Sadio Mane

[RANKING] 5 ดาวเตะชาวเซเนกัล ผู้ทำประตูใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้สูงที่สุด



หากใครยังจำกันได้ ในศึกฟุตบอลโลก 2002 ทีมชาติเซเนกัล ถือเป็นประเทศสร้างเซอร์ไพร์สได้มากที่สุด เพราะสามารถโค่น ฝรั่งเศส แชมป์เก่าตั้งแต่นัดเปิดทัวร์นาเมนต์กันเลยทีเดียว


จากนั้นทัพสิงโตแห่งเตรังก้า ก็โชว์ฟอร์มโดดเด่นต่อเนื่องจนผ่านเข้าสู้รอบน็อคเอาท์ไปได้แบบสวย ๆ จนกระทั่งพ่าย ตุรกี ตกรอบไปในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งถือว่าลึกมากเพียงพอแล้วสำหรับทีมชาติโนเนมอย่างพวกเขา


แต่หลังจากนั้น ชื่อเสียงของเหล่านักเตะทีมชาติเซเนกัลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2002 ก็โด่งดังมากขึ้นแบบยกแผงจนหลายทีมใหญ่ทั่วทั้งทวีปยุโรปรุมแย่งซื้อ-แย่งเซ็นกันจ้าละหวั่น ซึ่งก็มีทั้งล้มเหลวและประสบความสำเร็จกันไปตามเส้นของแต่ละคน


อย่างไรก็ตาม นั่นคือจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของ เซเนกัล กับวงการลูกหนัง เพราะหลังจากนั้นพวกเขาก็ผลิตผู้เล่นคุณภาพสูงออกสู่ตลาดโลกมากมาย และก็มีหลายคนค้าแข้งให้ทีมชั้นนำอยู่ ณ ปัจจุบันด้วย


มาดูกันว่า ในเวที พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เคยมีนักเตะชาวเซเนกัลคนไหนข้ามน้ำข้ามทะเลมาสร้างชื่อเอาไว้ด้วยการยิงประตูได้สูงสุดจนต้องยกนิ้วให้ !



5. เอล ฮัดจิ ดิยุฟ : 28 ประตู


ยอดกองหน้าจอมถุยคนนี้ ถือว่าประสบคนรู้จักมากสุดแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันจากศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ซึ่งน่าจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ของเจ้าตัวเป็นหลัก


และถึงแม้จะโด่งดังมีชื่อเสียงสุดตอนเล่นให้ทีมระดับ ลิเวอร์พูล แต่เอาจริง ๆ ผลงานของเขาในเวทีพรีเมียร์ลีกก็ไม่ได้น่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะสถิติการยิงประตูน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับจำนวนลงเล่นทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นกองหน้า


สี่ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ ดิยุฟ เคยลงเล่นด้วยนอกจาก ลิเวอร์พูล แล้วก็ยังมี โบลตัน, ซันเดอร์แลนด์, แบล็คเบิร์น ซึ่งยิงรวมทั้งหมดได้เพียงแค่ 28 ประตูจาก 243 นัด


4. อองรี กามารา : 31 ประตู


 อดีตกองหน้าชาวเซเนกัลคนนี้ เคยค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษกับ 4 สโมสร ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จมากนัก แต่โดดเด่นสุดกับ วีแกน แอธเลติก ช่วงฤดูกาล 2005-06 เพราะยิงในลีกได้ถึง 12 ลูกเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของเขาดร็อปลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ถูกส่งออกไปอยู่กับ เวสต์แฮม และ สโต๊ค ด้วยสัญญายืมตัว แต่กลับยิงประตูไม่ได้เลยตลอด 2 ฤดูกาลนั้น


สุดท้าย กามารา ต้องยอมแพ้ให้กับความฝันที่จะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการลูกหนังอังกฤษแล้วต้องย้ายออกไปค้าแข้งให้กับทีมจากลีกอื่น ๆ มากมายจนถูกสื่อบางเจ้าเรียกว่าเป็นแข้งพเนจรก่อนจะแขวนสตั๊ดกับทีม ฟอสติรัส ในลีกประเทศกรีซเมื่อ 2 ปีก่อน


3. ปาปิส ซิสเซ : 37 ประตู


สำหรับ ซิสเซ คนนี้ถือว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่อยู่สักหน่อยเมื่อเทียบกับเหล่าฮีโร่ทีมชาติเซเนกัลจากศึกฟุตบอลโลก 2002 เพราะเขาเปิดตัวในฐานะนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกเมื่อปี 2003 กับ ดูอาเนส ดาการ์ ณ ลีกประเทศบ้านเกิด


อย่างไรก็ตาม ฝีเท้าของ ซิสเซ ก็ถือว่าโดดเด่นสุด ๆ เพราะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้อย่างรวดเร็วจนกระทั่ง นิวคาสเซิล ซื้อมาอยู่ด้วยค่าตัว 9.3 ล้านปอนด์เมื่อปี 2012 ซึ่งถือเป็น 5 ปีที่ดีสุดบนเส้นทางค้าแข้งสำหรับเจ้าตัวเลยทีเดียว


ภายใต้ชุดแข่งของทัพสาลิกาดง ดาวยิงชาวเซเนกัล ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปทั้งหมด 117 นัดยิงได้ 37 ประตู ซึ่งอาจจะมองว่าน้อย แต่เมื่อรวมกับผลงานอันยอดเยี่ยมในฐานะสไตรเกอร์แล้ว ต้องบอกว่าพีคมากจริง ๆ 

2. เดมบา บา : 43 ประตู


 เดมบา บา เป็นกองหน้าชาวเซเนกัลอีกคนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังมาจากทีม นิวคาสเซิล เหมือนกับ ปาปิส ซิสเซ แต่ถ้าว่ากันถึงเรื่องผลงานการทำประตู คือเหนือระดับกว่าชัดเจน


สองฤดูกาลกับ นิวคาสเซิล เจ้าหนุ่มคนนี้ยิงได้ 29 ประตูจาก 54 เกมลีก จนทำให้ เชลซี รีบฉกไปเซ็นสัญญาด้วยการจ่ายเงินเท่าค่าฉีกสัญญาที่ 7 ล้านปอนด์ ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงอย่างหนึ่งของ ทัพสาลิกาดง เลยทีเดียว


ถึงแม้ช่วงที่ บา อยู่กับ เชลซี เขาจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากมายนักเพราะยิงไปแค่ 7 ลูกจาก 33 เกมลีก แต่ก็ยังมีประตูที่คนทั้งโลกต้องจดจำ เพราะมันเป็นการฉกเอาบอลจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ลื่นล้มเข้าไปซัลโวตุงตาข่าย 


โดยส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ไปอย่างน่าเสียดาย !!


1. ซาดิโอ มาเน : 80 ประตู


สำหรับกองหน้าผู้มีความหล่อเหล่าเท่า ณเดชน์ คนนี้ถือว่าเป็นแข้งเซเนกัลที่น่าจะประสบความสำเร็จมากสุดแล้ว เพราะปัจจุบันเขาถูกยกย่องว่าเป็น "ระดับโลก" โดยไม่มีใครกล้าเถียง


มาเน เริ่มสร้างชื่อให้ตัวเองได้ตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในลีกออสเตรียก่อนจะย้ายข้ามาเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่อังกฤษด้วยค่าตัวเพียงแค่ 11.8 ล้านปอนด์เท่านั้น


และจากจุดนี้เองทำให้คอลูกหนังทั้งโลกได้เห็นฝีเท้าของ มาเน กันแบบชัด ๆ ว่ามีดีขนาดไหน เพราะในขณะที่เล่นให้ทีมกลาง ๆ อย่างนักบุญแดนใต้ก็ยังลากเลื้อยและยิงประตูกระจายจนคนดูนั่งเชียร์แบบแทบไม่ติดเก้าอี้


สุดท้ายก็กลายเป็น เยอร์เกน คล็อปป์ ที่ยอมทุ่มเงินราว 34 ล้านปอนด์เพื่อซื้อมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งนี่เองเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ มาเน คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, แชมป์สโมสรโลก จนกลายเป็นนักเตะระดับโลกแถมหล่อเหมือน ณเดชน์ ในที่สุด


ปัจจุบัน สถิติการพังประตูในพรีเมียร์ลีกของ มาเน แตะไปถึง 80 ลูกแล้ว และเอาจริง ๆ เขายังไม่เข้าสู่ช่วงพีคของเส้นทางค้าแข้งเต็มตัวด้วยซ้ำ ฉะนั้นถ้ายังเล่นอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อไปเรื่อย ๆ ล่ะก็ตัวเลขจะถูกบวกเพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายเท่าแน่นอน มาลุ้นเอาใจช่วยกันว่าสุดท้ายจะหยุดที่เท่าไหร่