงแต่ว่าหากมันไม่สามารถต้านทานพลังฟ่อนธนบัตรและตัวนักเตะเองมีความประสงค์ที่อยากจะย้ายทีม อันนั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วกัน


แต่อย่าลืมสะกิด มาเน ให้ดู ฟิลิปเป้ คูตินโญ เป็นตัวอย่างด้วย เผื่อจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง


FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-SPARTAK



สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด